Sales Forecast ไม่ดี ชิบหายทั้งองค์กร

 

Sales Forecast คืออีกหนึ่งระดับของการขาย นี่คือสิ่งที่แยกระหว่างนักขายทั่วๆ ไปกับนักขายระดับสูง จริงอยู่ครับที่การขายแบบดาหน้าขายให้ได้เยอะที่สุด เรื่องการจดบันทึกหรือคาดการณ์ว่าวันนี้หรือเดือนนี้จะได้ยอดเท่าไหร่ก็เอาไว้ทีหลัง ช่างหัวมันเถอะ (ฮา) เอาเป็นว่าได้เงินจนยอดถึงเป้าก็จบภารกิจพอ 

 

ถ้าคิดได้แค่นี้ ผมขอบอกเลยว่าคุณกำลังสร้างจุดเล็กๆ ที่จะกลายเป็นจุดอ่อนอันใหญ่หลวงต่อองค์กรและความเชื่อมั่นของลูกค้า ถึงขั้นเสียลูกค้ารายนั้นไปตลอดกาลได้เลย ผมบอกเลยว่าความชิบหายสามารถเกิดขึ้นถ้าคุณไม่ทำ Sales Forecast ดังนั้นจงนั่งฟังเดี๋ยวนี้เถิด แล้วผมจะเล่าให้ฟังว่าทำไมคุณถึงต้องเก่งเรื่องนี้กันครับ 

1. สาเหตุสำคัญที่ต้องทำ Sales Forecast ให้แม่นยำ

 

การขายไม่ได้จบเพียงแค่นำเสนอ ทำ Proposal แล้วก็เอาใบเสนอราคาไปยื่นให้ลูกค้าเซ็นนะครับ อย่าลืมว่าคุณจะต้องเตรียมสินค้าและส่งมอบหรือติดตั้งตามสัญญาด้วย ลองคิดดูว่าแค่การขายง่ายๆ ทั่วไปเมื่อถึงตอนที่ลูกค้ากำลังควักตังซื้อ ปรากฎว่าคุณไปเช็คแล้วสินค้าหมด คุณจะเห็นเลยว่าลูกค้าทำหน้าเซ็ง เลิกซื้อ เผลอๆ ไปซื้อคู่แข่งเลยล่ะครับ

 

2. วิธีทำ Sales Forecast ที่แม่นยำ

 

การ Forecast หรือคาดคะเนจะต้องทำตั้งแต่ "ช่วงต่อรองเจรจาจนเกือบเซ็นสัญญา" คุณจะต้องเช็คต้นสังกัดให้เรียบร้อยว่าช่วงเวลาที่ลูกค้าอยากได้สินค้าหรืออยากติดตั้งนั้นมีสินค้าหรือทีมงานพร้อมรับงานหรือไม่ จงตรวจสอบตลอดเวลาเผื่อว่าสินค้าหมดสต๊อคหรือทีมงานไม่พอ คุณจะได้บอกลูกค้าตั้งแต่เนิ่นๆ และอย่าลืมเช็ควันที่ลูกค้าต้องการรับสินค้าโดยระบุเป็นลายลักษณ์อักษรให้พวกเขารับทราบทุกทาง เช่น อีเมล์ ไลน์ เอกสาร ฯลฯ เพื่อป้องกันข้อผิดพลาดเวลาลูกค้าเบี้ยวนั่นเองครับ 

 

**ถ้าเจ้านายต้องการให้คุณทำ Sales Forecast หรือถูกถามว่าเมื่อไหร่จะปิดไปป์ไลน์นั้นได้ จงสอบถามลูกค้าแล้วยึดจากคำตอบพวกเขาเอา เช่น ต้องการซื้อเดือนหน้า คุณก็บอกเจ้านายว่าเดือนหน้าครับ เป็นต้น 

 

3. Sales Forecast ทำให้บริษัทคุณมีกำไรและวางแผนธุรกิจได้มากขึ้น

 

ตัวอย่างของการ Forecast ที่ยอดเยี่ยมคือความมั่นใจว่าลูกค้าจะซื้อจริงในช่วงเวลาที่คุณเช็คมาแล้ว กำไรของธุรกิจจะดีได้มักเกินจากการสต๊อกสินค้าที่ไม่มากหรือไม่น้อยเกินไป มากเกินไปบริษัทคุณจะต้องใช้ทุนตุนสินค้าและอาจขาดกระแสเงินสด ส่วนถ้าน้อยเกินไปก็มีโอกาสที่สินค้าไม่พอขายจนต้องเอาเงินไปซื้อสินค้าจำนวนน้อยลง ทำให้ไม่ได้ราคาที่ถูกลง อาจจะได้ราคาที่แพงขึ้นในขณะนั้น ส่วนการทำ Forecast ตลอดทั้งปีจะทำให้คุณวางแผนกลยุทธระยะยาวว่าควรจ้างพนักงานเพิ่ม-ลด หรือลงทุนขยายธุรกิจมากขึ้น-น้อยลง

 

4. คุณควรใช้ระบบ CRM เพื่อทำ Sales Forecast อย่างสะดวกสบายยิ่งขึ้น

 

องค์กรที่มีทีมขายมักปวดหัวไปกับการทำ Sales Report ของแต่ละคน ซึ่งรายงานการขายจะต้องมีข้อมูลสำคัญคือช่อง Sales Forecast ความยุ่งยากก็คือนักขายที่มีไปป์ไลน์เยอะก็จะต้องไล่กรอก Forecast ในทุก Pipeline ส่วนผจก. ฝ่ายขายก็ต้องไล่ดูรายงานการขายทีละคน แถมยังมีโอกาสลืมหรือตกหล่น ระบบ CRM ที่ใส่ข้อมูล Forecast ละเอียดจะสามารถดึงข้อมูลออกมาดูเป็นกราฟง่ายๆ ได้ อีกทั้งยังใช้งานง่ายและช่วยให้ทีมขายไม่ลืมใส่ข้อมูล Forecast คุณจึงควรมีระบบ CRM ที่ดีและมีประสิทธิภาพ

 

ผมจึงขอแนะนำ CRM สำหรับธุรกิจ B2B ที่ใช้งานง่าย ทันสมัย สะดวกสบาย ด้วย JUBILI by Builk ซึ่งคุณสามารถทดลองใช้ฟรี คลิก: http://bit.ly/2FQI468

Share on Facebook
Share on Twitter
Share on Linkedin
Please reload

Follow on Facebook

latest Post

Please reload

Popular Post

Please reload

Sales Director 21st banner.jpg

Pornpat Wattananiyomkajohn (Pan)

นักธุรกิจและผู้บริหารระดับสูง Gen-Y ของบริษัทสตาร์ทอัพข้ามชาติมูลค่ามากกว่า 5,000 ล้านบาท ผู้คลั่งไคล้และมีแพชชั่นเกี่ยวกับการขายแบบองค์กร (B2B) เป็นเจ้าของเพจ "กูนี่แหละเซลล์ร้อยล้าน" ที่มีผู้ติดตามบนเฟซบุ้คมากกว่า 56,000 คน และได้รับเชิญให้เป็นที่ปรึกษากับวิทยากรด้านการขายแบบองค์กรให้กับบริษัทระดับประเทศมากกว่า 100 บริษัท

  • Facebook Social Icon
  • LinkedIn ไอคอนสังคม

CONTACT US

  • Facebook Social Icon

FACEBOOK

LINE

  • LinkedIn Social Icon

LINKEDIN

©Copyright reserved 2017 - Silverlake consulting co., ltd