สาเหตุที่ทำให้คุณบริหารทีมขายได้อย่างไร้ประสิทธิภาพ

 

การเป็นผู้จัดการฝ่ายขายหรือเจ้าของธุรกิจที่ต้องการขยายกิจการด้วยการจ้างพนักงานขายเพิ่ม สำหรับหลายๆ คนคงเปรียบได้กับ "ประสบการณ์ใหม่ๆ" ที่ไม่เคยทำมาก่อนเลยในชีวิต

 

แน่นอนว่าการขึ้นชื่อเป็นโค้ชหรือผู้จัดการทีมย่อมไม่ใช่ของง่าย เปรียบได้กับกีฬาฟุตบอลที่นักเตะขั้นเทพสมัยเป็นผู้เล่นเมื่อแขวนสตั๊ดแล้ว พอเริ่มต้นอาชีพผู้จัดการทีมหรือกุนซือของทีมก็ไม่ได้เป็นงานที่ง่ายเหมือนตอนลงไปเล่นในสนามเอง

 

ในเกมธุรกิจเองก็เช่นเดียวกัน การที่คุณเป็นนักขายขั้นเทพมาก่อนหรือคุณคิดไปเองว่าผู้จัดการทีมขายจะต้องโปรโมตนักขายฝีมือเทพขึ้นมาเป็นผู้จัดการฝ่ายขายจะต้องเวิร์ก นักขายตัวเทพน่าจะสอนงานนักขายมือใหม่ให้เก่งได้อย่างแน่นอน แต่ผมบอกเลยครับว่านี่คือความเข้าใจผิดอย่างมาก ไม่ต่างกับนักฟุตบอลมาเป็นโค้ชนั่นแหละ

 

นี่เป็นแค่ส่วนหนึ่งของสาเหตุที่ทำให้คุณเป็นผู้จัดการฝ่ายขายหรือเจ้าของธุรกิจที่เริ่มจ้างทีมขายและบริหารงานได้อย่างไร้ประสิทธิภาพยังไงล่ะครับ

 

ผมจึงขอแชร์สาเหตุทั้งหมดของความล้มเหลวในส่วนของการบริหารทีมขายกันเลยครับ

1. คุณไม่เข้าใจหน้าที่ที่แท้จริงของผู้จัดการฝ่ายขาย

 

การเป็นผู้จัดการฝ่ายขายคือการบริหารงานและกำหนดกิจกรรมของทีมขายที่ทำให้ลูกน้องของคุณทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ ล่ายอดขายได้อย่างสนุก และทุกสิ่งทุกอย่างจะต้อง "วัดผลได้" ซึ่งถ้าคุณมัวแต่จ้างพนักงานประวัติดีๆ โปรไฟล์เด่น แต่วันๆ ไม่ทำอะไร นั่งตากแอร์ชี้นิ้วสั่งอย่างเดียว อย่างนี้เตรียมล้มเหลวได้เลย

 

2. คุณคัดเลือกพนักงานขายจากการสัมภาษณ์งานที่ไร้ประสิทธิภาพ

 

การคัดพนักงานขายใหม่ตั้งแต่ดูเรซูเม่ สัมภาษณ์งาน นับว่าเป็นขั้นตอนที่สำคัญทั้งนั้น ถ้าคุณให้เวลาหรือให้ความสำคัญกับมันน้อยเกินไป คุณก็มีแนวโน้มว่าจะได้ "วัตถุดิบ" ที่ไม่ดีตั้งแต่แรก หรือได้คนดีๆ มาแล้วแต่ก็ "ใช้ไม่เป็น" ทำให้คุณเริ่มโทษลูกน้องว่าทำงานไม่ได้เรื่อง ทั้งๆ ที่สาเหตุทั้งหมดมาจากการเริ่มคัดพนักงานขายแต่แรกแล้ว

 

3. คุณไม่ค่อยออกตลาดร่วมกับทีมขาย

 

อย่างที่กล่าวไป ถ้าวันๆ มัวแต่นั่งตากแอร์ ไม่เคยออกตลาดร่วมกับลูกน้อง แล้วคุณจะไปเห็นฝีมือของพวกเขาจากการขายจริงได้อย่างไร ลูกน้องของคุณจึงทำงานแบบไร้ทิศทาง ไม่มีคนมีอำนาจและฝีมือของคุณคอยช่วยแก้ปัญหาหรือเสนอแนะวิธีการขายที่ดี สุดท้ายก็เอาแต่โทษว่าทำไมลูกน้องถึงขายไม่ได้ ทั้งๆ ที่คุณไม่เคยรู้อะไรเลย

 

4. คุณคิดไปเองว่าการเพิ่มค่าคอมมิชชั่นจะทำให้นักขายล่ายอดขายได้เพิ่มขึ้น

 

เรื่องนี้มันเป็นเรื่องเงินๆ ทองๆ ที่ใครๆ ก็คิดว่าการเพิ่มค่าคอมฯ เพื่อล่อใจพนักงานขายจะสามารถสร้างแรงกระตุ้นที่ดีและทำให้นักขายหิวกระหาย ซึ่งมันก็ไม่ผิด แต่ประเด็นก็คือถ้านักขายของคุณยังทำงานไม่เป็น ขาดประสิทธิภาพ ต่อให้เพิ่มค่าคอมฯ เป็น 10 เท่า พวกเขาก็ยังขายไม่ได้เหมือนเดิม เพิ่มค่าคอมฯ มากไปก็เท่านั้น

 

5. คุณสอนงานหรือโค้ชชิ่งพวกเขาไม่เป็น

 

การสอนงานหรือการโค้ชชิ่งเด็กๆ มันไม่เหมือนกับการที่คุณออกไปขายเอง พวกเขาก็เหมือนเด็กแบเบาะที่ต้องรับการสั่งสอนจากคุณ การโค้ชชิ่งจะต้องใช้เวลาและสอนโปรแกรมการฝึกที่ติดตามผลได้อยู่พอสมควร ถ้าคุณให้เวลาหรือให้ความสำคัญกับสิ่งเหล่านี้น้อยเกินไป ลูกน้องคุณจะไม่มีทางเก่งขึ้นเลย ยิ่งสอนไม่เป็นก็ไม่ต้องพูดถึง

 

6. คุณบังคับใช้ตารางการวัดผลการขายได้อย่างไร้ประสิทธิภาพ

 

ตารางวัดผลการขาย เรียกง่ายๆ ว่า "Sales Report" ย่อมเป็นอะไรที่น่าเบื่อสำหรับคนที่เป็นนักขายมาก่อน แต่สำหรับผู้จัดการฝ่ายขายแบบคุณ นี่คือหนึ่งในกิจกรรมที่สำคัญมากๆ เพื่อใช้ตรวจสอบสุขภาพทีมขาย แต่ถ้าตัวคุณเองสร้างวินัยให้เหล่านักขายได้ไม่มากพอ ผลัดวันประกันพรุ่ง แถมตัวคุณเองนั้นไม่ใส่ใจ รายงานที่ได้มาก็จะเหมือนขยะชิ้นนึงที่มันจะทำให้เก้าอี้ของคุณร้อนขึ้นเรื่อยๆ เพราะรายงานให้ผู้ใหญ่ฟังแบบมั่วๆ นั่นเอง

 

7. คุณบริหารทีมขายที่มีอายุต่างวัยไม่เก่ง

 

ยุคนี้มีคนรุ่นใหม่ (Gen-Z) เข้าสู่ตลาดงานเป็นจำนวนมาก แถมยังมีคน Gen-Y ที่มีประสบการณ์มากกว่า 10 ปีอยู่ในทีมอยู่แล้ว ยังมีคน Gen-X ที่อายุ 40 ขึ้นไปอีกด้วย ถ้าคุณไม่เข้าใจความแตกต่างระหว่างอายุ ความแตกต่างตรงนี้แหละที่จะสร้างปัญหาปวดหัว แถมยังทำให้ความสามัคคีภายในทีมนั้นไม่ดีพออีกด้วย ถ้าคุณไม่เข้าใจพวกเขา

 

8. คุณไม่สามารถเป็นผู้นำที่น่าเชื่อถือให้พวกเขาได้

 

คุณเป็นบอสหรือหัวหน้างาน ถ้าลูกน้องไม่ให้ใจและขาดความเชื่อมั่นในตัวคุณเมื่อไหร่ ตัวคุณนั่นแหละที่จะแย่ในบั้นปลาย ผู้นำที่ดีจะต้องใช้ทั้งทักษะการพูดและการกระทำแบบมืออาชีพเพือเป็นตัวอย่างที่ดีแก่ลูกน้อง แต่ถ้าคุณพลาดในส่วนนี้เมื่อไหร่ ไม่ว่าจะตั้งใจหรือไม่ต้องใจก็ตาม ลูกน้องจะเริ่มนินทาและเกลียดขี้หน้า ถึงตอนนั้นทีมคุณก็เตรียมพังได้เลย เผลอๆ คุณนั่นแหละที่จะโดนไล่ออก

 

9. คุณไม่เก่งในการสร้างแรงจูงใจเพื่อกระตุ้นทีมขาย

 

การกระตุ้นหรือสร้างบรรยากาศที่ดีภายในทีมขายนั้นเป็นสิ่งที่สำคัญ อาชีพนักขายเป็นอาชีพที่มีแรงกดดันหรือมีแรงเสียดทานอยู่พอสมควร ทำให้นักขายทั่วๆ ไปเกิดอาการท้อแท้ได้ง่าย ถ้าคุณไม่เก่งในเรื่องการกระตุ้นหรือจัดกิจกรรมที่ทำให้พวกเขามีไฟ พวกเขาจะเริ่มท้อแท้ไปเรื่อยๆ จนกลายเป็นมะเร็งร้ายของทีม จากนั้นก็เกิดปัญหาเรื่องการลาออกตามมาอย่างแน่นอน

 

10. คุณไม่สามารถจัดการรักษานักขายมือทองเอาไว้ได้

 

นักขายมือทองก็เหมือนกองหน้าเบอร์หนึ่งของทีมที่ยิงประตูให้คุณอย่างเป็นกอบเป็นกำ พวกเขาจึงมีความสำคัญ ถ้าคุณรักษาพวกเขาไว้ไม่ได้ คู่แข่งคุณอาจจะดึงตัวพวกเขาไปสร้างความมั่งคั่ง แถมยังกลับมายิงคุณให้ตายและจนลงไปอีกด้วย นี่คือปัญหาเรื่องการจัดการของคุณโดยแท้ที่ไม่สามารถรั้งพวกเขาได้

 

11. คุณไม่กล้าที่จะไล่พนักงานเจ้าปัญหาออกไป

 

การเก็บพนักงานขายที่กลายเป็นมะเร็งร้าย โดยที่คุณมัวแต่ใช้น้ำเย็นเข้าลูบ มีแต่พระคุณแต่ไม่มีพระเดช พวกเขาจะยิ่งได้ใจและทำให้พนักงานที่ทำงานดีๆ แต่ไม่พอใจพวกเจ้าปัญหาไม่พอใจตัวของคุณเองไปซะงั้น สุดท้ายก็เหลือแต่พวกห่วยๆ ที่อยู่แต่ แต่คนเก่งๆ ลาออกไปทำงานที่อื่นกันหมด

แล้วอย่างนี้คุณควรทำอย่างไรดี??

 

เซลล์ร้อยล้านได้สรุปปัญหาที่ทำให้ผู้จัดการฝ่ายขายหลายๆ ท่านยังก้าวสู่ความเป็นมืออาชีพและเป็นผู้จัดการทีมขายหรือเจ้าของกิจการที่มั่งคั่งไม่ได้เสียทีมาเรียบร้อยแล้ว สิ่งที่ผมจะช่วยคุณคือการสอนและฝึกอบรมการทำงานของผู้จัดการใหม่ทุกขั้นตอนตามที่กล่าวมา

 

ผมเป็นหนึ่งในคนรุ่นใหม่ที่อายุอยู่ในช่วง 30 ต้นๆ เพียงไม่กี่คน ที่ได้ดำรงตำแหน่งกรรมการผู้จัดการ (Managing Director) และมีประสบการณ์ในการทำงานกับองค์กรระดับโลกหลายบริษัท กับการได้โลดแล่นในวงการธุรกิจต่างประเทศ โดยเฉพาะภูมิภาค CLMV

 

ความเป็นคนรุ่นใหม่ทำให้ผมเข้าใจกลุ่มคนทำงานปัจจุบัน (Gen-Y) และกลุ่มคนทำงานรุ่นใหม่ (Gen-Z) เป็นอย่างดีว่าจะบริหารจัดการหรือโค้ชชิ่งพวกเขาอย่างไรให้เปิดใจรับฟังพร้อมกับเริ่มต้นสู่ความเป็นมืออาชีพได้

 

ด้วยประสบการณ์ที่สั่งสมมากว่า 10 ปี อีกทั้งยังเป็นกรรมการผู้จัดการบริษัทด้านนวัตกรรมข้ามชาติที่มีมูลค่าทางการตลาดมากกว่า 1,200 ล้านบาท และเป็นเพียงคนไทยไม่กี่คนที่ได้คุมกิจกรรมการขายของนักขายทั้งไทยและต่างประเทศมากกว่า 30 ชีวิต ในวงการธุรกิจสตาร์ทอัพ

 

ผมได้รับการยอมรับและความเชื่อมั่นจากบริษัทมหาชนและบริษัทด้านไอทีขนาดใหญ่มากกว่า 30 บริษัทให้ไปเป็นวิทยากรและเป็นที่ปรึกษาด้านการขายแบบองค์กร รวมถึงการถูกเชิญให้ขึ้นพูดในงานที่เป็นทางการระดับชาติ และได้รับผลตอบรับด้านบวกมามากมาย และได้มีการสร้างคอร์สสัมมนาการขายแบบมืออาชีพมามากถึง 20 คอร์สแก่ประชาชนทั่วไป มีลูกศิษย์มากกว่า 200 ชีวิต

 

ผมจึงขอเชิญชวนให้คุณได้เป็นส่วนหนึ่งในสิ่งที่ผมจะถ่ายทอดให้กับคุณอย่างเต็มที่ ด้วยประสบการณ์และเทคนิคการขายที่สั่งสมมาทั้งหมดในงานสัมมนาที่จะเริ่มขึ้นวันที่ 17-18 พฤศจิกายนนี้ ซึ่งประกอบไปด้วยการฝึกอบรมและ Workshop สองวันเต็มแบบจัดหนัก


คลิกเพื่อลงทะเบียนที่:

https://www.eventpop.me/e/4518-sales-director-3rd

 

แล้วพบกันนะครับว่าเงินลงทุนหลักพันจะช่วยให้คุณได้ค่าคอมฯ หลักล้านกันได้อย่างไร ขอบคุณครับ

 

Share on Facebook
Share on Twitter
Share on Linkedin
Please reload

Follow on Facebook

latest Post

Please reload

Popular Post

Please reload

Pornpat Wattananiyomkajohn (Pan)

นักธุรกิจและผู้บริหารระดับสูง Gen-Y ของบริษัทสตาร์ทอัพข้ามชาติมูลค่ามากกว่า 5,000 ล้านบาท ผู้คลั่งไคล้และมีแพชชั่นเกี่ยวกับการขายแบบองค์กร (B2B) เป็นเจ้าของเพจ "กูนี่แหละเซลล์ร้อยล้าน" ที่มีผู้ติดตามบนเฟซบุ้คมากกว่า 56,000 คน และได้รับเชิญให้เป็นที่ปรึกษากับวิทยากรด้านการขายแบบองค์กรให้กับบริษัทระดับประเทศมากกว่า 100 บริษัท

  • Facebook Social Icon
  • LinkedIn ไอคอนสังคม
SALE100MILLION OCT_Sale Mastery 16-9 ban

CONTACT US

  • Facebook Social Icon

FACEBOOK

LINE

  • LinkedIn Social Icon

LINKEDIN

©Copyright reserved 2017 - Silverlake consulting co., ltd