in ,

5 เหตุผลที่การเริ่มเป็นเจ้าของกิจการควรมีพื้นฐานอาชีพนักขายมาก่อน

คุณคงเคยเห็นตำนานนักธุรกิจที่ประสบความสำเร็จหลายท่านไม่ได้มีต้นทุนที่ดีทางการศึกษาหรือฐานะมาก่อน (แต่ไม่ได้หมายความว่าคนที่มีต้นทุนที่ดีจะไม่ประสบความสำเร็จนะครับ มีเยอะเลย) เช่น คุณตัน อิชิตัน คุณต๊อบ เถ้าแก่น้อย คุณเตียง จิราธิวัฒน์ (ผู้ก่อตั้งห้างเซ็นทรัล)

เชื่อผมไหมครับว่าแทบทุกคนที่คุณรู้จัก พวกเขาเริ่มต้นจากการเป็น “นักขาย” ก่อนริเริ่มก่อตั้งกิจการของตนเองขึ้นมา จนประสบความสำเร็จถึงทุกวันนี้ การเป็นนักขาย ถือว่าเป็นพื้นฐานของการเป็นเจ้าของกิจการโดยแท้จริง แม้แต่ยุคปัจจุบันนี้ที่คนรุ่นใหม่หลายๆ คน เริ่มดำเนินกิจการด้วยตนเองจนประสบความสำเร็จ เช่น ธุรกิจอินเทอร์เน็ต ธุรกิจขายของออนไลน์ ฯลฯ แทบทุกธุรกิจต้องเริ่มต้นด้วย “การขาย” แทบทั้งสิ้น

แม้กระทั่งเจ้าของกิจการรุ่นกลางยุค Gen-X (ผู้ที่มีอายุ 35-50 ปี) ที่หลายๆ ท่านอาจจะเป็น “เจ้านาย” ปัจจุบันของคุณด้วยซ้ำ ลองเดินไปถามเจ้าของบริษัทคุณดูสิครับว่าเมื่อก่อนพวกเขาทำงานแรกๆ เป็นเซลล์ใช่หรือไม่ ถ้าใช่ นั่นแหละครับ พวกเขามีพื้นฐานอาชีพคล้ายๆ กับคุณเลย หมายความว่าคุณเองก็มีโอกาสประสบความสำเร็จ

มาดู 5 เหตุผลที่ผมวิเคราะห์กันเลยครับว่าทำไมอาชีพ “นักขาย” ถึงเป็นพื้นฐานที่สำคัญของการเป็นเจ้าของธุรกิจในอนาคต และคุณควรต้องคิดแบบนี้อยู่เสมอด้วย คุณถึงจะประสบความสำเร็จครับ

1. อาชีพนักขายทำให้คุณเข้าใจวงจรธุรกิจแทบทั้งหมด

คำว่าวงจรธุรกิจ พูดง่ายๆ ก็คือการซื้อขายที่เริ่มต้นตั้งแต่ “ก่อนขาย” ไปจนถึง “หลังขาย” รวมทั้งการแก้ปัญหา อาชีพเซลล์ทำให้คุณเข้าใจวิธีกำเนิดของการทำธุรกิจ ไล่ตั้งแต่ การหาลีดลูกค้าเพื่อขาย การนำเสนอ การต่อรองเจรจา การตอบข้อโต้แย้ง การปิดการขาย ไปจนถึงการดูแลูกค้าหลังการขาย เรียกได้ว่าธุรกิจใหญ่โตแทบทั้งหมดต้องมีกระบวนการเหล่านี้แทบทั้งสิ้น นี่คือตำราธุรกิจที่สำคัญที่คุณสามารถเรียนรู้ไปพร้อมๆ กับการดำเนินกิจการให้กับคนอื่นเพื่อสร้างประสบการณ์ ก่อนที่จะเริ่มต้นทำกิจการของตนเองครับ

2. อาชีพนักขายทำให้คุณเข้าใจว่าสิ่งที่สำคัญที่สุดของธุรกิจคือ “การขาย”

ถ้าคุณยังทำงานอยู่ในแวดวงธุรกิจเอกชน จำไว้นะครับ ไม่ว่าจะเป็นนักขายของบริษัทใหญ่หรือเล็ก “ยอดขาย” คือเส้นเลือดใหญ่ที่คอยหล่อเลี้ยงธุรกิจของเจ้านายคุณให้อยู่รอด เพราะต่อให้ธุรกิจของคุณมีสินค้าและบริการที่เจ๋งแค่ไหน แต่ถ้าขายไม่ได้ก็ไม่มีประโยชน์ หรือแม้แต่เรื่องการตลาด ถ้าคุณทำธุรกิจแบบ B2B (Business-to-Business) ต่อให้คุณทำจนดังทั้งประเทศแต่ไม่เคยเริ่มการขายด้วยการทำนัดลูกค้าเลยแม้แต่ครั้งเดียว ก็เปรียบได้กับการตำน้ำพริกละลายแม่น้ำ เสียเงินโดยใช่เหตุ อาชีพนักขายจะได้ “เงินปันผล” จากบริษัทที่ทำให้คุณหายเหนื่อย นั่นก็คือค่า “คอมมิชชั่น” นั่นเองครับ ที่สำคัญคือ CEO จะรักคุณมากๆ ถ้าคุณขายได้ดี

เรื่องนี้ทำให้เวลาคุณเป็นเจ้าของกิจการซะเองเข้าใจว่าทีมขายนั้นสำคัญขนาดไหน ถ้าคุณมีทีมเซลล์ที่เก่งกาจ พวกเขาจะทำให้คุณ “รวย” ได้อย่างรวดเร็วเลยล่ะครับ คุณต้องมีประสบการณ์ในเรื่องนี้เพื่อถ่ายทอดให้กับลูกน้องทีมขาย คุณจะได้มีนักรบที่เก่งกาจ เมื่อเสียพวกเขาไปคุณก็สามารถปั้นคนใหม่เข้ามาแทนที่ได้ และการขายจะทำให้คุณโฟกัสกิจกรรมที่ทำให้ยอดขายเพิ่มขึ้นเท่านั้น ทำให้ไม่ต้องเสียเวลาไปกับกิจกรรมที่ไม่จำเป็น ถือว่ามีความเข้าใจการทำธุรกิจมากขึ้นไปอีก

3. อาชีพนักขายทำให้คุณพัฒนาไอเดียทางธุรกิจใหม่ๆ จากการเรียนรู้จาก “ลูกค้า”

ทราบหรือไม่ครับว่าอะไรที่ทำให้คุณพัฒนาสินค้าและบริการที่เหนือกว่าคู่แข่ง ถ้าคุณไม่เคยเป็นเซลล์มาก่อน คุณอาจจะคิดไปเองว่าคุณได้พัฒนาสินค้าและบริการที่สุดยอด สไลด์หน้าตาสวยงาม มีวัฒนธรรมองคกรแหวกแนว (เช่นบริษัท Startup) แต่หารู้ไม่ว่าสิ่งเหล่านั้นคุณอาจจะ “คิดไปเอง” ว่าลูกค้าชอบก็ได้ครับ พอไปนำเสนอจริงกลับไม่ตอบโจทย์ ลูกค้าไม่ซื้อโดยไม่ทราบสาเหตุ ทั้งๆ ที่จริงแล้วการขายนี่แหละเป็นตัวที่ทำให้คุณพัฒนาสินค้าและบริการได้ดีที่สุด เพราะคุณเรียนรู้จาก “ความเห็นของลูกค้า” ยังไงล่ะครับ

คนที่จะบอกได้ว่าสินค้าและบริการของคุณดีหรือไม่ดี มีเพียงแค่ลูกค้าเท่านั้นที่ตอบได้นะครับ พยายามอย่าไปถามเพื่อนร่วมงานหรือลูกน้องเป็นอันขาด เพราะพวกเขาจะติด “ลูกอวย” ให้คุณฟังแล้วสบายใจ เผลอๆ ไม่เคยเข้าใจด้วยซ้ำว่าลูกค้าต้องการอะไรกันแน่ สิ่งเหล่านี้จะทำให้คุณคิดไปเอง คุณจะต้องฟังจากปากของลูกค้าเท่านั้น สินค้าที่ตอบโจทย์ลูกค้าคือสินค้าที่ทำมาเพื่อเสนอความต้องการของลูกค้า จำเอาไว้ให้ดีนะครับ ไม่ใช่คิดเองเออเอง

4. อาชีพนักขายพัฒนาให้คุณมีมารยาททางธุรกิจในระดับสูง

การเป็นนักขายตั้งแต่คุณยัง “Low Profile” ทำให้คุณมีมารยาทในการดำเนินธุรกิจระดับมืออาชีพ ไม่แพ้พวกลูกท่านหลานเธอนามสกุลดังที่จบจากมหาวิทยาลัยฮาวาร์ด MIT อะไรทำนองนี้เลยล่ะครับ (ฮา) ลองมองย้อนกลับไปวันที่คุณเรียนจบใหม่ๆ จนกลายเป็นนักขายมืออาชีพดูนะครับ คุณจะพบว่าทักษะการสื่อสารแบบมืออาชีพ การเปิดการขายและนำเสนอขาย ไปจนถึงการสนทนา คุณจะมีการพัฒนาขึ้นอย่างมาก สื่อสารได้อย่างถูกกาละเทศะและรู้ว่าลูกค้าต้องการอะไร สิ่งเหล่านี้สำคัญมากเพราะจะทำให้คุณถ่อมตนและอ่านลูกค้าออก เวลาดำเนินกิจการด้วยตนเองก็สามารถนำทักษะเหล่านี้มาใช้จนได้รับความน่าเชื่อถือ ถึงแม้ว่าจะพึ่งเริ่มกิจการก็ตามที

5. อาชีพนักขายทำให้คุณมี “คอนเน็กชั่น” ที่ดีในการทำธุรกิจ

หลายๆ คนมักจะบอกว่าการทำธุรกิจให้สำเร็จ นอกจากมีเงินแล้วยังต้องมี “คอนเน็กชั่น” ด้วย ซึ่งก็ไม่ผิดแต่อย่างใดครับ การรู้จักและมี “เครดิต” กับบุคคลที่มีผลประโยชน์ทางด้านธุรกิจย่อมเป็นผลดีเสมอกับคุณ การที่คุณเริ่มต้นอาชีพนักขายนั้น ทำให้คุณได้รับคอนเน็กชั่น ตั้งแต่วันแรกที่คุณเข้าไปยกมือไหว้สวัสดีลูกค้าแล้วล่ะครับ ถ้าคุณทำงานได้ดีกับลูกค้าเหล่านั้น จงรักษาความดีเหล่านั้นไว้ เผื่อว่าคุณออกไปทำธุรกิจเอง ลูกค้าชั้นดีเหล่านี้แหละครับจะเป็นคอนเน็กชั่นที่ดีที่สุดสำหรับคุณ ทำให้การเริ่มต้นธุรกิจของคุณตอนแรกนั้นง่ายขึ้นอีกเป็นกอง ในกรณีที่เริ่มธุรกิจคล้ายกับที่ทำงานเก่า (ฮา)

เห็นด้วยกันมั้ยครับกับบทความของผม ถ้าเห็นด้วยกรุณาอย่าลืมกดไลค์กดแชร์ เพื่อเป็นกำลังใจให้ผู้เขียนด้วยนะครับ

What do you think?

เทคนิคการบริหารจัดการทีมขายรุ่นใหม่ Gen-Y (Gen ไหนๆ ก็อ่านได้)

ทำไมธุรกิจ Startup ต้องสร้างเสาหลักที่ค้ำจุนธุรกิจด้วยการขาย (พร้อมวิธีการสร้าง)