สิ่งที่เราได้จาก The Face Thailand Season 3 EP. 5

 

สิ่งที่เราได้จาก The Face Thailand Season 3 EP. 5 (บทความนี้มีสปอยล์นะจ้ะ คัยไม่ได้ดู ข้ามไปก่อนน๊า)

แอดมินเป็นแฟนพันธุ์แท้ The Face Thailand ทุกซีซั่นเลยนะครับ ส่วนตัวติดตาม The Face มาตั้งแต่ซีซั่นแรก เนื่องจากความประทับใจในส่วนของการแข่งขัน ดราม่า งานโปรดักชั่นระดับโลก มีการทำแคมเปญที่เกี่ยวข้องกับแบรนด์ที่เป็นสปอนเซอร์ให้กับรายการหลายงานมาก ถ้าเราดูรายการนี้แบบผิวเผินอาจเป็นเพียงแค่การแข่งขันโดยใครแพ้ก็จะถูกโหวตออกผสมดราม่าระหว่างทาง (อย่าอินเกิน...อย่าอินเกินนะครับ ^^)

ใครจะเชื่อว่ารายการนี้ได้มอบแนวคิดเกี่ยวกับการขายที่ยอดเยี่ยม สามารถเอาไปประยุกต์ใช้กับทักษะการขายที่เรามี นำมาเป็นแนวคิดและสามารถลงมือทำได้ทันที (จริงๆ แล้วรายการสนุกอะ เลยเห็นแต่ข้อดีเต็มไปหมดเลยยย)

ผมเองได้ติดตามดูรายการนี้อยู่เป็นประจำ จนดำเนินมาถึง EP.5 ล่าสุดเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา ซึ่งทีมพี่ลูกเกดเป็นผู้ชนะ แคมเปญนี้ในส่วนของ Master Class เป็นคุณเจนี่ได้สอนเกี่ยวกับการถ่ายแบบระดับโลกและในส่วนของแคมเปญหลักเป็นการนำเสนอสินค้าของเทรซาเม่ให้โดนใจลูกค้า (ผู้บริหารระดับสูงของ Unilever และคุณหญิงแมงมุมเป็นผู้ตัดสิน) ให้มากที่สุด เรามาเจาะลึกความรู้ที่ได้จาก EP (Episode) นี้กันเลยครับ

1) กรรมการของแคมเปญนี้ ทำให้คุณเรียนรู้บทบาทของผู้มีอำนาจตัดสินใจและผู้มีอิทธิพลในการตัดสินใจ

ให้คุณลองสังเกตนะครับว่าในรายการส่วนใหญ่จะให้ผู้บริหารของแบรนด์และอาจจะมีผู้ร่วมลงคะแนนตัดสินเป็นอีกส่วนหนึ่งในการตัดสินผู้ชนะ ในการขายส่วนใหญ่จะประกอบไปด้วยผู้ที่มีอำนาจตัดสินใจ (Decision Maker) และผู้ที่มีอิทธิพลให้ผู้มีอำนาจฯ ตัดสินใจซื้อ (Influencer) ทำหน้าที่ร่วมกัน คุณควรเรียนรู้เกี่ยวกับบทบาทของสองหน้าที่นี้ให้ดีในทุกๆ ดีล คุณควรนำเสนอในสิ่งที่ตอบโจทย์และทำให้งานของทั้งสองตำแหน่งนี้ง่ายที่สุด

ในแคมเปญนี้ผู้ที่มีอำนาจในการตัดสินสูงสุด (Decision Maker) คือคุณวรพักตร์ บรรเลงจิต ผู้อำนวยการฝ่ายพัฒนาการตลาดผลิตภัณฑ์เส้นผมและทันตผลิตภัณฑ์ กับคุณหญิงแมงมุม ม.ร.ว ศรีคำรุ้ง ยุคล เป็นผู้ที่มีอิทธิพลในการตัดสิน (Influencer)

การขายงานในรูปแบบ B2B (Business-to-Business) มักมีผู้ร่วมตัดสินใจหลายฝ่ายเพื่อลดความเสี่ยงในการจัดซื้อสินค้า คุณควรเข้าใจบทบาทและเข้าถึงแต่ละคนให้ดีเพื่อคุมเกมการซื้อขายให้เป็นของคุณให้ได้นะครับ

2) ลูกค้าคือศูนย์กลางของทุกสิ่ง ไม่ใช่เมนเทอร์หรือคุณเอง

จากโจทย์ที่ได้มา ทางผู้บริหารฯ มองเรื่องของการนำเสนอของเด็กๆ ให้เข้ากับผลิตภัณฑ์เส้นผม (TRESemmé) เป็นหลัก ซึ่งผมไม่แน่ใจว่าการรับบรีฟของแต่ละทีมเป็นอย่างไร ทีมพี่ลูกเกดเป็นทีมที่ทำได้ดีที่สุดเพราะคอนเซ็ปท์ของแต่ละคนค่อนข้างตอบโจทย์ อ่านลูกค้าออกว่าต้องการให้งานออกมาดูไฮ แฟชั่น (High- Fashion) เน้นการโพสต์ท่าที่ดูเหมือนนางแบบ เล่นกับกล้อง ขับพลังของตัวสินค้าออกมา

ทีมพี่มาช่ากับพี่บีทำได้ไม่ดีพอและเหมือนจะหลุดคอนเซ็ปท์ของผลิตภัณฑ์ ทำให้งานออกมาไม่ดีเท่าที่ควรและเป็นฝ่ายแพ้ไป

เรื่องนี้สังเกตว่าพี่บีที่เป็นผู้แพ้นั้นได้พูดถึงการนำเสนอของตัวเองว่าที่ให้น้องสกายเป็นตัวหลักแล้วให้น้องเทียกับน้องข้าววิ่งเข้ามาในเฟรมเป็นเพราะต้องการให้กล้องซูมอินที่น้องสกายและคนอื่นเป็นแค่ตัวประกอบ ในจุดนี้เป็นความคิดของพี่บีที่ไม่มีความเข้าใจลูกค้าและคิดว่าความคิดของตัวเองนั้นดีที่สุด

ถึงจุดนี้ผมขอให้คุณเรียนรู้ไว้นะครับว่าก่อนที่คุณจะเข้าไปพรีเซนต์โซลูชั่นตามโจทย์ที่ได้มา คุณควรทำความเข้าใจของธุรกิจและสิ่งที่ลูกค้าต้องการมากที่สุด ถ้าลูกค้าไม่ได้ให้โจทย์อะไรมาเลย คุณควรเรียนรู้จากสิ่งที่ลูกค้าทำเช่นธุรกิจหรือผลิตภัณฑ์ของลูกค้า สวมหัวใจลูกค้าเข้าไปและพยายามทำให้ทุกอย่างดูง่ายที่สุด การนำเสนอควรมีแบบแผนเพื่อให้ลูกค้าเข้าใจสิ่งที่เราสื่อมากที่สุด

3) การนำเสนอควรมีรูปแบบและแผนการเสมอ

ใน EP นี้ ทีมพี่มาช่าแพ้ไป (แอบเสียดาย...แคมเปญนี้ทำได้ไม่ดีเลย) เป็นเพราะว่าไม่เข้าใจโจทย์ของลูกค้าและโดนลูกค้าตำหนิ(Complain) ว่าไม่มีแบบแผน เผยจุดอ่อนสำคัญที่ทำให้ก่อนหน้านี้ก็แพ้เพราะเหตุผลเดียวกัน จุดนี้แหละครับที่เป็นข้อคิดชั้นดีเพราะในการขาย การไม่วางแผนและเตรียมตัวให้ดีก็เป็นอีกสาเหตุหนึ่งของความพ่ายแพ้ 

ตรงนี้เปรียบกับการที่คุณเข้าไปขายสินค้าโดยไม่มีเข็มทิศกำหนดทิศทางของการนำเสนอ เช่นถ้าคุณไม่เข้าใจธุรกิจและความเข้ากันได้ระหว่างสินค้าและบริการของคุณกับลูกค้าที่ดีพอ ก็จะทำให้คุณนำเสนอสินค้าได้ไม่ตรงกับความต้องการของลูกค้า เมื่อนั้นลูกค้าจะตัดสินคุณทันทีว่าคุณไม่มีทางชนะ ไม่มีทางซื้อคุณแน่นอน

4) เอาอินเนอร์ (Inner) ออกมา อินเนอร์ของคุณคือสิ่งที่ลูกค้าเชื่อมั่นในตัวคุณ 

เมื่อวานนี้ ทีมของพี่บีมีดราม่าที่ทำให้เกิดรอยร้าวเล็กๆ (และมีผลให้ทีมแตกได้) คือสาเหตุจากการที่ไม่ให้น้องบลอสซั่มและน้องทับทิมเข้าแข่งในแคมเปญ ซึ่งจากที่ดูน้องๆ ทั้งสองคนมีสีหน้าที่หดหู่อยู่ตลอดเวลา ดูขาดพลังและความมั่นใจตั้งแต่แคมเปญก่อนหน้านี้ ไม่ชายน์ (Shine) ว่าเป็นผู้นำทีมได้ เป็นตัวถ่วงของทีม

การแสดงออกของทีมทำให้ลูกค้ามองเห็นได้อย่างชัดเจนว่าทีมนำเสนอกำลังขาดความมั่นใจ ทำให้งานออกมาไม่ดี (ตั้งแต่แคมเปญ Snail White แล้ว) การที่มีดราม่าก่อนเข้าแข่งจะทำให้ทีมเสียขวัญเสมอ เปรียบกับการที่คุณมีดราม่ากับบริษัทฯ ของคุณเอง เช่นจู่ๆ เกิดความไม่เชื่อมั่นสินค้าและบริการของคุณเองขึ้นมา หรือมีปัญหาส่วนตัว ก็จะทำให้การแสดงออกโดยรวมและพลังข้างใน (Inner) ของคุณนั้นมีปัญหาตามมา

ในจุดนี้เป็นสิ่งสำคัญที่คุณควรจะมีอินเนอร์และมีพลัง ความมั่นใจอยู่ตลอดเวลา โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อตอนเข้าไปขายกับลูกค้า เพราะถ้าคุณขาดเรื่องนี้ไปจะทำให้ความน่าเชื่อถือของคุณลดลงไปทันที คุณควรมีความมั่นใจในความเป็นมืออาชีพของคุณเองทุกครั้ง จงสวมหัวใจนักสู้ลงไปด้วย (เหมือนติช่าและมาญ่า) ที่เป็นพลังให้คุณเห็นว่าพวกเขาไม่เคยยอมแพ้เมื่อเทียบกับคนอื่น

5) ทุกคนมีสิทธิ์เป็นผู้ชนะ ไม่มีผู้แพ้และผู้ชนะตลอดกาล

สัปดาห์นี้เป็นชัยชนะของพี่ลูกเกด ซึ่งทำผลงานได้ดีที่สุด สังเกตไหมครับว่าจนถึง EP. นี้ เมนเทอร์ทุกคนได้รับชัยชนะกันหมดแล้ว จากตั้งแต่เทปแรกที่เราเห็นทีมพี่บีเป็นผู้ชนะติดต่อกันสองครั้ง แต่จู่ๆ ก็เป็นผู้แพ้ติดๆ กัน พี่มาช่าและพี่ลูกเกดเองที่ก่อนหน้านี้ไม่เคยชนะเลย ก็กลับมาเป็นผู้ชนะสลับกันตั้งแต่สองเทปที่ผ่านมา ฟอร์มการเล่นของแต่ละคนมีความผันผวนเกิดขึ้น พี่บีที่ว่าแน่ก็มีดราม่าประจำทีมออกมาให้เห็น ทำให้ฟอร์มการเล่นตกลงไป

ฟอร์มการเล่นก็เหมือนการเตะฟุตบอลนั่นแหละครับ ความจริงก็คือไม่มีใครเป็นผู้ชนะตลอดกาล ทุกคนมีสิทธิ์แพ้ได้ตลอดเวลา การรักษาความสม่ำเสมอในการแข่งขันเป็นสิ่งที่จำเป็นที่สุด ก็เหมือนกับคุณเองที่ต้องรักษาความสามารถตรงนี้เอาไว้ให้ดี

การเป็นนักขายมืออาชีพจำเป็นต้องรักษาความมีวินัย การนำเสนอที่ดี ทัศนคติที่ดี มองหาโอกาสความเป็นไปได้อยู่ตลอดเวลา ถ้าคุณรักษาความดีของคุณเอาไว้ สิ่งนี้จะทำให้คุณเป็นมืออาชีพและไม่มีทางแพ้ใครหน้าไหนแน่นอนครับ

==========================================

แอดมินกะว่าจะเขียนเล่นๆ ชิลๆ นะเนี่ย กลายเป็นเขียนแบบหลักการซะยาวเลย (ยิ้ม...) ติดนิสัยเนอะ ส่วนตัวชอบดูรายการนี้มากเพราะประทับใจการนำเสนอ การ Tie-in แบบเนียนๆ ของสินค้า (ฮา..) และการแสดงออกของน้องๆ ทุกคนในทีมครับ

แอดมินเชียร์.... ทีมพี่มาช่าเป็นหลัก (แอบบอกเนอะ)

ชอบน้อง จูลี่ เพลงขวัญ สกาย เกรซ (ตามลำดับ) เพราะน่ารักคนละแบบ ส่วนเกรซดูไฮ-แฟชั่นขึ้นมากเลย 

ใครเชียร์ใครก็ร่วมแชร์กันได้นะครับผม ^^ วีกหน้ามีพี่พิม ซอนญ่า ด้วยแหละ อยากดูๆๆๆๆ รอไม่ไหวแร้ววว

#TheFaceThailand

 

Share on Facebook
Share on Twitter
Share on Linkedin
Please reload

Follow on Facebook

latest Post

Please reload

Popular Post

Please reload

Sales Director 21st banner.jpg

Pornpat Wattananiyomkajohn (Pan)

นักธุรกิจและผู้บริหารระดับสูง Gen-Y ของบริษัทสตาร์ทอัพข้ามชาติมูลค่ามากกว่า 5,000 ล้านบาท ผู้คลั่งไคล้และมีแพชชั่นเกี่ยวกับการขายแบบองค์กร (B2B) เป็นเจ้าของเพจ "กูนี่แหละเซลล์ร้อยล้าน" ที่มีผู้ติดตามบนเฟซบุ้คมากกว่า 56,000 คน และได้รับเชิญให้เป็นที่ปรึกษากับวิทยากรด้านการขายแบบองค์กรให้กับบริษัทระดับประเทศมากกว่า 100 บริษัท

  • Facebook Social Icon
  • LinkedIn ไอคอนสังคม

CONTACT US

  • Facebook Social Icon

FACEBOOK

LINE

  • LinkedIn Social Icon

LINKEDIN

©Copyright reserved 2017 - Silverlake consulting co., ltd