วิธีรับมือกับเด็กรุ่นใหม่ในช่วงเริ่มต้นทำงาน

 

ช่วงนี้ผมเจอกระทู้พันทิปมากมายเกี่ยวกับการย้ายงานและการคุมพนักงานใหม่ โดยเฉพาะเหล่าเด็กจบใหม่ที่มักจะโดนคนรุ่นเก่า "ตราหน้า" ว่าเป็นพวกเหยียบขึ้ไก่ไม่ฝ่อ หรือเป็นพวกจับจด ทำงานไม่ทน ไม่ได้เก่งอย่างที่นำเสนอเป็นประจำ

 

นับว่าเป็นปัญหา "โลกแตก" ที่ผมเองก็เคยได้ยินตั้งแต่สมัยผมเป็นเด็กจบใหม่ (10 ปีที่แล้ว ทายอายุดู) แล้วล่ะครับ รุ่นพี่มักจะพูดว่ารุ่นผมทำงานไม่ค่อยทน คิดว่าตัวเองเก่ง เซล์ฟจัด บลาๆๆ ทั้งๆ ที่เชื่อมั้ยครับว่าลูกพี่ผมที่เป็นพวกคน Gen-X (อายุเกิน 40) ก็โดนคนรุ่น Baby Boomer (อายุกำลังเกษียณ) บอกว่าพวกเขาก็เหมือนผมเลย (ฮา)

 

ตอนนี้ผมเองก็ควบคุมทีมงานที่เป็นเด็กรุ่นใหม่ Gen-Z (อายุเฉลี่ย 25) แทบทั้งหมดในบริษัท ที่ในกระทู้พันทิปมักบอกว่าเด็กสมัยนี้เซล์ฟจัดยิ่งกว่า เกิดมาพร้อมยุคเทคโนโลยีพร้อมกับการเรียนรู้ที่น่าจะทันสมัยกว่าคนรุ่นผม ทำให้เกิด "การเหมารวม" (Stereotype) ซึ่งผมเองก็คิดว่าถ้าคนรุ่น Gen-Z ขึ้นมาเป็นผู้จัดการซะเอง พวกเขาก็คงบอกว่าคนรุ่นถัดไป Gen-Alpha นั้นห่วยกว่าคนยุคเขาแน่นอน (ฮา) ส่งต่อไปเป็นทอดๆ 

 

สำหรับผมแล้ว คิดว่าไม่มีปัญหาเกี่ยวกับการทำงานกับเด็กรุ่นใหม่เลยล่ะครับ ทุกอย่างเกิดขึ้นจาก "ความเข้าใจ" และการมอบหมายงานที่เหมาะสมกับศักยภาพของพวกเขาต่างหาก การทำงานถึงจะราบรื่น ผมจึงขอแชร์วิธีรับมือการดูแลพนักงานเด็กจบใหม่ที่มากกว่า 200 ชีวิตกันเลยครับ 

1. ให้เกียรติและยกย่องศักยภาพของพวกเขาก่อนเสมอ

 

เชื่อเถอะครับว่ายังไงส่วนใหญ่คนรุ่นใหม่มัก "เก่งกว่า" คนรุ่นเก่าเสมอ ธุรกิจระดับโลกสมัยใหม่คือเหตุผลที่ดี เช่น Facebook, AirBnB, Twitter, TikTok, เถ้าแก่น้อย, etc. ซึ่งก่อตั้งโดยคนรุ่นใหม่ยุคผมแทบทั้งนั้นก็สามารถเข้าไปยืนหนึ่งในบรรดาธุรกิจระดับโลกได้ดี ที่สำคัญคือคนรุ่นใหม่โดยเฉพาะเด็กที่จบจากมหาลัยชั้นนำ ยุคของพวกเขานั้นเรียนไปด้วยและมีอินเทอร์เน็ต เช่น ยูทูป กูเกิ้ล วิกิพีเดีย ฯลฯ เป็นผู้ช่วยตั้งแต่เด็ก ทำให้พวกเขาสามารถค้นหาคำตอบหรือหาโซลูชั่นที่ช่วยแก้ปัญหาได้ดีกว่าคนยุคเราอย่างแน่นอน (ในกรณีที่พวกเขาใฝ่รู้น่ะนะ) 

 

2. ก่อนรับเข้าทำงานควรสัมภาษณ์และอธิบายสโคปงานให้พวกเขาเข้าใจอย่างถ่องแท้

 

เมื่อสัมภาษณ์งานและตัดสินใจรับพวกเขาเข้าทำงาน ตอนสัมภาษณ์ควรอธิบายสโคปงานทั้งหมดและถามพวกเขาว่าถ้าสโคปงานตามนี้ พวกเขาสามารถทำได้หรือไม่ ที่สำคัญคือเมื่อตัดสินใจรับมาแล้ว จงอย่ามอบหมายงานที่นอกเหนือจากสโคปงานตามที่ได้คุยเป็นอันขาด อย่าลืมว่าพวกเขาอาจจะไม่พอใจและที่สำคัญคือมีเว็บไซต์ที่ปรึกษาอย่างพันทิป ซึ่งเนื้อหาภายในนั้นคงทำให้พวกเขาไม่โอเคแน่ๆ การมอบหมายงานที่ทำให้พวกเขาผิดหวังคือหนึ่งในปัจจัยที่ทำให้พวกเขาอยู่ได้ไม่นานและไม่มีใจให้แก่องค์กรครับ

 

3. การสอนงานควรมุ่งเน้นวิธีการทำให้ได้ผลจริง

 

คนรุ่นใหม่มักมองคนรุ่นเก่าในบางมุมว่าไม่ได้มีความเก่งกาจเหมือนที่พวกเขาเรียนรู้ตามตำรามา หัวหน้างานที่ไม่เหมาะสมกับคนรุ่นใหม่คือหัวหน้าที่ "สั่งงานด้วยปาก" แต่ไม่เคยลงมือทำให้ลูกน้องเห็นจริงๆ อารมณ์ประมาณหัวหน้าทีมขายที่คนรุ่นใหม่ไม่เคยเห็นวิธีการขายต่อหน้าลูกค้าที่ถูกต้อง มัวแต่สั่งลูกน้องให้ออกไปขายกับไล่บี้ยอดขายและไม่มีวิธีการที่ทำได้จริงให้พวกเขาเห็น พวกเขาย่อมไม่มีความสุขและมองคุณลบแน่นอน แต่ถ้าคุณสามารถสอนงานจากของจริงและได้ผลลัพธ์ที่ดีแก่พวกเขาได้ รับรองว่าพวกเขาจะศรัทธาคุณอย่างมากเลยล่ะครับ 

 

4. สร้างวัฒนธรรมองค์กรสำหรับคนรุ่นใหม่ที่เหมาะสม

 

วัฒนธรรมองค์กรคือสิ่งที่สำคัญมากที่สุดเลยก็ว่าได้สำหรับคนรุ่นใหม่ คนรุ่นใหม่ไม่ว่าจะรุ่นใดก็ตามตอนทำงานใหม่ๆ มักมีภาพจำที่ไม่ดีเกี่ยวกับองค์กรในมุมมองของพวกเขาคือองค์กรโบราณที่ให้พนักงานทำงานหามรุ่งหามค่ำ ไม่เห็นเดือนเห็นตะวัน เจ้านายหน้าเลือด ใจยักษ์ เอาเปรียบพนักงาน บลาๆ ซึ่งหลายๆ องค์กรก็เป็นแบบนั้นจริงๆ  ทำให้พวกเขายังให้ใจกับองค์กรไม่เต็มร้อย คุณจึงต้องสร้างวัฒนธรรมองค์กรด้วยวิธีง่ายๆ เช่น การรับพนักงานใหม่ที่เป็นคนรุ่นเดียวกันในหลายๆ แผนก เพื่อให้เขามีเพื่อน การปรับปรุงออฟฟิศให้มีความทันสมัย กิจกรรมปาร์ตี้กระชับมิตรและให้คนรุ่นใหม่ได้แสดงออก การใช้เทคโนโลยีในการสื่อสารให้มีความเหมาะสม เป็นต้น

 

5. ท้าทายพวกเขาด้วยการให้โอกาสตามความสามารถที่แท้จริง

 

คนรุ่นใหม่โดยเฉพาะคนที่เก่งย่อมชอบความท้าทาย พวกเขามาพร้อมด้วยความมั่นใจ ถ้าคุณเห็นว่าพวกเขาทำงานได้ดี เฉียบคม ฉับไว ตามที่คุณสั่งสอน การโปรโมตงานไม่ใช่สิ่งที่ยากหรือต้องรอเลย เด็กรุ่นใหม่ที่มีความสามารถย่อมต้องการได้รับโอกาสหรือความท้าทายที่มากกว่า พวกเขามาพร้อมกับความมั่นใจ คุณจึงสามารถให้พวกเขาเล่นเกมเพื่อพิสูจน์ตัวตนกับพัฒนาตัวเองเกินขีดจำกัดได้ไม่ยากด้วยการให้โอกาส โอกาสคือสิ่งที่คนรุ่นใหม่ที่เก่งต้องการ จงตอบสนองพวกเขาเพื่อทำประโยชน์ให้กับองค์กรซะ

 

Share on Facebook
Share on Twitter
Share on Linkedin
Please reload

Follow on Facebook

latest Post

Please reload

Popular Post

Please reload

Sales Director 21st banner.jpg

Pornpat Wattananiyomkajohn (Pan)

นักธุรกิจและผู้บริหารระดับสูง Gen-Y ของบริษัทสตาร์ทอัพข้ามชาติมูลค่ามากกว่า 5,000 ล้านบาท ผู้คลั่งไคล้และมีแพชชั่นเกี่ยวกับการขายแบบองค์กร (B2B) เป็นเจ้าของเพจ "กูนี่แหละเซลล์ร้อยล้าน" ที่มีผู้ติดตามบนเฟซบุ้คมากกว่า 56,000 คน และได้รับเชิญให้เป็นที่ปรึกษากับวิทยากรด้านการขายแบบองค์กรให้กับบริษัทระดับประเทศมากกว่า 100 บริษัท

  • Facebook Social Icon
  • LinkedIn ไอคอนสังคม

CONTACT US

  • Facebook Social Icon

FACEBOOK

LINE

  • LinkedIn Social Icon

LINKEDIN

©Copyright reserved 2017 - Silverlake consulting co., ltd