in

ปิดการขายให้เฉียบขาดสำหรับการขายออนไลน์

ยุคนี้เหล่าพ่อค้าแม่ค้าที่ยังไม่ปรับตัวให้มาขายบนโลกออนไลน์ ผมต้องขอบอกเลยว่าคุณมีสิทธิ์ “เอาตัวไม่รอด” ในสงครามธุรกิจและโรคโควิดอันดุเดือดได้แน่นอน ที่สำคัญคือต้องดวลกันกับพ่อค้าแม่ค้าออนไลน์ทั้งหน้าใหม่และหน้าเก่า ทำให้การขายไม่ได้ง่ายเหมือนปอกกล้วยเข้าปาก

การขายออนไลน์นั้นฟังดูก็เหมือนง่าย สะดวกสบาย อีกทั้งยังไม่ต้องใช้เงินลงทุนอะไรมาก เรียกได้ว่ามีความรู้นิดหน่อยและใช้อินเทอร์เน็ตกับโปรแกรมต่างๆ เป็น คุณก็สามารถเปิดร้านค้าออนไลน์ได้แล้ว อีกทั้งยังฟรีอีกด้วย แต่ก็อย่างที่บอกแหละครับ อะไรที่มันง่ายก็มีคู่แข่งเยอะ

ดังนั้นเพื่อสร้างความได้เปรียบด้านการขายออนไลน์ คุณจำเป็นต้องลงทุน “ทำการตลาดออนไลน์” ไม่ว่าจะเป็นเรื่องสินค้า พรีเซนเตอร์ กราฟฟิกเจ๋งๆ ยิงแอดแม่นๆ หรืออะไรก็ตามแต่ ซึ่งทั้งหมดทั้งมวลที่ทำมาดีแล้ว คุณอาจจะตกม้าตายเพราะ “ปิดการขาย” ไม่ได้ก็ได้ครับ

ผมจึงขอแชร์เทคนิคปิดการขายการตลาดออนไลน์ได้อย่างแม่นยำและแน่นอน อย่าลืมนะครับว่าลงทุนการตลาดไปเยอะแต่ปิดการขายไม่ได้ก็เท่านั้น

1. กฎ 60 วินาทีเมื่อลูกค้าทักและแสดงความสนใจ

ส่วนใหญ่การขายออนไลน์มักจะอยู่ในรูปแบบ Line@, Facebook Inbox หรือโทรมาหา ซึ่งถ้าลูกค้าส่งข้อความมาเมื่อไหร่ ผมมีกฎที่คุณและทีมงานตอบลูกค้าต้องทำให้ได้คือตอบกลับสิ่งที่ลูกค้าสอบถามหรือสนใจภายในเวลา 60 วินาที ถ้าทำไม่ได้ ลูกค้าจะเริ่มเลิกสนใจและเผลอๆ ไปซื้อคู่แข่งซะอย่างนั้น เรื่องสปีดคุณต้องขั้นเทพถึงจะมีโอกาสปิดการขายได้ชัวร์ๆ ครับ

2. ให้ข้อมูลที่ลูกค้าอ่านจบภายใน 3 บรรทัด พร้อมบอกราคา

เมื่อลูกค้าถามเกี่ยวกับสินค้าที่คุณขาย หรือรายละเอียดเพิ่มเติม ซึ่งส่วนใหญ่จะถามแนวๆ นี้ก่อน ให้อนุมานทันทีว่าลูกค้าสนใจ เพียงแต่อาจจะลังเลหรือยังไม่แน่ใจว่าสิ่งที่คุณขายคุ้มค่าแค่ไหน ดังนั้นคุณจึงต้องอธิบาย ซึ่งก็ไม่ควรยาวเกินไป จะดีมากถ้ามีรูปหรือหลักฐานประกอบที่เห็นผล ตัวอย่างเช่น

สินค้า: เซรั่มบำรุงผมสำหรับผู้ชายผมบาง ศรีษะล้าน
ลูกค้า: “ขอทราบรายละเอียดสินค้านิดนึงครับ”
คุณ (แอดมิน):

“สินค้าตัวนี้เป็นเซรั่มที่มีส่วนผสมจากประเทศเกาหลี
ซึ่งได้รับการรับรองจากสถาบันที่น่าเชื่อถือ สามารถทำให้เส้นผมดูดีขึ้นภายใน 30 วันครับ มีลูกค้าหลายคนที่ซื้อไปแล้วและสภาพผมดีขึ้นจริงครับ (ส่งรูปให้ลูกค้าดู)”

ลูกค้า: “ราคาประมานเท่าไหร่ครับ”
คุณ: “ขวดละ 350 บาทครับ”

คร่าวๆ ประมานนี้ครับ สั้นๆ และอธิบายประโยชน์ได้อย่างกระชับ มีข้อมูลหรือหลักฐานประกอบเพื่อให้เกิดความน่าเชื่อถือมากขึ้นไปอีก

3. ไพ่ในการปิดการขายคือโปรโมชั่นและเทคนิคสร้างความเร่งด่วนให้ลูกค้ารีบตัดสินใจซื้อ (แต่อย่าพึ่งรีบควักมาใช้)

อย่าพึ่งรีบบอกโปรโมชั่นตั้งแต่แรก จำไว้ว่าโปรโมชั่นเด็ดๆ นี่แหละที่เอาไว้ปิดการขายโดยเฉพาะ สถานการณ์จะเกิดจากตอนที่ลูกค้าถามราคาและคุณบอกราคาไปแล้ว ลูกค้าอาจจะกำลังขอคิดดูก่อนหรือลังเล คุณเองก็ไม่ชัวร์ว่าเขาจะซื้อหรือไม่ ผมมีสูตรเปิดไพ่เด็ดในมือ ดังนี้

ลูกค้า: “ราคาเท่าไหร่ครับ”
คุณ: “ขวดละ 350 บาทครับ ตอนนี้มีโปรโมชั่นซื้อ 1 แถมแชมพูเพื่อสุขภาพผมด้วยครับ”
ลูกค้า: “ครับ” (และเงียบไปประมาน 1-2 นาที)
คุณ: เจอแบบนี้ต้องรีบตามโดยด่วน “ลูกค้าสั่งซื้อเลยดีมั้ยครับเพราะตอนนี้ทีมส่งสินค้าเราสามารถส่งสินค้าได้ภายใน 1 วัน (เพื่อให้ลูกค้ารู้สึกว่าจะได้รับสินค้าได้ไวขึ้น) และตอนนี้สินค้าของเราขายดีมาก เกรงว่าเดี๋ยวสินค้าจะหมดก่อนและลูกค้าจะได้รับสินค้าที่ช้าลงครับ (เพื่อเริ่มกระตุ้นให้ลูกค้าตัดสินใจซื้อได้เร็วขึ้นเพราะของจะหมด)”
ลูกค้า: “ครับผม ถ้างั้นขอ 2 ชุดครับ”

4. รับตังให้ไวที่สุดเพื่อให้ชัวร์ว่าปิดการขายได้

จงให้ข้อมูลการโอนเงินเพื่อปิดการขายและทำให้ลูกค้าสามารถกดหรือกรอกเลขบัญชีโอนให้คุณได้เลย วิธีง่ายๆ คือเปิดบัญชีไว้หลายๆ ธนาคารก็ได้ เอาธนาคารดัง หรือมีเบอร์พร้อมเพย์ที่มี QR Code สแกนชำระได้เลย ยิ่งถ้ารองรับการชำระด้วยบัตรเครดิตก็จะดีมาก ถึงตรงนี้ก็น่าจะได้ตังแล้วล่ะครับ

5. ปิดไม่ได้ก็ปิดทีละน้อยก็ยังดี

ถ้าลูกค้าปฎิเสธ อย่าพึ่งหมดหวังด้วยการลองนำเสนอสินค้าชนิดอื่นที่มีราคาถูกลง กำขี้ดีกว่ากำตดนั่นเองครับ อย่างน้อยที่สุดก็ยังมีโอกาสขายลูกค้าได้ แต่ถ้าลูกค้าไม่เอาจริงๆ ก็อย่าลืมขอเบอร์ติดต่อเอาไว้เพื่อนำมาใช้โทรหรือส่งข้อความไปขายของในโอกาสถัดไปนั่นเองครับ

6. ขจัดข้อโต้แย้งด้วยข้อมูลจริงและทำให้ลูกค้าสบายใจ

ข้อโต้แย้งส่วนใหญ่ก็คือลูกค้ารู้สึกลังเล ควรให้ข้อมูลที่ถูกต้อง ไม่กั้ก ที่สำคัญคือต้องมีความเร็วในการตอบ ถ้ามีอะไรที่ต้องอธิบายยาว คุณสามารถขอเบอร์ลูกค้าเพื่อโทรไปคุยในเรื่องนี้ได้เพราะจะสร้างโอกาสในการปิดการขายได้มากขึ้นด้วย

สรุป

ปิดการขายสำหรับโลกออนไลน์ก็คือสปีดกับการให้ข้อมูลที่เคลียร์และโปรโมชั่นเพื่อเร่งให้ลูกค้ารีบๆ ซื้อนั่นเองครับ

What do you think?

จงอย่าขายเองถ้าคุณเป็นผู้จัดการฝ่ายขาย

ส่งอีเมลแนะนำตัวไปทำไมในเมื่อลูกค้าก็ไม่ตอบอยู่แล้ว