in

9 วิธีทางจิตวิทยาที่ทำให้ลูกค้าเชื่อคุณมากขึ้น

เรื่องนี้จะเป็นเรื่องที่เกี่ยวกับบุคลิกและทักษะนิ่ม (Soft Skills) ซึ่งอาจจะวัดผลเป็นตัวเลขไม่ได้นะครับ เพราะการที่จะทำให้ลูกค้าเชื่อถือนั้น บอกเลยว่าเกี่ยวกับความรู้สึกและอารมณ์อยู่พอสมควรเลยล่ะครับ ดังนั้นผมจึงมีวิธีการทางจิตวิทยาดีๆ ที่ผ่านการทดลองด้วยตนเองมาแล้ว รับรองว่าเวิร์คแน่นอนครับ

1. ใช้ Social Proof

Social Proof คือการสร้างความน่าเชื่อถือโดยมีหลักฐานเป็นคนอื่นๆ ที่น่าเชื่อถือมายืนยัน วิธีง่ายๆ เวลาขายสินค้าแล้วลูกค้ารู้สึกไม่น่าใจ ลังเล จงงัดเอาหลักฐานซึ่งก็จะดีมากถ้ามีข้อมูลทั้งรูป ข้อมูลเชิงตัวเลข โปรไฟล์ของคนที่คุณอ้าง ซึ่งจะดีมากถ้าคนคนนั้นเป็นคนดัง น่าเชื่อถือ หรือมีผลงานยืนยันที่สามารถจับต้องได้โดยไม่ต้องพูดอะไรเยอะ

2. พูดให้น้อยและใช้น้ำเสียงทุ้มๆ หน่อย

น้ำเสียงที่ดูกระตือรือร้น ตื่นเต้น อินกับสินค้า อารมณ์นักขายตรงสมัยก่อนสาธิตเครื่องกรองน้ำอ่ะครับ (ฮา) อาจไม่เป็นผลดีถ้าคุณทำอาชีพนักขายไปด้วย เพราะมันอาจทำให้ลูกค้ารู้สึกว่าคุณเวอร์ จนทำให้เกิดความน่าเชื่อถือ ทางที่ดีคือพูดให้น้อย ถามเนื้อๆ จะได้ปิดจุดอ่อนเรื่องการพูดอะไรไมเข้าท่า และลองใช้น้ำเสียงที่สุขุม ทุ้มๆ เสียงดังฟังชัด แค่นั้นก็น่าเชื่อถือมากขึ้นแล้วครับ

3. สบตาเป็นระยะๆ

เพราะหน้าตาคือหน้าต่างของหัวใจ คนที่ไม่กล้ามองตาแสดงว่าคนคนนั้นไม่จริงใจ การมองตาลูกค้าจะดีมากโดยเฉพาะการกล่าวขอโทษเพื่อแสดงความรับผิดชอบหรือเพื่อยืนยันความบริสุทธิ์ มองที่ตาเขาให้เห็นว่าคุณจริงใจมากแค่ไหน ลูกค้าจะรู้สึกเองครับ

4. ไม่กั้กข้อมูลหรือบอกไม่หมด

เมื่อก่อนนักขายมักคิดว่าอะไรที่เป็นจุดอ่อน จุดด้อย ข้อเสีย ก็ไม่จำเป็นต้องพูดกับลูกค้าเพราะกลัวขายไม่ได้ แต่ยุคนี้ไม่ใช่แล้วล่ะครับ การบอกความจริงที่แม้กระทั่งยอมบอกว่าคุณด้อยกว่าคู่แข่ง หรือแนะนำให้ไปซื้อคู่แข่งดีกว่าในบางกรณี เรื่องนี้สร้างความน่าเชื่อถือและจริงใจถึงขีดสุด เชื่อเถอะว่าลูกค้าจะรู้สึกดีเวลาคุณขายสิ่งใหม่ๆ ครั้งถัดไปแน่นอน

5. มีความสม่ำเสมอในการติดตามงาน

เวลาขายไม่ได้หรือว่าเสียลูกค้าไปให้คู่แข่งแล้ว จงอย่าหายหัวแต่จงติดตามงานลูกค้าอย่างสม่ำเสมอ เรื่องนี้สามารถวัดฝีมือนักขายที่มีวินัยกับนักขายฝีมืองั้นๆ ได้เลย การติดตามงานที่มีการวางแผน มีข่าวดีหรือถามไถ่สารทุกข์สุขดิบลูกค้าอยู่เสมอจะสร้างความน่าเชื่อถือในระยะยาวเป็นอย่างมาก เมื่อถึงเวลา ลูกค้าอาจเป็นคนติดต่อซื้อคุณก่อนด้วยซ้ำครับ

6. รอยยิ้ม

เป็นเรื่องง่ายๆ แต่นักขายทั่วไปก็ยังไม่ได้เรื่องเวลาเจอลูกค้าที่มีทีท่าว่าจะไม่ซื้อ คุณเคยเห็นเซลล์ขายรถไม่สนใจคุณเวลาคุณแต่งตัวห่วยๆ หรือดูจนแล้วไปลูบๆ คลำๆ รถไหมครับ แค่นี้คุณก็รู้สึกดูไร้ค่าแล้ว แต่เซลล์ขายรถอีกยี่ห้อกลับยิ้มให้คุณอย่างจริงใจและสอบถามความต้องการเพื่อที่จะช่วยเหลือคุณ คุณคิดว่าคนไหนน่าซื้อมากกว่ากันครับ

7. พิสูจน์ข้อโต้แย้งด้วยความจริง

เรื่องนี้สำคัญมากๆ เวลาลูกค้ายังรู้สึกลังเลหรือยังไม่เชื่อว่าสินค้าคุณดีจริง วิธีที่คุณต้องลงแรงอย่างแน่นอนคือการพิสูจน์ด้วยวิธีทดสอบสินค้าให้ลูกค้าดู หรือสาธิตตามโจทย์ที่ลูกค้าต้องการ นักขายขี้เกียจมักไม่อยากทำเรื่องนี้ ทั้งๆ ที่เรื่องนี้สร้างความน่าเชื่อถือจนลูกค้าคลายความกังวลได้มากที่สุด

8. ทำงานให้ฉลาด มีความเชี่ยวชาญ เป็นมืออาชีพ

ลูกค้าจะเชื่อมั่นนักขายที่มีความรู้ความเชี่ยวชาญในตัวสินค้าและบริการ สามารถตอบคำถามทั่วไปได้ หรือว่าไม่มั่วนิ่มเวลาเจอคำถามยากจนตอบไม่ได้ แต่ก็พยายามหาคำตอบให้เร็วที่สุดในภายหลัง ความเข้าใจในธุรกิจ โจทย์ ปัญหาของลูกค้าก็เป็นสิ่งสำคัญเช่นกัน นักขายที่น่าเชื่อถือจะต้องแก้ปัญหาให้ลูกค้าภายใต้ความสามารถของสินค้าและบริการที่ตนเองมีได้

9. ศรัทธาและเชื่อมั่นในตัวลูกค้า

จำไว้ว่าลูกค้าที่อยู่ตรงหน้าคือ “คนที่เอาเงินมาให้คุณ” ซึ่งไม่ว่าพวกเขาจะปากร้าย (แต่ใจดี) อาจจะเรื่องมากในบางครั้ง หรือยังไม่มีความมั่นใจเพราะคุณมาใหม่ จงเชื่อมั่นและให้เกียรติพวกเขาก่อน เชื่อหรือไม่ว่าลูกค้าเรื่องมากส่วนใหญ่นี่แหละที่ถ้าถูกใจนักขายคนใดก็ตามแล้ว พวกเขาจะเปย์คนคนนั้นมากที่สุดเลยล่ะครับ

What do you think?

กลัวการขาย ต้องทำอย่างไร

เมื่อไหร่ถึงจะเริ่มจ้างพนักงานขาย