วิธีฝึก “ลูกล่อลูกชน” ด้วยวิชาข้างถนน เวลาต่อรองเจรจาในการขายจริงจะหมูมาก

หนึ่งในศาสตร์ด้านการขายและทำธุรกิจที่ว่ากันว่า “สอนกันยากมากๆ” ก็คือวิชาต่อรองเจรจา โดยเฉพาะภาษาชาวบ้านที่เรียกกันว่า “ลูกล่อลูกชน”

เนื่องจากผมเคยเรียนวิชา Negotiation แบบหลักสูตร MBA จากสถาบันชั้นนำของประเทศ แต่ผมกลับมองว่าหลักสูตรเหล่านี้ตอบโจทย์เพียงทฤษฎีเท่านั้น แต่หน้างานจริงๆ กลับไม่เวิร์กและไม่สามารถเปลี่ยนเพื่อนร่วมรุ่นหลายๆ คนให้มีความเขี้ยว ความเก๋า หรือมีเหลี่ยมในการเจรจาต่อรองได้

สาเหตุก็คือคนทั่วไปที่ไม่ได้เกิดมาในตระกูลพ่อค้ามักไม่เคยฝึกลูกล่อลูกชนจากชีวิตประจำวันมาก่อน ทำให้เหลี่ยมในการต่อรองเจรจาบางทีแพ้ป้าโชว์ห่วย ลุงขายเต้าฮวยแถวเยาวราช แขกขายเสื้อผ้าย่านพาหุรัดด้วยซ้ำ ทั้งๆ ที่พวกเขาไม่เคยเรียน MBA สถาบันมาก่อน

ถ้าคุณอยากเก่งเรื่องการต่อรองเจรจาและมีลูกล่อลูกชนอย่างเป็นธรรมชาติ คุณต้องฝึกทักษะเหล่านี้ในชีวิตประจำวันทุกวันด้วยวิธีนี้ (กด Save และ Share ถ้าอยากเป็นคนที่เก่งเรื่องการค้าขายที่แท้จริงครับ)

📍 เวลาโดนขอหรือวานให้ทำอะไร ต้องมีข้อแลกเปลี่ยนที่สมน้ำสมเนื้อเสมอ

หลายๆ คนอาจจะมองว่า ถ้าเป็นเพื่อนกันก็ต้องเหลี่ยมใส่หรอวะ ผมไม่ได้หมายความว่าอย่างนั้น คือแม้แต่คำว่าเพื่อนกัน ถ้าคุณถูกวานให้ช่วยอะไร ขออะไร เช่น ฝากซื้อกาแฟ ยืมของ ยืมเงิน แม้กระทั่งไปเอาโต๊ะเหล้าแทนเพื่อน ฯลฯ คุณต้องสร้างเงื่อนไขที่วิน-วินทั้งสองฝ่ายทุกกรณี เพื่อไม่ให้มีการได้เปรียบเสียเปรียบ ไม่งั้นจะโดนเอาเปรียบตลอด

ตัวอย่างเช่น ถ้าเพื่อนวานให้ซื้อกาแฟก็ต้องขอให้มันเลี้ยงเรา หรือถ้าไปเอาโต๊ะที่ผับก็ขอออกค่าเบียร์ 2 ขวด เป็นค่ารอคอย เป็นต้น ไม่ต้องกลัวว่าเพื่อนจะมองว่าเราเหลี่ยม มีแต่มองว่าเราเก๋าครับ

📍 พยายามสร้างอำนาจและอิทธิพลให้มีแต่คนเกรงใจ

ทฤษฎีอำนาจและอิทธิพลยังใช้ได้ผลเสมอ ถ้ายังมีเวลาและโอกาส ไม่ว่าจะเรียนอยู่หรือทำงานแล้ว การอัพเกรดวิทยฐานะด้วยการศึกษา การทำงานที่มีความก้าวหน้า การได้ทรัพย์หรือลาภยศจากตำแหน่งหน้าที่การงาน ไม่ผิดที่จะลงทุนกับตัวเองเพื่อ “สร้างบารมี” เช่น คุณเป็นหมอ เป็นตำรวจ เป็นพ่อค้า เป็นวิศวกรที่มีเงิน คุณย่อมมีอำนาจต่อรองสูงกว่าชาวบ้านตาดำๆ เป็นต้น

📍 เวลาอยากได้อะไร ควรเป็นฝ่ายยื่นข้อเสนอที่อีกฝ่ายไม่อาจปฎิเสธได้ก่อน

เรื่องนี้ผมได้มาจากเจ็กผมเอง เนื่องจากแกเป็นคนรวยแต่ขี้งกหน่อยๆ ผมจึงยื่นข้อเสนอตั้งแต่เด็กว่าถ้าผมสอบได้ 4.00 หรือเอนติดคณะดัง เจ็กต้องให้ของเล่น เกม ฯลฯ สุดท้ายแกก็ให้ จงจำไว้ว่าถ้าคุณอยากได้ผลประโยชน์จากใคร แม้แต่เมียของคุณเอง จงสร้างข้อเสนอแบบสมน้ำสมเนื้อหรือคุณไม่เจ็บตัวเกินไปนัก เวลาขอแล้วอีกฝ่ายไม่ปฎิเสธก็ดีไป แต่ถ้าพวกเขาลังเลก็เปิดข้อเสนอให้ครับ

ตัวอย่างเช่น เมียคุณขี้หึงและขี้งอนมาก แต่คุณอยากไปดูบอลกับเพื่อนที่ผับ คุณกำลังโดนปฎิเสธ คุณเลยยื่นข้อเสนอไปว่าพรุ่งนี้จะพาไปจัดเต็มซูชิโรที่นางชอบและพาไปเดินห้างพาราก้อน อัตราโดนปฎิเสธก็จะลดลงครับ

พี่ๆ ผู้บริหารในเพจ Sales100Million ล่ะครับ เคยงัดลูกล่อลูกชนไม้ตายไหนเอาไว้แก้ลำลูกค้ารายใหญ่จนต้องยอมสยบ ลองแชร์มาเล่าให้ฟังกันหน่อยครับ

Leave your vote

Comments

0 comments

Similar Posts