in

เด็กบ้านจน เป็นนักขายได้ดีกว่าเด็กบ้านรวยจริงหรือ

ผมเชื่อว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องที่ใครหลายๆ คนสงสัยกันมานานว่าการคัดเลือกพนักงานใหม่ ถ้าคัดเด็กที่มีพื้นฐานทางบ้านที่ไม่เหลือกินเหลือใช้มากนัก พูดง่ายๆ ก็คือ “บ้านจน” พวกเขาน่าจะเป็นนักขายที่ “หิวกระหาย” และล่ายอดขายได้ไม่มีหยุดได้มากกว่า “เด็กบ้านรวย” แหงๆ เลย

ซึ่งผมเองก็เคยรู้สึกแบบนั้นเหมือนกันครับ อาจเป็นเพราะว่าเด็กบ้านจนมาก่อน “ไม่มีทางเลือก” มากนัก เนื่องจากฐานะทางบ้านไม่เอื้ออำนวย ถ้าทำงานที่ได้รับมอบหมายได้ไม่ดีก็คงตกงาน ไม่มีโอกาสลืมตาอ้าปากได้ ยิ่งบ้านจนก็ยิ่งต้องสู้ชีวิตด้วยการตั้งใจทำงานว่างั้นเหอะ การทำงานคือสิ่งเดียวที่ทำให้มีรายได้ที่ดีสำหรับคนบ้านจน

แต่ถ้า “เหมารวม” (Stereotype) ว่าเด็กบ้านรวยน่าจะทำงานขายได้ไม่ดี ไม่อดทน “เหยียบขี้ไก่ไม่ฝ่อ” อะไรทำนองนี้ ผมคงมีหวังได้โดนคนบ้านรวยที่ประสบความสำเร็จและเป็นนักขายที่ดี “ไล่กระทืบ” แหงๆ ที่สำคัญคือผมเองก็เห็นมากับตาว่านักขายหลายๆ คนก็มีพื้นฐานทางบ้านที่ดี พอมาเป็นนักขายก็ทำได้ดีมากแถมยังเป็นท็อปเซลส์อีกต่างหาก

สิ่งที่เรียกว่า “ทัศนคติ” (Attitude) ต่างหาก ที่เป็นตัวกำหนดว่านักขายคนไหนจะกลายเป็นนักขายที่ประสบความสำเร็จ ไม่ว่าจะรวยหรือจะจน ถ้ามีคำว่า “อยากรวยและอยากประสบความสำเร็จ” อยู่ในหัว ทุกคนสามารถไปถึงจุดนั้นได้ทั้งนั้น แต่ถ้าบ้านรวยหรือบ้านจนแล้วไม่มีทัศนคติที่อยากรวย เข็นให้ตายแค่ไหนก็ไม่มีทางเป็นนักขายที่ประสบความสำเร็จได้ครับ

แสดงว่าความรวยจนนั้นไม่ได้เป็นเหตุผลสำคัญที่จะตัดสินว่านักขายคนนั้นจะเก่งหรือไม่เก่ง ผมจึงขอเขียนบทความนี้เพื่อบอกข้อดีของการจ้างนักขายระหว่างเด็กบ้านรวยกับเด็กบ้านจนกันนะครับ

**หมายเหตุ บทความนี้เป็นความเห็นส่วนตัวที่มาจากประสบการณ์ของผู้เขียนเท่านั้น

——————————————–

ข้อดีของการจ้างเด็กบ้านรวย

1. ส่วนใหญ่มักมีพื้นฐานการศึกษาที่ดี

เพราะบ้านรวยและถ้าเป็นคนตั้งใจเรียนก็มักจะได้โอกาสในการเรียนมากกว่าเด็กบ้านจนอยู่แล้ว อย่างน้อยก็อยู่โรงเรียนดังที่อุดมไปด้วยเพื่อนที่ดี (เป็นส่วนใหญ่) และได้เรียนพิเศษหรือเรียนเสริมจนมีผลการเรียนที่ดี บางคนได้โอกาสที่ดีกว่าและต้องใช้เงินมากอย่างการเรียนต่อต่างประเทศ จึงทำให้เกิดข้อได้เปรียบเรื่องภาษาโดยเฉพาะการพูดที่ได้เปรียบกว่าเด็กที่จบมาจากระบบการศึกษาไทยที่ไม่เก่งเรื่องการสอนภาษาอังกฤษอย่างมาก การรับเข้ามาทำบริษัทข้ามชาติจึงน่าสนใจมาก ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อว่าเด็กมอดังที่มาสมัครงานบริษัทผมส่วนใหญ่แทบไม่มีฐานะขัดสนเหมือนคนรุ่นผมเลย (รับเด็กจบการตลาด)

2. มีพื้นฐานทางธุรกิจจากทางบ้าน

เพราะที่บ้านมักมีกิจการซึ่งไม่เกี่ยงว่าจะมีขนาดเล็กและขนาดใหญ่ บางคนเป็นลูกผู้บริหารระดับสูงที่คุณพ่อคุณแม่สามารถถ่ายทอดความรู้หรือเป็นกุนซือด้านการทำงานให้ลูกได้เลย ต่างกับเด็กที่ฐานะธรรมดา พ่อแม่ทำงานรับจ้างทั่วๆ ไปที่ไม่เคยมีประสบการณ์ตรงนี้มาก่อน พื้นฐานทางธุรกิจที่ดีจะส่งผลดีกับเด็กบ้านรวยบางคนที่รู้จักใช้ “คอนเนคชั่น” ในการทำงานจริงได้อย่างถูกต้อง ซึ่งเรื่องคอนเนคชั่นก็จะสัมพันธ์กับการเข้าถึงโอกาสทางการศึกษา เช่น หลักสูตร MBA สัมมนาธุรกิจ ฯลฯ ที่มีโอกาสพบคนทำธุรกิจได้มากกว่า

3. มีความน่าเชื่อถือในการเข้าสังคมระดับสูง

สืบเนื่องจากการมีพื้นฐานทางบ้านที่ดี ทำให้เด็กกลุ่มนี้มีโอกาสได้รับการอบรมเรื่องมารยาททางสังคมที่ดีตั้งแต่เด็ก ไล่ตั้งแต่ระดับโรงเรียนคุณหนูคุณชาย การออกงานสังคมพร้อมกับครอบครัวที่ต้องใส่ใจเรื่องภาพลักษณ์ การถูกอบรมมารยาทผู้ดีตั้งแต่การแต่งกาย การกินข้าวร่วมกับแขกคนอื่นๆ การวางตัว รสนิยม ฯลฯ ทำให้คนกลุ่มนี้สามารถเข้าหาลูกค้าและเกิดความน่าเชื่อถือได้ง่าย เรื่องนี้ถ้าคนไม่เคยรู้มาก่อนจะต้องถูกขัดเกลาและใช้เวลาจากประสบการณ์พอสมควร

——————————————–

ข้อดีของการจ้างเด็กที่ฐานะทางบ้านไม่ดี

1. มีความกระหายความสำเร็จอย่างชัดเจน

เด็กบ้านจนมีความชัดเจนในเรื่องนี้อย่างตรงไปตรงมา บางคนทั้งชีวิตไม่เคยจับเงินมากกว่า 20,000 เลยด้วยซ้ำ การที่พวกเขารู้ว่างานขายมีโอกาสทำให้จับเงินหลักหมื่น หลักแสน หรือหลักล้านได้ มันจึงเป็นประสบการณ์ที่น่าตื่นเต้นและสร้างควาามภาคภูมิใจให้พวกเขาอย่างสุดซึ้ง พวกเขาจึงมีความกระหายและพร้อมที่จะทำทุกอย่างตามคำสั่งของคุณ (ที่น่าเชื่อถือและขาวสะอาด) ในการทำงานให้บรรลุเป้าหมาย

2. มีความจงรักภักดีต่อองค์กรคุณในระดับสูง

คนบ้านจนไม่ได้มีตัวเลือกที่ดีอย่างการกลับไปทำกิจการที่บ้านเหมือนเด็กบ้านรวย ทำให้พวกเขาไม่มีตัวเลือกมากนักในการเปลี่ยนงานบ่อยๆ หรือถ้าทำงานได้ไม่ดีก็มีโอกาสตกงานได้ พวกเขาจึงมีความยินดีและต้องการการทำงานที่มั่นคง และที่สำคัญคือเงินเดือนหรือค่าตอบแทนไม่ใช่สิ่งเดียวที่ตอบโจทย์พวกเขาเสมอไป แต่ความสบายใจและได้รับการยอมรับจากองค์กรต่างหากที่ทำให้เขาอยู่กับองค์กรเดิมที่ผลตอบแทนอาจจะน้อยกว่าที่ใหม่ด้วยซ้ำ

3. มีความเป็นน้ำไม่เต็มแก้วและนับถือผู้บังคับบัญชาเป็นอย่างมาก

ถ้าคุณเป็นผู้นำ เป็นหัวหน้างานที่ดีและสอนงานพวกเขาอย่างยุติธรรม ทุกสิ่งทุกอย่างที่คุณสอนเช่น การทำงาน การวางตัว บุคลิกภาพ การสื่อสาร หรืออะไรก็ตามที่นอกเหนือจากงาน พวกเขาจะถือว่าเป็นสิ่งใหม่ๆ ที่เข้ามาทำให้ทักษะชีวิตและทักษะการทำงานดีขึ้น ยิ่งถ้าคุณเป็นคนเก่งจริงและเป็นคนที่มีพื้นฐานแบบเดียวกับพวกเขามาก่อน แต่ทำงานจนยกระดับชีวิตตัวเองได้ พวกเขาจะยกย่องและยอมรับคุณเป็นอย่างมาก อารมณ์เดียวกับไอดอลคนส่วนใหญ่ที่ไม่ได้บ้านรวยมาก่อนและสร้างเนื้อสร้างตัวจนประสบความสำเร็จอย่างคุณตันหรือแจ็ค หม่า เลยล่ะครับ และพวกเขาจะเชื่อหมดใจเลยว่าสามารถเป็นแบบคุณได้แน่นอน

——————————————–

นี่คือความเห็นส่วนตัวในเรื่องนี้จากผมครับ

——————————————–

#โปรดแอดไลน์เพื่อไม่ให้พลาดบทความดีๆทุกวันและสามารถปรึกษาการขายกับผมได้ทุกเรื่อง: Lineid: @sales100million #ยิ่งอ่านยิ่งขายดี #อ่านบทความเกี่ยวกับการขายอันดับหนึ่งของไทยกว่า550บทความที่คลิก: https://www.sales100million.com

ลูกค้าใช้เหตุผลหรืออารมณ์ในการซื้อมากกว่ากัน?

วิธีการใช้โซเชี่ยลมีเดียในการหาลูกค้าใหม่