การกระทำบางอย่างที่ทำให้ลูกน้องไม่ชอบคุณ

มนุษย์เป็นสัตว์สังคมที่ถ้าใครไม่มีสังคมก็คงใช้ชีวิตอยู่บนโลกนี้ไม่ได้ การทำงานเองก็เช่นเดียวกัน คงยากมากที่คุณจะทำงานคนเดียวแล้วไม่คุยกับใครเลยแต่ได้เงิน มีน้อยอาชีพมากๆ ที่สามารถทำแบบนั้นได้ ดังนั้นสังคมการทำงานก็เป็นสิ่งที่คุณต้องให้ความสำคัญและปรับตัวอยู่ร่วมกับมันได้เช่นเดียวกัน

เมื่อคุณก้าวขึ้นเป็นหัวหน้าทีมหรือเป็นผู้จัดการฝ่ายขาย แน่นอนว่าคุณจะต้องมีลูกน้องที่จะทำงานภายใต้การบังคับบัญชาของคุณ คุณจะต้องออกแบบกิจกรรมการทำงาน วัดผล และฝึกอบรมทักษะการขายจนพวกเขากลายเป็นมืออาชีพ เรียกได้ว่าลมหายใจเข้าออกของตำแหน่งนี้จะต้องคลุกคลีกับลูกน้องแทบจะตลอดเวลา

การที่จะทำให้ลูกน้องมีความทุ่มเทและมอบหัวใจให้คุณเต็มร้อย พวกเขาจะต้องไว้วางใจในตัวคุณและมีความเชื่อมั่น ถึงจะยอมทำตามสิ่งที่คุณบอกได้อย่างไม่มีข้อแม้ ไม่มีคำว่าปฎิเสธในหัวของพวกเขา

แต่การขาดความเป็นผู้นำที่ดี ขาดการสื่อสารที่ผิดพลาดและเข้าใจผิด ย่อมหมายถึงผลกระทบระยะยาวที่ตามมา เมื่อเวลาผ่านไปเรื่อยๆ พวกเขาเริ่มไม่ชอบคุณขึ้นมาเมื่อไหร่ หมายความว่าทีมของคุณกำลังจะพังเมื่อนั้น และคุณเองก็จะล้มเหลวในฐานะหัวหน้างานที่ไม่ได้เรื่องนั่นเอง เผลอๆ คุณนี่แหละที่เป็นฝ่ายโดนไล่ออกด้วยซ้ำ

มาดูกันว่ากิจกรรมหรือการกระทำอะไรที่จะทำให้ลูกน้องไม่ชอบคุณและทำให้ทีมพังในอนาคต มาดูกันเลยครับ

1. คุณสั่งงานนอกเวลางานมากเกินไป

เป็นการกระทำที่ “ปัญญาอ่อน” และไม่ได้ส่งผลดีต่อทีมเลยแม้แต่น้อย โดยเฉพาะในยุคนี้ที่มีเครื่องมีโซเชี่ยลมีเดียมากมาย โดยเฉพาะไลน์ ที่ทำให้คุณสั่งงานแบบมีลายลักษณ์อักษรให้กับทีมได้ง่ายขึ้น แถมยังตั้งกลุ่มไลน์แยกเฉพาะได้อีกด้วย คุณจึงเริ่มสั่งงานแบบไม่บันยะบันยัง บางทีก็มากเกินไป เช่น สั่งงานช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์ ทั้งๆ ที่สั่งไปก็เท่านั้นเพราะลูกค้าเค้าหยุดกันหมด สั่งงานเช้าเกินไป เช่น ตีห้าหรือหกโมง สั่งงานดึกเกินไป เช่น หลังสองทุ่มก็ยังมานั่งพูดเรื่องงาน เป็นต้น ผลก็คือลูกน้องเริ่มไม่มีความสุขและตั้งกลุ่มไลน์ใหม่เพื่อนินทาคุณ มองลบกับคำสั่งของคุณ เผลอๆ จะทำเป็นไม่อ่านและไม่เห็นไลน์ด้วยซ้ำไป ถ้าด่วนจริงๆ ให้โทรหาเลยจะดีกว่า

2. คุณใช้คำพูดที่หยาบคายและไม่ให้เกียรติพวกเขา

มีเจ้านายบางประเภทที่มักจะอยู่ในวัยชายฉกรรจ์หรืออยู่ในช่วงวัยกลางคน เริ่มมีอายุซักนิดนึง พอมีลูกน้องอายุน้อยกว่าก็จะเริ่มใช้คำพูดที่เป็นกันเองมากเกินไปทันที โดยเฉพาะถ้าเป็นเพศเดียวกัน บางทีก็เริ่มพูด “กูมึง” ทุกครั้งเวลาสั่งลูกน้อง ซึ่งประเด็นคือมันเป็นคำหยาบ บางทีก็บ้วนคำห่วยๆ ที่แสดงถึงการดูถูกบ้าง เช่น ด่าลูกน้องว่า โง่ ห่วย ไม่ได้เรื่อง เหี้ย ควาย อีดอก ฯลฯ ทั้งต่อหน้าและลับหลัง ประเด็นก็คือถ้าคุณยังเป็นเด็กจบใหม่หัวเกรียน การพูดคำหยาบอาจจะไม่ค่อยมีคนมาใส่ใจนัก แต่ถ้าคุณเป็นหัวหน้างานแล้วบ้วนคำพูดห่วยๆ แบบนี้บ่อยๆ คุณจะกลายเป็นคนที่ไม่น่าเคารพนับถือทันที กลายเป็นคนกากเหมือนวาจาที่ชอบพูดนั่นแหละ

3. คุณมีอคติกับลูกน้องบางคนมากเกินไป

การมีอคติหรือว่า “โปร” ลูกน้องบางคนมากเกินไป ภาษากฎหมายคงเรียกได้ว่า “ตราชั่งเอียง” หมายความว่าคุณกำลัง “รักลูกน้องไม่เท่ากัน” ไม่ว่าจะเป็นเหตุผลอะไรก็ตาม เช่น คุณเป็นหัวหน้าขี้หลี หน้าม่อ จึงชอบเอาใจลูกน้องที่หน้าตาดีเป็นพิเศษ ลูกน้องทำงานห่วยแค่ไหนก็ไม่เคยด่าไม่เคยว่า หรือเป็นหัวหน้าผู้บ้ายอ บ้าอำนาจ ก็มักจะชื่นชอบลูกน้องสายเลียมากเป็นพิเศษ แต่กลับไม่ชอบลูกน้องบางคนที่หน้าตาไม่ดีหรือทำงานไม่ได้ดั่งใจ ทั้งๆ ที่คุณไม่เคยสอนงานพวกเขาเลย จึงชอบ “ตัดสิน” พวกเขาแต่เนิ่นๆ ว่าทำงานห่วย ไม่ได้เรื่อง กลายเป็นรักไม่เท่ากัน ประเด็นคือถ้านักขายมือทองรู้สึกวาคุณอคติ เห็นกงจักรเป็นดอกบัวเมื่อไหร่ พวกเขาจะชิ่งหนีคุณเมื่อนั่นเลย

4. คุณไม่ค่อยเลี้ยงข้าวหรือเลี้ยงเหล้าพวกเขาเท่าไหร่

นี่เป็นนิสัยห่วยๆ ของเจ้านายบางคนที่เป็นเจ้าหน้าที่ระดับสูง มีอำนาจพอสมควร แต่เวลาพาลูกน้องไปกินข้าวหรือกินเหล้า ดันให้ลูกน้อง “หารเท่า” กับตัวเองด้วย บางคนไม่เคยเลี้ยงลูกน้องเลยทั้งๆ ที่เงินเดือนสูงและทำงานสบายพอสมควร ประเด็นคือเรื่องการเลี้ยงข้าวลูกน้องเป็นการแสดงถึง “บุญบารมี” เพื่อซื้อใจลูกน้องโดยที่ไม่ต้องใช้ปากพูดให้มากนัก ลูกน้องจะรู้ว่าว่าคุณมี “บุญคุณ” กับพวกเขา ได้ความศรัทธาและนับถือมากขึ้นแบบใช้เงินซื้อ (ฮา) ดังนั้นเจ้านายคนไหนที่ขี้เหนียวจนเกินพอดี ส่วนใหญ่ลูกน้องจะไม่ค่อยชอบขี้หน้าหรอกครับ

5. คุณไม่เคยให้เกียรติและชมเชยลูกน้องทั้งต่อหน้าลูกค้าและลับหลัง

เจ้านายประเภทนี้จะชอบเอาหน้าและเอาผลงานทั้งหมดมาเคลมไว้ที่ตัวเองเป็นอย่างมาก เวลาลูกน้องปิดการขายได้ก็จะชอบเข้าไปเสนอหน้ากับลูกค้าในตอนท้ายสุด แถมไม่เคยกล่าวชมเชยลูกน้องตัวเองต่อหน้าลูกค้าและนายใหญ่ในบริษัท พวกเขาจึงเริ่มสะสมความไม่ชอบขี้หน้าคุณไปเรื่อยๆ เพราะว่าคุณไม่เคยไว้วางใจพวกเขาและต้องการได้หน้าอยู่คนเดียวนั่นเอง ทำให้พวกเขาเริ่มหนีห่างจากคุณและไม่ต้องการทำงานร่วมกับคุณอีกต่อไป เจ้านายประเภทนี้ก็เป็นประเภทที่น่าเกลียดอยู่พอสมควรเลยทีเดียว

จริงๆ แล้วยังมีหลายเหตุผลเลยล่ะครับ ถ้าให้เขียนทั้งหมดก็เกรงว่าจะยาวเกินและมีหลายสิบข้อแน่ๆ (ฮา) ดังนั้นคุณต้องระมัดระวังการกระทำที่มีผลกระทบต่อพวกเขาทั้งเชิงบวกและเชิงลบให้ดี การจะเป็นเจ้านายที่ดีได้จะต้องได้รับความร่วมมือจากลูกน้องเสมอครับ

Leave your vote

Comments

0 comments

Similar Posts

ใส่ความเห็น