ศาสตร์แห่งการส่องโซเชียล: “สันดาน” ลูกน้องดูไม่ยาก ใครทำงานไปวันๆ หรือใครคือขุนพลร้อยล้าน
ในฐานะลูกพี่และเป็นนายคน คุณไม่จำเป็นต้องเสียเวลานั่งจับผิดลูกน้องในออฟฟิศทั้งวันหรอกครับ เพราะ “ตัวตนที่แท้จริง” ของพวกเขามักจะโผล่ออกมาบนหน้าฟีดโซเชียลตอนที่พวกเขาคิดว่าคุณไม่ได้สนใจ โดยเฉพาะเฟซบุ้ค ผมจึงมีศาสตร์ใน “การอ่านคน” ซึ่งไม่ต้องไปเรียนพวก NLP หรือ จิตวิทยาใดๆ เลยครับ โซเชี่ยลนี่แหละอ่านคนได้ง่ายที่สุด เพราะการส่องโซเชียลไม่ใช่เรื่องไร้สาระ แต่มันคือการเช็ก “ทัศนคติและสมอง” ว่าไอ้เด็กคนนี้มันมี DNA ของคนสำเร็จ หรือเป็นแค่ “กาฝาก” ที่รอสูบเงินเดือนไปวันๆ (ฮา) นี่คือ 4 สัญญาณอันตรายที่คุณต้องรีบเขี่ยออก ก่อนที่มันจะทำลายวินัยของทีม
1. พวก “วันจันทร์คือนรก วันศุกร์คือสวรรค์
เช้าวันจันทร์โพสต์รูปกาแฟ พร้อมแคปชั่นว่า “เหนื่อยจัง” หรือ “อยากวาร์ปไปวันศุกร์” พอถึงเย็นวันศุกร์โพสต์รูปแก้วเหล้า “ในที่สุดก็ถึงวันของเรา” สำหรับสายงานขายที่ “ตัวจริง” จะไม่ชอบวันหยุดเลย (เพราะไม่ได้เงิน ฮา) คนพวกนี้มักมองว่างานคือ “ยาขม” และวันหยุดคือ “สวรรค์” พวกเขาไม่มีความภูมิใจในเนื้องานที่ทำ วงจรชีวิตหมุนรอบแค่ความสนุกชั่วคราว เรื่องนี้ดูไม่ยากครับ พวกท็อปเซลล์จะหายใจเข้าออกเป็นการขายหรือโพสต์แต่เรื่องความสำเร็จในการปิดดีลกับลูกค้าเทพๆ ได้ เพราะพวกเขาหิวมาก แต่พวกกระจอกก็จะบ่นเรื่องงานหรือโพสต์เรื่องปัญญาอ่อนไปวันๆ ครับ
2. พวก “Toxic” บ่นเก่ง เหน็บเนียนๆ แต่ใจป๊อด
ดูง่ายๆ ก้คือชอบแชร์คำคมตัดพ้อต่อโชคชะตา หรือโพสต์เหน็บแนมบริษัทแบบอ้อมๆ เช่น “บริษัทไม่ใช่บ้าน” “ความอดทนมีขีดจำกัด” หรือ “บริษัทไม่ได้รักคุณ” พวกนี้มักโพสต์มากๆ กับพนักงานที่ไม่มีความภูมิใจในองค์กร มันนั่งกินเงินเดือนเราอยู่แท้ๆ แต่กลับแชร์หรือโพสต์อะไรทำนองนี้เขาเรียกว่า “เสียข้าวสุก” ครับ นี่คือพวก “มะเร็งในองค์กร” พวกเขาไม่มีความกล้าพอจะเดินมาเคลียร์กับคุณตรงๆ แต่เลือกจะปล่อยพิษลงโซเชียลเพื่อหาแนวร่วม ซึ่งถ้าใจพวกเขาไม่อยู่กับเราแล้ว ยอดขายก็จะไม่มีวันพุ่ง คนแบบนี้ทำงานไปวันๆ เพื่อรอวันลาออก อย่ามัวแต่เสียเวลาปั้นให้มือด้านเปล่าๆ ครับ
3. พวก “เก่งทุกเรื่อง ยกเว้นเรื่องที่ตัวเองขาย”
ชอบโพสต์หรือชอบแชร์ในโซเชียลวิเคราะห์การเมือง กีฬา ดราม่าดารา ได้เฉียบคมยาวเป็นหน้ากระดาษ แต่ไม่เคยแชร์ความรู้หรือโพสต์อะไรที่เกี่ยวกับอาชีพที่ตัวเองทำอยู่เลย ไอ้พวกนี้มีเยอะครับ ชอบแชร์กระแสสังคมเพื่อให้ตัวเองมีส่วนร่วม มีตัวตนในกระแส แต่พวกนี้ดูง่ายมากเพราะจะไม่มีความภูมิใจหรือความสำเร็จในเรื่องงานเลย ซึ่งแสดงว่าพวกเขาไม่ได้อินกับสินค้าหรือบริการที่เขากำลังขายเลย พวกเขาแค่ใช้เวลาในออฟฟิศเพื่อ “แลกเงิน” ไปทำสิ่งที่เขาชอบจริงๆ จงจำไว้ว่า มือโปรของจริงเขาจะโพสต์แทรกสิ่งที่เขาทำลงไปในชีวิตประจำวัน ความสำเร็จ ลูกค้า หรือโปรโมชั่นขององค์กรเพื่อช่วยโปรโมตทุกช่องทางและทำให้ลูกค้าในโซเชี่ยลเห็น
4. พวก “ใช้ชีวิตเกินตัว แต่เงินไม่มี”
ดูง่ายๆ ก็คือโพสต์รูปปาร์ตี้ทุกคืน โชว์ของแบรนด์เนมที่ดูแล้วรู้ว่ากู้มาซื้อ ท่องเที่ยวต่างประเทศ ต่างจังหวัดทุกวันหยุดเทศกาลยาวๆ หรือพยายามทำตัวรวยเพื่อข่มเพื่อน ไอ้พวกนี้ถ้าบ้านมันไม่รวยอยู่แล้วก็ใช้เงินจนไม่มีเก็บ ตรงๆ เลยก็คือคนกลุ่มนี้ “ไม่มีวินัยทางการเงิน” ครับ และความอันตรายคือ เมื่อเขาเงินขาดมือ เขาอาจจะโกงยอดบริษัท หรือเล่นไม่ซื่อกับลูกค้าเพื่อให้ได้เงินเร็วๆ จงจำไว้เสมอว่าคนรวยจริงไม่จำเป็นต้องตะโกนครับ
5. พวก “เสพดราม่า”
ใครมีดราม่าอะไรที่ไหน ต้องมีชื่อไอ้คนนี้ไปคอมเมนต์ หรือแชร์มาด่าต่อเสมอ โพสต์แต่เรื่องลบๆ ที่ไม่เกี่ยวกับตัวเอง แถมยังด่าทอด้วยความรุนแรงราวกับไม่ใช่คนที่เจอหน้าเลยด้วยซ้ำ (มีเยอะครับแม้กระทั่งพวกผู้ใหญ่ผู้มีเกียรติ) ง่ายๆ เลยคือคนที่โฟกัสกับ “เรื่องชาวบ้าน” คือคนที่ไม่มี “Focus” ในเป้าหมายตัวเองครับ พลังงานเขาถูกใช้ไปกับเรื่องไร้สาระจนหมด พอถึงเวลาทำงาน เขาก็จะไม่มีสมาธิพอกับโปรเจกต์ยากๆ เพราะสมาธิ (Focus) คือสมบัติที่แพงที่สุดของนักขายครับ ถ้าเขายังแยกไม่ออกว่าเรื่องไหนควรยุ่ง เรื่องไหนควรวาง เขาก็ไม่มีวันคุมดีลใหญ่ๆ ได้
จงเลือกปั้นคนที่โซเชียลเขาสื่อถึง ‘การเติบโต’ ไม่ใช่คนที่โซเชียลมีแต่ ‘การตัดพ้อ’ ครับ
Comments
0 comments
