4 ข้อผิดพลาดซ้ำซากที่บอกว่าคุณเป็นผู้นำที่แย่

 

ความเป็นผู้นำ (Leadership) คือทักษะที่นำพาคนจำนวนมากในองค์กรของคุณไปสู่ความสำเร็จร่วมกัน เปรียบเทียบกันง่ายๆ ก็คือไม่มีทีมฟุตบอลทีมไหนบนโลกในปัจจุบันนี้ที่ "เล่นบอลชายเดี่ยว" มีแค่ซูเปอร์สตาร์เพียงไม่กี่คนแล้วจะพาทีมคว้าแชมป์ได้ ผู้จัดการทีมฟุตบอลเองก็เช่นกันที่มีส่วนอย่างมากกับการดึงศักยภาพของทีม

 

การเป็นเจ้าคนนายคนเองก็เช่นกันครับ หมดยุคแล้วที่เจ้านายจะสามารถ "ปู้ยี่ปู้ยำ" ลูกน้องได้แบบในหนังสมัยก่อน ไม่ว่าจะเป็นการด่า เสียดสี เหน็บแนม แกล้ง ใช้งานเกินหน้าที่ ฯลฯ (ผมเองเจอมาหมดแล้ว) เป็นทีมบอลเผลอๆ เจอเล่นไล่โค้ชแล้วก็เป็นผู้จัดการนี่แหละที่จะโดนไล่ออกเป็นคนแรก งานประจำในยุคนี้ก็เช่นกัน

 

ถ้าคุณทำงานเป็นเจ้านายอยู่ในขณะนี้ ไม่ว่าจะเป็นเจ้าของ ผู้บริหาร ผู้จัดการ จงอ่านบทความนี้ให้ดีครับว่าความผิดพลาดที่ผมกำลังจะบอกคุณจะเป็นตัวบ่งบอกว่าคุณเป็นผู้นำที่แย่หรือไม่ มาดูตรงนี้เลยครับ

1. ไม่สอนงานลูกน้องด้วยตัวอย่างที่ดีหรือหาคำตอบให้เคลียร์ทุกขั้นตอน

 

เจ้านายที่แย่คือเจ้านายที่ไม่ค่อยใส่ใจการทำงานของลูกน้อง ดีแต่สั่งงานอย่างเดียวว่าต้องทำ มัวแต่ปล่อยให้พวกเขาเป็นคนทำงานด้วยตนเอง ถ้าเป็นทีมขายก็อารมณ์ประมาณว่าสั่งให้ลูกน้องต้องโทรหาลูกค้าเพื่อทำนัดแล้วเข้าไปนำเสนอให้ได้ หรือเวลาเข้าไปนำเสนอก็ต้องทำให้ลูกค้าบรีฟงานมาให้ได้ ซึ่งเห็นได้ชัดเลยว่าแนวทางการทำงานค่อนข้างสะเปะสะปะมาก การขาดตัวอย่างเรื่องวิธีการทำงานที่ถูกต้องโดยเฉพาะจากคนระดับหัวหน้าอย่างคุณจะทำให้ลูกน้องสูญเสียความเชื่อมั่นและเริ่มคิดว่าคุณไม่แน่จริง การต่อต้านก็จะตามมา ส่วนการที่ลูกน้องตั้งคำถามหรือสงสัยเรื่องงาน ควรพยายามหาคำตอบมาให้ได้และอย่ารับปากส่งๆ นี่คือหน้าที่ของคุณเลยล่ะครับ

 

2. พยายาม "เปลี่ยน" ลูกน้องให้เป็นแบบที่คุณชื่นชอบเท่านั้น

 

ต่อให้คุณเป็นคนคัดเลือกลูกน้องระดับเทพแบบเน้นๆ เพื่อสร้างทีมในฝันมาแล้วก็ตาม ไม่ว่าจะเป็นโปรไฟล์ หน้าตา ไลฟ์สไตล์ ฯลฯ แต่ลูกน้องของคุณยังไงก็มีข้อแตกต่างกันอยู่ดี เพราะพวกเขามาแบบร้อยพ่อพันแม่ การพยายามกำหนดวิธีการทำงานหรือการประพฤติตนให้พวกเขาเปลี่ยนตัวเองเป็นสิ่งที่คุณชอบเท่านั้นย่อมไม่เป็นผลดี เช่น คุณพยายามสั่งให้ลูกน้องต้องมีทักษะการขายแบบฮาร์ดคอร์ แต่บางคนเป็นคนพูดน้อย พวกเขาคงอึดอัดใจและไม่มีความสุข การแนะนำวิธีการทำงานที่ยืดหยุ่นและเหมาะสมกับทีมงานแต่ละคนต่างหากที่ทำให้ลูกน้องมีความสุขในการทำงานและมีประสิทธิภาพการทำงานที่ดีกว่า

 

3. ดีแต่สั่งงานแต่ไม่เคยถามความเห็นลูกน้อง

 

บอสสมัยก่อนมักชี้นิ้วสั่งลูกน้อง ถ้าสมัยนี้คุณยังเป็นแบบนั้นอยู่ด้วยการบอกให้พวกเขาลงมือทำแบบนี้ ทำๆ ไปเถอะแล้วจะดีเอง เรื่องนี้จะทำให้ลูกน้องรู้สึกว่าพวกเขาโง่ ที่สำคัญคือวิธีนี้ใช้ไม่ได้ผลกับเด็กรุ่นใหม่ที่มีคุณภาพเลยด้วยซ้ำ พวกเขาจะเกิดความรู้สึกเบื่อหน่ายและไม่ยอมทำตามที่คุณสั่งอีกต่างหาก สิ่งที่ดีกว่าคือการกำหนดทิศทางการทำงานและพูดคุยกับทุกคนเพื่อหา "การมีส่วนร่วม" (Engagement) เพราะบางทีลูกน้องมีคำถามหรือข้อสงสัย คุณจะได้เคลียร์ทุกประเด็นและทำให้พวกเขาหายสงสัยกับเดินหน้าไปพร้อมกับสิ่งที่คุณสั่ง

 

4. ประเมินผลงานลูกน้องด้วยความรู้สึกของคุณเพียงอย่างเดียว

 

เรื่องนี้ทำให้เกิดความลำเอียง (Bias) และเกิดการตัดสินคน (Judging) ด้วยอารมณ์ เช่น คุณชอบลูกน้องคนนี้ที่เลียเก่งแต่กลับไม่ชอบลูกน้องอีกคนที่ไม่ค่อยคุยอะไรกับคุณมากนัก ผลก็คือการประเมินผลงานโดยเฉพาะการโปรโมทตำแหน่งจะทำให้เกิดความไม่เป็นธรรมต่อคนอื่น ทำให้ตัวคุณขาดความน่าเชื่อถือในฐานะผู้นำ ที่สำคัญคือลูกน้องคุณจะไม่มีใครกล้าบอกคุณอย่างแน่นอน คุณจึงทำอะไรลงไปแบบไม่รู้ตัว การประเมินผลงานควรมาจากข้อมูลสำคัญคือตัวเลข ความเห็นจากเพื่อนร่วมงาน และข้อมูลอีกหลายๆ อย่างจึงจะเกิดความเป็นธรรมมากที่สุด 

นี่คือ 4 ข้อผิดพลาดที่ผมมักจะเห็นผู้นำองค์กรทำอยู่ประจำจากผมครับ

Share on Facebook
Share on Twitter
Share on Linkedin
Please reload

Follow on Facebook

latest Post

Please reload

Popular Post

Please reload

Sales Director 22nd banner.jpg

Pornpat Wattananiyomkajohn (Pan)

นักธุรกิจและผู้บริหารระดับสูง Gen-Y ของบริษัทสตาร์ทอัพข้ามชาติมูลค่ามากกว่า 5,000 ล้านบาท ผู้คลั่งไคล้และมีแพชชั่นเกี่ยวกับการขายแบบองค์กร (B2B) เป็นเจ้าของเพจ "กูนี่แหละเซลล์ร้อยล้าน" ที่มีผู้ติดตามบนเฟซบุ้คมากกว่า 56,000 คน และได้รับเชิญให้เป็นที่ปรึกษากับวิทยากรด้านการขายแบบองค์กรให้กับบริษัทระดับประเทศมากกว่า 100 บริษัท

  • Facebook Social Icon
  • LinkedIn ไอคอนสังคม

CONTACT US

  • Facebook Social Icon

FACEBOOK

LINE

  • LinkedIn Social Icon

LINKEDIN

©Copyright reserved 2017 - Silverlake consulting co., ltd