ทำไม CRM ถึงเป็นเครื่องมือที่ผู้จัดการฝ่ายขายควรใช้ทุกคน

 

CRM เป็นเครื่องมือที่ผมกล่าวถึงอยู่บ่อยครั้ง บอกได้เลยว่าชั่วโมงนี้องค์กรไหนต้องการ "การแปรสภาพ" (Transformation) ให้เข้าสู่โลกดิจิทัลอย่างแท้จริง ชั่วโมงนี้ถ้าองค์กรไหนยังใช้ Microsoft Excel อยู่ ผมบอกเลยครับว่าองค์กรคุณอาจจะ "ตกยุค" และตามไม่ทันคู่แข่งก็เป็นได้ 

 

คุณอาจจะแย้งว่าการใช้ Microsoft Excel นั้นทำให้คุณประหยัดค่าใช้จ่าย เพราะ CRM คือโปรแกรมที่ต้องเสียเงิน แต่ผมขอเถียงครับว่าถ้าการใช้ CRM ทำให้คุณได้เวลากลับมามากขึ้นและนำข้อมูลมาวิเคราะห์กลยุทธธุรกิจที่ดีขึ้น เอาแค่สองอย่างนี้คือเรื่องเวลากับกลยุทธก็สามารถทำกำไรให้คุณเกินคุ้มค่าซื้อซอฟท์แวร์ด้วยซ้ำครับ 

 

จงฟังให้ดีต่อจากนี้ครับ เพราะถ้าคุณเป็นผู้จัดการฝ่ายขายหรือเป็นเจ้าของกิจการ ผมขอบอกเลยว่าคุณต้องหันกลับมามอง CRM ใหม่ตอนนี้เลย จะพูดว่าเชียร์ให้ซื้อก็ได้ เพราะถ้าต้องการให้องค์กรเติบโตอย่างยั่งยืน CRM ควรอยู่ในแผนงานของคุณครับ

1. คุณสามารถช่วยลูกทีมวางแผนเข้าลูกค้าใหม่ได้พร้อมๆ กันทุกคน

 

ความเสียเวลาของการเป็นผู้จัดการสมัยก่อนคือการต้องมานั่งสั่งงานลูกค้าทีละคน การสั่งด้วยปากอาจจะเร็วที่สุดก็จริง แต่มันทำให้คนฟังลืมได้ (แม้แต่ตัวคุณเอง) ทีนี้ถ้าจะสั่งด้วยข้อความเช่น ไลน์ อีเมล์ แชท ฯลฯ การมีลูกน้อง 1 คนก็คงใช้เวลานิดเดียว แต่ลองคิดดูว่าถ้ามีลูกน้องซัก 5 คนขึ้นไป แค่นั่งสั่งส่งเมล์ทีละคนหรือเข้าไปเช็คไฟล์รายงานการขายใน Excel ก็เสียเวลา 5-10 นาทีแล้วครับ ตีไปว่า 5 คนก็แสดงว่าคุณต้องใช้เวลาถึง 50 นาทีเลยทีเดียว จะดีกว่าไหมถ้าการเข้าไปสร้างชื่อลูกค้าที่คุณต้องการสั่งให้ลูกน้องเข้าไปขายแบบระบุวัน-เวลาได้ และสั่งให้พวกเขาต้องโทรหาภายในวันพรุ่งนี้ มันก็จะไปเด้งที่อีเมล์ของลูกน้องกับ CRM พร้อมกัน ทำให้พวกเขารู้ว่าต้องทำอะไร และที่สำคัญคือคุณสั่งการพร้อมกัน 20 คนโดยเสียเวลาแค่เข้า CRM ครั้งเดียวได้เลย

 

2. คุณสามารถรู้สถานะว่าธุรกิจของคุณมีสุขภาพที่ดีได้แค่ปลายนิ้ว

 

ความเจ๋งของ CRM คือการสร้างกราฟวิเคราะห์ข้อมูลสำคัญด้านการขายแค่ปลายนิ้ว ซึ่งจริงๆ Excel ก็ทำได้ครับ เพียงแต่ยุคนี้แม้แต่เด็กยุคใหม่ก็ไม่รู้แล้วว่าจะทำกราฟวงกลม กราฟแท่ง ได้อย่างไร ถึงทำได้ก็ต้องใช้เวลาพอสมควร เอาแค่นั่งขยับเซลล์ต่างๆ เพื่อให้อ่านข้อมูลที่เพิ่มช่องเข้ามาใหม่ก็เสียเวลาแล้วครับ ดังนั้น CRM จึงตอบโจทย์เรื่องสถานะทางธุรกิจจากกราฟที่ทำได้หลายแบบ กราฟสำคัญที่ทำให้คุณทราบสุขภาพธุรกิจมีดังนี้

 

- กราฟแบ่งสถานะการขายว่าอยู่ใน Stage ใดบ้าง เช่น จำนวนลีดที่เข้าพบลูกค้าและได้บรีฟงานแล้ว ลีดที่ส่งใบเสนอราคาแล้ว ลีดที่ใกล้จะปิดได้แล้ว ลีดที่ปิดการขายได้แล้ว และลีดที่แพ้งาน เป็นต้น ซึ่งสุขภาพธุรกิจที่ดีคือจำนวนลีดที่ได้บรีฟงานแล้ว จำนวนลีดที่ส่งใบเสนอราคาแล้ว สองอันนี้ถือว่าสำคัญมากที่สุด เพราะยิ่งมีเยอะก็แสดงว่าคุณมี "ไปป์ไลน์" ที่แปรสภาพเป็นเงินได้ ตีง่ายๆ ว่ามีไปปไลน์ 100 อัน มูลค่า 100 ล้าน เข้าซัก 50% ก็ได้ 50 ล้านแล้วครับ

- กราฟแสดงรายการสินค้า (SKU) ที่ขายได้มากที่สุดไปจนถึงน้อยที่สุด เพื่อเอามาวิเคราะห์ว่าสินค้าไหนขายดีหรือสินค้าไหนขายไม่ดีจนต้องส่งเสริมการขาย 

- กราฟแสดง Top Sales เรียงตามชื่อแต่ละคน

- ฯลฯ 

 

3. คุณสามารถสร้างระบบแจ้งเตือนที่ทำให้ลูกน้องไม่ลืมติดตามงานได้

 

หนึ่งในปัญหาที่ทำให้ปิดการขายไม่ได้ก็คือการขาดการติดตามงาน ความแตกต่างของ CRM กับ Excel คือ Excel ทำได้แค่บันทึกวันว่าคุณต้องการติดตามงานลูกค้ารายเดิมกับรายใหม่ช่วงไหน ถ้าลืมเปิดดูก็น่าจะลืมไปเลยว่าต้องติดตามงานวันนั้นๆ แต่ CRM มันเจ๋งกว่านั้นเพราะเราทราบดีว่านักขายขั้นเทพมักไม่มีเวลา จึงทำให้ลืมว่าตัวเองต้องทำอะไร CRM นั้นสามารถตั้งค่าตามบันทึกว่าคุณจะติดตามงานลูกค้าอย่างไร วันไหน แบบกำหนดเวลาให้แจ้งเตือนผ่านอีเมล์ได้ด้วย ตรงนี้แหละที่สำคัญเพราะฝั่งหัวหน้าก็สามารถดูสถานะการขายของลูกน้องแต่ละคนที่น่าสนใจ และกำหนดใน CRM ให้ลูกน้องต้องติดตามงานภายในวันนั้นๆ ถ้ายังไม่ทำก็สามารถแจ้งเตือนได้เพื่อให้พวกเขาลงมือทำ

 

4. คุณทำให้เจ้าของบริษัทแฮปปี้มากขึ้น

 

ข้อมูลใน CRM ถือว่าเป็นข้อมูลที่ไม่มีมั่วแน่นอน เพราะสถานะที่ต้องใส่มีครบถ้วน ตั้งแต่ชื่อ ตำแหน่ง เบอร์โทร อีเมล์ลูกค้าที่คุย ชื่อบริษัท สถานะของลีดอยู่ในช่วงไหน สินค้าที่นำเสนอขาย งบประมาณ ฯลฯ ทำให้เวลาเจ้าของบริษัทหรือผู้บริหารเข้ามาส่องดู พวกเขาจะเห็นเลยว่าลูกทีมคุณลงมือทำงานจริงๆ ไม่ใช่แค่ลมปาก สิ่งที่ทำให้คนระดับหัวหน้าเข้าใจผิดที่สุดก็คือการไม่รู้ว่าทีมขายทำอะไร โดยเฉพาะช่วงตัวเลขตกต่ำ ข้อมูลใน CRM จึงสามารถนำมาป้องกันตัวเองและแจ้งให้ผู้บังคับบัญชาทราบว่าทีมคุณกำลังทำอะไรอยู่ ที่สำคัญคือต่อให้ปิดไม่ได้แต่มีกิจกรรมการตามงานสม่ำเสมอ ผู้บังคับบัญชาฯ ย่อมเข้าใจมากขึ้นแน่นอน (คุณก็โดนด่าน้อยลง ฮา)

 

5. คุณสามารถเก็บรักษาข้อมูลไว้ได้ตลอดไปและมอบให้พนักงานใหม่ดูแลได้เลย

 

ปัญหาหนักอกของการสูญเสียลูกน้องฝีมือดีคือพวกเขาจะเอาลูกค้าคุณไปด้วย ไล่ตั้งแต่นามบัตรจนถึงไฟล์ Excel เลยด้วยซ้ำ ถ้าคุณเป็นเจ้านายที่วางใจให้ลูกน้องดูแลลูกค้าแทบทั้งหมดโดยไม่ค่อยเข้าไปเจอลูกค้าจนได้นามบัตรติดต่อ หรือได้อีเมล์ที่มีชื่อลูกค้า เวลาพวกเขาลาออก รับรองว่ากลับไปตามงานเก่ายากขึ้นแน่นอน การมี CRM ทำให้ข้อมูลจะอยู่ในฐานข้อมูลกลางตลอดเวลา คุณจึงสามารถเอานักขายคนใหม่วิ่งงานแทนคนเก่าได้เลยโดยไม่มีสะดุด เพราะ CRM จะมีสถานะทุกอย่างที่เคยทำงานกันมาทั้งหมดนั่นเองครับ

 

6. คุณสามารถทดลองใช้ CRM ที่มีความสามารถครบถ้วนฟรี

 

นี่คือข่าวดีที่สุดสำหรับผู้บริหารเช่นคุณเลยก็ว่าได้ ผมเข้าใจดีว่าคนที่ไม่เคยใช้มาก่อนย่อมไม่รู้ซึ้งว่าจริงๆ แล้ว CRM นั้นดีอย่างไร 10 ปากว่าไม่เท่าตาเห็นครับ จะดีกว่าไหมถ้ามีระบบ CRM ที่ออกแบบโดยคนไทยที่เข้าใจธุรกิจ B2B และปัญหาของการบริหารทีมขายด้วยการมอบคุณสมบัติที่ใช้งานง่าย ยืดหยุ่น เหมาะสมกับองค์กรของคุณ ผมขอแนะนำให้คุณทดลองใช้ฟรีกับ CRM JUBILI by Builk ที่คุณสามารถทดลองใช้ได้ฟรี

 

คลิก: http://bit.ly/2FQI468

Share on Facebook
Share on Twitter
Share on Linkedin
Please reload

Follow on Facebook

latest Post

Please reload

Popular Post

Please reload

Sales Director 21st banner.jpg

Pornpat Wattananiyomkajohn (Pan)

นักธุรกิจและผู้บริหารระดับสูง Gen-Y ของบริษัทสตาร์ทอัพข้ามชาติมูลค่ามากกว่า 5,000 ล้านบาท ผู้คลั่งไคล้และมีแพชชั่นเกี่ยวกับการขายแบบองค์กร (B2B) เป็นเจ้าของเพจ "กูนี่แหละเซลล์ร้อยล้าน" ที่มีผู้ติดตามบนเฟซบุ้คมากกว่า 56,000 คน และได้รับเชิญให้เป็นที่ปรึกษากับวิทยากรด้านการขายแบบองค์กรให้กับบริษัทระดับประเทศมากกว่า 100 บริษัท

  • Facebook Social Icon
  • LinkedIn ไอคอนสังคม

CONTACT US

  • Facebook Social Icon

FACEBOOK

LINE

  • LinkedIn Social Icon

LINKEDIN

©Copyright reserved 2017 - Silverlake consulting co., ltd