วิธีสร้างวัฒนธรรมองค์กรสำหรับเด็กรุ่นใหม่ที่ยอดเยี่ยม

 

ยุคนี้ก็ถือว่าหัวหน้าหรือเจ้าของกิจการที่คุณทำงานอยู่ด้วยก็น่าจะมีอายุที่น้อยลง คนรุ่นลุง (ฮา) ที่แก่ๆ หัวร้อน น่าจะเปลี่ยนเป็นผู้บริหารหนุ่มใหญ่วัยกลางคนอายุประมาณ 40-50 ปี กันเป็นที่เรียบร้อยแล้ว แถมตอนนี้หลายๆ องค์กรยังมี "แนวร่วมสำคัญ" ก็คือเหล่าผู้บริหารหนุ่มระดับผู้จัดการไปจนถึง C-Level ที่มีอายุแค่ 30-40 ปี กันเรียบร้อยแล้ว

 

หมายความว่าแนวโน้มเรื่องอายุขององค์กรในยุคนี้จะมีอายุที่น้อยลง และเมื่อคนอายุ 30 สามารถเป็นผู้จัดการได้ ลูกน้องของพวกเขาก็จะต้องเป็นเด็กรุ่นใหม่ "Gen-Z" ที่เป็นเหล่าเด็กจบใหม่ที่มีอายุตั้งแต่ 22-25 ซึ่งถือว่าอายุห่างจากเหล่า Gen-Y (27-39) กับ Gen-X (40-50) ร่วมสิบๆ ปี อารมณ์ประมาณเด็กม.6 คุมเด็ก ม.1 ยังไงยังงั้น

 

เด็กรุ่นใหม่ที่โตมากับเหล่าอินเทอร์เน็ต สมาร์ทโฟนและเทคโนโลยีมีแนวโน้มว่าจะเก่งกว่าพวกเรามาก เพราะสมัยพวกเขาเรียนก็สามารถใช้กูเกิ้ลหาคำตอบทำการบ้านกันได้แล้ว เผลอๆ เก่งกว่าคุณครูและอาจารย์มหาวิทยาลัยเลยด้วยซ้ำ พวกเขาจึงรู้ดีว่าสังคมการทำงานแบบเก่าๆ มันซ้ำซากและน่าเบื่อ 

 

ทั้งๆ ที่ตัวของพวกเขามี "ต้นทุน" ที่ดีและเป็นวัตถุดิบที่ถ้าคุณเจียระไนให้กลายเป็นเพชรที่ทำประโยชน์ให้กับองค์กรได้อย่างมหาศาล แต่การมีวัฒนธรรมองค์กรที่ไม่พร้อมสำหรับคนรุ่นใหม่นี่แหละที่อาจหล่อหลอมให้พวกเขาจากเพชรกลายเป็นถ่านได้เลย

 

ผมจึงมีวิธีสร้างวัฒนธรรมองค์กรสำหรับเด็กรุ่นใหม่จากบริษัทของผมที่เต็มไปด้วยเหล่าผู้มีพรสวรรค์ (แบบ X-Men) และสามารถรวบรวมให้พวกเขาเป็นปึกแผ่น ไล่ล่ายอดขายได้อย่างไม่มีหยุดกันเลยครับ

1. เริ่มจากทัศนคติต่อพวกเขาก่อน

 

เหล่าผู้บริหารและคนทำงานในองค์กรจะต้องกำหนดวิสัยทัศน์ที่ดีร่วมกันก่อนเสมอ การกำหนดแนวทางปฎิบัติที่ส่งเสริมให้เด็กรุ่นใหม่ได้รับโอกาสอย่างเหมาะสมและมีโปรแกรมฝึกอบรมที่เหมาะสมกับคนรุ่นใหม่จะเป็นสิ่งดีๆ ที่ทำให้วัฒนธรรมองค์กรของคุณเริ่มต้นได้อย่างถูกวิธี จงมอบโอกาสในการทำให้พวกเขาประสบความสำเร็จจากการทำงานตั้งแต่อายุยังน้อย มีพี่เลี้ยงหรือโค้ชในองค์กรที่เข้าใจและเอาใจใส่คนรุ่นใหม่อย่างทั่วถึง มีบรรยากาศการทำงานแบบพี่ๆ น้องๆ ไปจนถึง "เป็นเพื่อน" กับพวกเขาได้ในเวลาเดียวกัน แค่นี้ก็ถือว่าเริ่มต้นได้ดีแล้ว

 

2. สถานที่ทำงานต้องมีความทันสมัยและสร้างสรรค์

 

สถานที่ที่ดีย่อมทำให้ผู้คนเกิดอารมณ์ดีๆ ในการทำสิ่งต่างๆ เช่น ร้านกาแฟสตาร์บั้คส์ที่จัดร้านได้อย่างน่านั่ง มีเอกลักษณ์และลงตัว หรือ Co-Working Space บางแห่งที่มีบรรยากาศน่าทำงานสไตล์สำนักงานสมัยใหม่ ที่สำคัญคือออฟฟิศแนวๆ Co-Working Space นี่แหละ (อยากรู้ลองกูเกิ้ลว่า Hubba Co-Working Space) ที่เป็นศูนย์รวมของคนรุ่นใหม่ซึ่งถอดแบบมาจากสำนักงานของบริษัท Google ที่มีงานวิจัยบ่งชี้ว่าคนรุ่นใหม่สามารถใช้ความคิดสร้างสรรค์และไม่จำเป็นต้องอยู่ในกรอบแบบสมัยเก่า ทำงานได้ดีขึ้นกว่าเดิม ผ่อนคลาย น่าทำงาน ที่สำคัญคือเรื่องนี้สามารถดึงดูดเด็กเทพให้อยากทำงานกับคุณมากขึ้น แถมยังรักษาคนเก่าให้ทำงานได้นานขึ้นอีกด้วย

 

3. จงรับพนักงานใหม่ที่มี "ศีลเสมอกัน" กับคนรุ่นใหม่

 

การรับคนรุ่นใหม่ไม่ควรรับมาเพียงแค่ไม่กี่คนท่ามกลางคนรุ่นเก่าที่มีเยอะกว่ามาก เช่น ทีมขายของคุณอายุเฉลี่ย 30 ปีขึ้นไป แต่กลับรับเด็กจบใหม่เพียงแค่คนเดียว เป็นต้น เนื่องจากการที่พวกเขาขาดเพื่อนร่วมงานที่เป็นรุ่นเดียวกันจึงทำให้พวกเขาไม่ได้รับความรู้สึกในแบบเพื่อน มีแต่คำว่ารุ่นพี่ จึงทำให้พวกเขารู้สึกเหินห่างกับทีมอยู่ดี การรับเด็กใหม่โดยเฉพาะเด็กจบใหม่จึงควรรับมาเป็นชุด เช่น 2-4 คนต่อรุ่น ที่สำคัญคือต้องมี "ศีลเสมอกัน" เช่น วุฒิการศึกษาพอๆ กัน รสนิยม ทัศนคติที่ดี เป้าหมาย ที่คล้ายๆ กัน บางองค์กรถึงกับคัดเด็กใหม่ที่มีพื้นฐานทางบ้านเหมือนๆ กัน สิ่งเหล่านี้ก็เพื่อทำให้คนรุ่นใหม่มีเพื่อนที่สามารถก้าวหน้าไปพร้อมๆ กัน อารมณ์แบบเดียวกับคลาส ป.โท เลย

 

4. เน้นกิจกรรมที่ทำให้เด็กใหม่ "ได้รับการยอมรับ" อย่างทั่วถึง

 

เชื่อหรือไม่ว่าเด็กรุ่นใหม่หลายๆ คนนอกจากจะอยากได้เงินเดือนเยอะๆ แล้ว พวกเขายังอยากได้รับการยอมรับ (Recognition) จากคนในองค์กรมากที่สุด การจัดกิจกรรมที่เน้นการแข่งขันอย่างยุติธรรมจึงเป็นสิ่งที่สำคัญ และควรจัดการแข่งขันให้ครอบคลุมกับทุกแผนกในองค์กรด้วย เช่น ฝ่ายขายมีรางวัล MVP ยอดเยี่ยมทุกเดือน ฝ่ายสนับสนุนก็มีรางวัล MVP ด้วยเช่นเดียวกัน เป็นต้น การจัดงานมอบรางวัลควรเพิ่มความคิดสร้างสรรค์หรือเกมสนุกๆ ให้เด็กเกิดความท้าทายและสนุกไปกับกิจกรรมที่คุณจัด ผลพลอยได้ก็คือพวกเขารู้สึกเกิดการแข่งขันเชิงบวกและทำผลงานให้กับองค์กรของคุณดีขึ้น เชื่อเถอะว่าเงินที่คุณให้ไปนั้นส่งผลต่อพวกเขาอย่างมหาศาลแน่

 

5. มีระบบโค้ชชิ่งและระบบพี่เลี้ยงที่มีประสิทธิภาพ

 

พี่เลี้ยงหรือโค้ชที่ดีควรเป็น "คน Gen-Y" ที่ถือว่าเป็นลูกพี่พวกเขาได้แบบที่อายุไม่ห่างกันเกินไป เหล่า Gen-Y ถือว่าผ่านช่วงแห่งความรุ่งโรจน์ของเทคโนโลยียุคเริ่มต้นมาก่อนจึงทำให้เข้าใจเหล่า Gen-Z ได้มากกว่า Gen-X (ที่ตอนนี้มีลูกมีเมียหมดแล้ว ฮา) จงกำหนดบทบาทให้พวกเขาได้ดูแลเด็กใหม่อย่างใกล้ชิดแบบพี่น้อง ช่องว่างที่ไม่ห่างกันจนเกินไปจะทำให้รุ่นพี่และรุ่นน้องมีความรู้สึกที่ผูกพันธ์กับเนื้องานและองค์กรมากยิ่งขึ้น เพราะคน Gen-Y ส่วนใหญ่ไม่ใช่พวกเอาแต่สั่งและด่าลูกน้องไปวันๆ เหมือน Baby-Boomer ยุคเก่าๆ แน่นอน

 

6. ลงไปทำงานกับพวกเขาและกล้าที่จะมอบโอกาสเสี่ยงๆ ให้พวกเขาลงมือทำ

 

ดีที่สุดของการมอบความไว้วางใจซึ่งกันและกันและลดช่องว่างระหว่างลูกน้องกับเจ้านายก็คือการ "ลงไปคลุกฝุ่น" ทำงานกับลูกน้องด้วยกันเพื่อให้พวกเขาเห็นฝีมือและช่วยพวกเขาในการสอนงานกับแก้ปัญหาไปในตัว การมอบโอกาสเสี่ยงๆ เพื่อให้พวกเขาเติบโตได้เร็วโดยที่คุณคอยประคองอย่างใกล้ชิดก็เป็นสิ่งที่ควรทำ จงอย่ากลัวหรือคิดว่าลูกน้องทำพลาดแล้วทุกอย่างจะพังเพราะปัญหานั้นสามารถแก้ไขได้เสมอ ถ้ามีข้อผิดพลาดจริงๆ คุณควรกางปีกปกป้องพร้อมกับทำการแก้ไขให้เป็นตัวอย่างเพื่อไม่ให้ลูกน้องนั้นพลาดอีก

 

7. รับฟังพวกเขาอย่างเต็มใจและกล้าที่จะดันพวกเขาไปสู่ความสำเร็จเร็วๆ 

 

การเปิดอกคุยกันแบบตัวต่อตัวโดยเริ่มจากลูกน้องที่อายุงานน้อยที่สุดก่อนจะเป็นสิ่งที่ดีเพื่อรับฟังสิ่งที่พวกเขาอยากพูดต่อตัวคุณและองค์กรทั้งด้านบวกและด้านลบแบบเต็มใจจะทำให้พวกเขามอบความไว้วางใจให้กับองค์กรได้มากยิ่งขึ้น อย่ามองข้ามเรื่องการคุยแบบตัวต่อตัวทีละคนทุกคนเป็นอันขาด เด็กรุ่นใหม่ต้องการการยอมรับความคิดเห็นของตนเองเป็นอย่างมาก และจงกล้าให้โอกาสพวกเขาเมื่อผลงานดีด้วยตำแหน่งหน้าที่การงานหรือผลตอบแทนที่สูงขึ้นพร้อมกับความรับผิดชอบที่มากขึ้นโดยไม่เกี่ยงเรื่องของอายุจะเป็นสิ่งที่ดีมาก

นี่คือวิธีการสร้างวัฒนธรรมองค์กรรุ่นใหม่จากผมครับ

Share on Facebook
Share on Twitter
Share on Linkedin
Please reload

Follow on Facebook

latest Post

Please reload

Popular Post

Please reload

Sales Director 21st banner.jpg

Pornpat Wattananiyomkajohn (Pan)

นักธุรกิจและผู้บริหารระดับสูง Gen-Y ของบริษัทสตาร์ทอัพข้ามชาติมูลค่ามากกว่า 5,000 ล้านบาท ผู้คลั่งไคล้และมีแพชชั่นเกี่ยวกับการขายแบบองค์กร (B2B) เป็นเจ้าของเพจ "กูนี่แหละเซลล์ร้อยล้าน" ที่มีผู้ติดตามบนเฟซบุ้คมากกว่า 56,000 คน และได้รับเชิญให้เป็นที่ปรึกษากับวิทยากรด้านการขายแบบองค์กรให้กับบริษัทระดับประเทศมากกว่า 100 บริษัท

  • Facebook Social Icon
  • LinkedIn ไอคอนสังคม

CONTACT US

  • Facebook Social Icon

FACEBOOK

LINE

  • LinkedIn Social Icon

LINKEDIN

©Copyright reserved 2017 - Silverlake consulting co., ltd