ทำอย่างไรถึงจะเอาชนะความกลัวในเรื่องการขาย

 

พูดถึงเรื่องของการขาย ในชั่วโมงนี้คุณคงทราบดีอยู่แล้วว่าการขายเป็นหนึ่งในปัจจัยที่สำคัญที่สุดของธุรกิจ ธุรกิจจะอยู่ไม่ได้ถ้าล้มเหลวในเรื่องการขาย 

 

แน่นอนว่ากว่าจะก้าวสู่การเป็นนักขายมืออาชีพนั้นมันไม่ง่ายเลย ในเมื่อพวกเราไม่เคยเรียนรู้ศาสตร์แห่งการขายมาก่อน ในตำราเรียนหรือมหาวิทยาลัยก็ไม่ได้ได้สอนเรื่องการขายเสียด้วยสิ แม้แต่ระดับมหาวิทยาลัยก็ยังมีแต่คณะบริหารธุรกิจ มีหลักสูตรการตลาด แต่ไม่ยักมีหลักสูตรการขาย เช่น คณะการขายศาสตร์บ้างเลย (ฮา)

 

หมายความว่าเมื่อคุณตัดสินใจที่จะเป็นนักขาย คุณจะต้องเริ่มจาก 0 ซึ่งอุปสรรคแรกก่อนก้าวออกไปขายของให้กับลูกค้าที่ยิ่งใหญ่ที่สุดก็คือ "ความกลัว" นั่นเอง หลายๆ คนกลัวที่จะขาย บางทียังไม่ได้ก้าวออกจากบ้านก็เริ่มกลัวซะแล้ว ไม่ว่าจะเป็นความกลัวเรื่องการโดนปฎิเสธ กลัวลูกค้าด่า กลัวลูกค้าไม่ชอบขี้หน้า กลัวความล้มเหลว กลัวนั่นกลัวนี่จนเริ่มคิดว่าตัวเองคงไม่เหมาะที่จะเป็นนักขาย

 

ไม่ผิดนะครับที่คุณจะเคยคิดแบบนั้น ในเมื่อคุณไม่เคยมีประสบการณ์ด้านการขายมาก่อน ไม่ใช่ทุกคนที่เคยค้าขายสมัยเรียน เช่น ขายของออนไลน์หรือเปิดร้านขายของ หรือเป็นลูกนักธุรกิจใหญ่โตที่มีโอกาสดูพ่อแม่ขายของ เจรจาธุรกิจให้ดูต่อหน้า 

 

สิ่งที่ผมจะสื่อก็คือ "ความกลัว" เป็นเรื่องของทัศนคติที่คุณคิดไปเองล้วนๆ นักขายแทบทุกคนล้วนมีประสบการณ์ในเรื่องนี้ หมายความว่าเรื่องนี้สามารถเอาชนะได้ ถ้าคุณก้าวผ่านความกล้วได้ คุณก็จะมีแนวโน้มที่จะเป็นนักขายที่ยอดเยี่ยมได้ในอนาคตและประสบความสำเร็จนั่นเองครับ มาดูวิธีเอาชนะความกลัวจากผมกันเลย

1. จงเรียนรู้และเข้าใจธรรมชาติของการ "โดนปฎิเสธ"

 

ใครๆ ก็ไม่อยากเป็นผู้ถูกปฎิเสธนะครับ การโดนปฎิเสธอาจทำให้ตัวเองรู้สึกไร้ค่า ดูไม่มีค่า ไม่สำคัญ ไม่มีความหมายใดๆ ทั้งสิ้น ความรู้สึกนี้มันช่างน่าเจ็บปวดสิ้นดี บางคนเลวร้ายถึงขั้น "รับไม่ได้" เลยก็มี สิ่งที่คุณควรทำคือการเรียนรู้ที่จะ "ยอมรับ" การปฎิเสธจากผู้อื่น คุณไม่สามารถควบคุมใครก็ตามให้เห็นด้วยกับคุณได้ 100% ลองคิดดูดีๆ นะครับ ขนาดนายกฯ อาจารย์ หรือแม้แต่ "พ่อแม่" ของคุณสั่งให้ทำอะไร บางทีคุณยัง "ปฎิเสธ" พวกเขาและไม่เห็นด้วยได้เลย ดังนั้นการปฎิเสธเป็นเรื่องที่ "ธรรมดา" ของชีวิตมากๆ ครับ

 

ถ้าลูกค้าปฎิเสธคุณ เช่น ไม่ยอมรับนัด ไม่เห็นด้วย ไม่ซื้อสินค้าจากคุณ เป็นต้น จงยอมรับและทำความเข้าใจพวกเขา มองโลกในแง่ดีว่าพวกเขาอาจมีเหตุผลลึกๆ ที่ซ่อนอยู่ เช่น ไม่มีอำนาจตัดสินใจ ไม่มีตัง มีตัวเลือกที่ดีกว่า เกลียดขี้หน้าคุณ ฯลฯ ซึ่งเหตุผลแต่ละข้อนั้น คุณควรวิเคราะห์ถึงสาเหตุและหาทางแก้ปัญหาต่อไป เพื่อนำมาพัฒนาการขายครั้งใหม่ให้ลูกค้าประทับใจและเห็นด้วยกับคุณมากยิ่งขึ้น การติดตามงานและขอโอกาสเข้าพบต่อหน้าเพื่อเปิดการขายครั้งใหม่พร้อมกับการเตรียมตัวที่ดีจะทำให้ลูกค้าลดการปฎิเสธมากยิ่งขึ้นครับ 

 

ลูกค้าก็เหมือนผู้หญิง แรกๆ พวกเขาอาจจะปฎิเสธ ไม่ยอมไปกินข้าวดูหนังกับคุณ แต่ถ้าคุณมองโลกในแง่ดี คิดซะว่าพวกเขาอาจจะยังไม่พร้อม ไม่มีเวลา ฯลฯ และหาโอกาสเชิญชวนเธออีกครั้ง ด้วยอารมณ์และเหตุผลที่ดี โอกาสที่เธอจะตอบรับคุณต้องมีเพิ่มมากขึ้นแน่นอนครับ 

 

2. จงมีความเชื่อมั่นต่อ "สินค้าและบริการ" ของคุณ

 

บางครั้งความกลัวก็มาพร้อมกับ "ความสงสัย" สมมติว่าคุณลองตั้งบริษัทเป็นของตัวเองและผลิตสินค้าเพื่อขายด้วยตนเอง คุณอาจจะกลัวการขายเพราะ "สงสัย" เรื่องความสามารถด้านการขายของตนเอง (คำถามนี้มีเจ้าของกิจการหลายท่านเข้ามาถามผมครับ) นอกจากนั้นยังมีความ "สงสัย" เกี่ยวกับสินค้าและบริการของตนเองเสียด้วย เช่น กลัวว่าสินค้าจะสู้ผู้อื่นไม่ได้ บริษัทเล็ก ไม่มีชื่อเสียง ทำให้การขายนั้นน่าจะเป็นไปได้ยาก สิ่งเหล่านี้จะสร้างความกลัวที่ทำให้พวกเขาถึงกับ "ล้มเลิก" ธุรกิจที่พวกเขาสร้างมาได้เลย ถ้าตัวเจ้าของยังไม่เชื่อมั่น นักขายที่จ้างมาก็จะไม่เชื่อมั่นตาม ทำให้การขายของทั้งองค์กรของคุณนั้นล้มเหลว

 

ผมขอบอกตรงนี้ไว้เลยนะครับว่าไม่มี "สินค้าและบริการ" ใดๆ บนโลกนี้ที่ "เพอร์เฟค" แม้แต่สุดยอดสินค้าอย่างไอโฟน รถเบนซ์ ผมเชื่อว่าคุณเองก็เห็น "ดราม่า" เกี่ยวกับตัวสินค้าและบริการอยู่ร่ำไป สินค้าแทบทุกอย่างต้องพึ่ง "การขาย" ของนักขายเป็นหลัก โดยเฉพาะการเจอหน้าแบบตัวเป็นๆ นักขายมีหน้าที่นำเสนอ "คุณค่า" ของสินค้าและบริการให้กับลูกค้า ไม่จำเป็นว่าสิ่งเหล่านั้นต้องดีที่สุด ขอเพียงแค่ "ตอบโจทย์" และพร้อมที่จะ "แก้ปัญหา" ให้กับลูกค้าได้ทันทีก็พอแล้วครับ ถ้าสินค้าจะต้องดีที่สุดก่อนขาย คุณคงไม่เห็นธุรกิจของคุณต๊อบ คุณตัน อาฟเตอร์ยู ฯลฯ ขึ้นมาผงาดอยู่บนโลกธุรกิจของประเทศไทยกันแล้วล่ะครับ

 

3. จงทำตัวเป็น "ที่ปรึกษา" ที่พร้อมที่จะช่วยเหลือลูกค้า

 

บางครั้งความกลัวของการเป็นนักขายอาจเกิดจาก "การเหมารวม" ของคนอื่นว่านักขายส่วนใหญ่เป็นพวกขี้โม้ นักตื๊อ มีแต่เรื่องของผลประโยชน์ในหัวและหน้าเงิน เป็นต้น ทำให้คุณคิดไปเองว่าภาพลักษณ์ของนักขายจะต้องเป็นแบบนั้น ทำให้ขายยาก แถมยังโดนเกลียดขี้หน้าไปอีก กรณีนี้มักพบมากในนักขายที่อยู่ในธุรกิจประกันและขายตรง ถึงขนาดมีโฆษณาล้อเลียนนักขายประกันเมื่อก่อนว่าเป็นแมลงสาบกันเลยทีเดียว เป็นการเหมารวมที่เลวร้ายมากๆ

 

คำว่าที่ปรึกษาฯ เป็นแนวคิดที่ยอดเยี่ยมที่ "ฉีก" ภาพลักษณ์เซลล์ขี้โม้ นักตื๊อ ตอแหล หน้าเงิน โดยสิ้นเชิง ก่อนที่จะเป็นที่ปรึกษา คุณต้องคิดถึงลักษณะการเป็นที่ปรึกษาที่ดีก่อน ลองนึกถึงอาชีพหมอนะครับ พวกเขาจะคอยซักถามอาการของคุณอย่างละเอียด จากนั้นจะให้ "คำแนะนำ" ที่น่าเชื่อถือเกี่ยวกับการรักษาก่อนที่คุณจะเชื่อและจ่ายเงิน (ฮา) นี่แหละครับคือการเป็นที่ปรึกษาที่ดี ที่ปรึกษาที่ดีจะต้องเป็นนักถามคำถามและเป็นนักฟังลูกค้า สามารถเลือกนำเสนอสิ่งที่ "ตอบโจทย์" เพื่อให้ชีวิตของลูกค้าดีขึ้น หรือแก้ปัญหาให้พวกเขา ไม่ว่าจะเป็นเชิงธุรกิจ การเงิน ชีวิต ก็ถือว่ามีโอกาสประสบความสำเร็จได้สูงขึ้นทั้งนั้น แถมยังดูน่าเชื่อถืออีกด้วย 

 

การเป็นที่ปรึกษาให้กับลูกค้าจะช่วยให้คุณทำการค้ากับลูกค้าได้อย่างยืนยาวและยั่งยืน อีกทั้งยังได้รับความน่าเชื่อถือสูง ไม่ต้องผลาญเวลาส่วนใหญ่ไปกับการกินเหล้า ปาร์ตี้ เอนเตอร์เทนลูกค้า เรียกได้ว่าถ้าเข้าพบลูกค้าทีไรจะต้องมีเรื่องที่มีประโยชน์เกี่ยวกับธุรกิจที่ทำให้พวกเขาดีขึ้นนั่นเอง คุณสามารถเรียนรู้การเป็นที่ปรึกษาได้จากบทความนี้เลยครับ: 

 

4. จง “ขายเพื่อเอาชีวิตรอด”

 

คำคำนี้อาจฟังดูน่ากลัวนะครับ แต่คุณเห็นด้วยกับผมมั้ยครับ ถ้าคุณมีอาชีพนักขายเพียงอาชีพเดียว ไม่ได้มีต้นทุนทางสังคมใดๆ บ้านไม่รวย นามสกุลไม่ดัง ตังค์ไม่มี จงคิดซะว่าการขายเป็น “สายป่าน” สุดท้ายที่จะช่วยให้คุณประทังชีวิตอยู่ได้ คุณยังมีภาระเรื่องพ่อแม่ ลูกเมีย ที่คุณต้องดูแลรวมถึงชีวิตของคุณเองด้วย คุณต้องรับผิดชอบชีวิตพวกเขา ชีวิตของตนเองด้วยการขายที่สามารถนำเงินเข้าสู่กระเป๋าคุณได้ ทำมากยิ่งได้มาก ขยันมากย่อมไม่อดตาย การขายคือ “ใบเบิกทาง” สู่การรอดชีวิตและเป็นพื้นฐานของการกลายร่างตัวเองไปสู่การเป็นเจ้าของกิจการที่ประสบความสำเร็จ


ในเมื่อคุณรู้อย่างนี้แล้ว คุณจะยังกลัวอยู่ทำไมครับ คุณไม่มีทางเลือกใดๆ ในชีวิตแล้ว จงลุยไปให้สุดทาง เอาชนะความกลัวให้ได้ ความกลัวไม่สามารถทำอะไรคุณได้ การไม่มีเงิน ไม่มีกิน ความยากจนและอดตาย เป็นสิ่งที่เลวร้ายและคุณไม่ควรเผชิญหน้ากับชีวิตเช่นนั้น ในเมื่อยังมีทางเลือกอยู่นั่นคือการขาย จงลงมือทำและเรียนรู้อยู่ตลอดเวลาเพื่อเอาชนะอุปสรรคเหล่านั้น ต่อให้คุณเจ๊งและไม่เหลืออะไรซักอย่างในชีวิต ทักษะการขายจะช่วยให้คุณเอาตัวรอดและประสบความสำเร็จได้ครับ

อย่ากลัวที่จะขาย คนเราเกิดมาเพื่อขายอยู่แล้วครับ เอาชนะความกลัวให้ได้ แล้วคุณจะค้นพบคำว่าความสำเร็จ

 

Share on Facebook
Share on Twitter
Share on Linkedin
Please reload

Follow on Facebook

latest Post

Please reload

Popular Post

Please reload

Sales Mastery - 31st Line banner.jpg

Pornpat Wattananiyomkajohn (Pan)

นักธุรกิจและผู้บริหารระดับสูง Gen-Y ของบริษัทสตาร์ทอัพข้ามชาติมูลค่ามากกว่า 5,000 ล้านบาท ผู้คลั่งไคล้และมีแพชชั่นเกี่ยวกับการขายแบบองค์กร (B2B) เป็นเจ้าของเพจ "กูนี่แหละเซลล์ร้อยล้าน" ที่มีผู้ติดตามบนเฟซบุ้คมากกว่า 56,000 คน และได้รับเชิญให้เป็นที่ปรึกษากับวิทยากรด้านการขายแบบองค์กรให้กับบริษัทระดับประเทศมากกว่า 100 บริษัท

  • Facebook Social Icon
  • LinkedIn ไอคอนสังคม

CONTACT US

  • Facebook Social Icon

FACEBOOK

LINE

  • LinkedIn Social Icon

LINKEDIN

©Copyright reserved 2017 - Silverlake consulting co., ltd