in

ทำยังไงถึงจะสร้าง Word of Mouth ให้กับธุรกิจของคุณ

ผมได้นำบทความของ Yale University มหาวิทยาลัยกลุ่ม Ivy League ระดับโลกแห่งสหรัฐอเมริกาซึ่งน่าสนใจมากๆ เกี่ยวกับการสร้างการตลาดแบบ “ปากต่อปาก” (Word of Mouth) ซึ่งว่ากันว่าเป็นการตลาดที่แทบไม่ต้องใช้เงินซักบาท แถมยังทรงประสิทธิภาพที่สุดแบบไม่มีการตลาดไหนเทียบชั้นได้เลย

มาดูการตลาดแบบปากต่อปากง่ายๆ ที่ใกล้ตัวคุณแล้วธุรกิจเหล่านี้ติดลมบนไปแล้ว เช่น เครปป้าเฉื่อยที่ดังเพราะเราคุยกันแบบปากต่อปากในออฟฟิศ ร้านอาฟเตอร์ยูก่อนยุคทอง อาหารทะเลของบังฮาซัน ฯลฯ ซึ่งบอกได้เลยว่าก่อนที่ธุรกิจเหล่านี้จะดัง เรามักได้ยินคนรอบข้างพูดถึงร้านค้าเหล่านี้โดยที่ทางร้านไม่ต้องทำโฆษณาอะไรเลยก่อนด้วยซ้ำ

คงจะดีไม่น้อยถ้าธุรกิจของคุณสามารถสร้างกระแสปากต่อปากให้ติดลมบนขึ้นมาได้ ผมจึงมีวิธีการที่ยอดเยี่ยมจากมหาวิทยาลัยระดับโลกมาฝาก ซึ่งคุณสามารถเอาไปใช้ได้ทันทีครับ

1. Free Discount

ทำราคาพิเศษหรือโปรโมชั่นแจ่มๆ ขึ้นมา เพราะงานวิจัยบอกว่าผู้คนมักจะได้รับผลกระทบเชิงจิตวิทยาเมื่อมีการเพิ่มหรือลดราคามากกว่าความสนใจว่าสินค้าตัวนี้มันเจ๋งแค่ไหนด้วยซ้ำ ถ้าคุณสามารถควบคุมต้นทุนได้ดีและมั่นใจว่าสินค้ากับบริการไม่แพ้คู่แข่งในตลาด ลองทำราคาส่วนลดให้ปัง รับรองว่าลูกค้าหันกลับมามองคุณแล้วพูดบอกเพื่อนๆ ของพวกเขาแบบ “ปากต่อปาก” แน่นอน มุกง่ายๆ ที่ทำกันแล้วเจ๋งเลยก็เช่นให้ถ่ายรูปคู่กับอาหารหรือสินค้า โพสต์ลงบนเฟซบุ้คหรือไอจีแล้วได้รับส่วนลด อะไรทำนองนี้

2. ให้อะไรพิเศษๆ กับลูกค้าชั้นดีของคุณ

ไม่ว่าจะเป็นรายการลด แลก แจก แถม หรืออภิสิทธิ์ (Privilege) ที่สดใหม่กับลูกค้าในดาต้าเบสของคุณว่าคนไหนคู่ควรกับการได้สิทธิ์เหล่านี้ ที่ทำไปก็เพื่อให้ลูกค้าชั้นดีเป็นผู้บอกต่อและนำพาเหล่าลูกค้าใหม่เข้ามาใช้บริการคุณนั่นเองครับ

3. ให้ค่าแนะนำหรือค่าตอบแทน (Referral and Incentive Program)

คนชอบแน่นอนครับสำหรับการแนะนำแล้วได้เงินอีกด้วย คุณควรตั้งงบประมาณขึ้นมาแล้วประกาศให้เหล่าลูกค้ารับทราบโดยทั่วกันว่าถ้าพวกเขาชวนเพื่อนหรือคนใกล้ตัวด้วยความหวังดี แจกเงินค่าแนะนำหรืออะไรก็ว่ากันไป วิธีนี้วงการบัตรเครดิต อสังหาฯ ฯลฯ มีการทำกันอย่างแพร่หลายครับ แถมการให้เงินก็ตรงไปตรงมาสุดๆ

4. Freemium ให้กับคนรู้จัก

จะดีมากถ้าคุณมีสินค้าดีอยู่แล้ว จงทำโปรแกรม Freemium คือโปรแกรมที่ให้คนรู้จักที่คุณมั่นใจว่าทรงคุณค่า เช่น ลูกค้าชั้นดี เพื่อนผู้ทรงอิทธิพล ผู้หลักผู้ใหญ่ ฯลฯ ในการใช้สินค้าคุณฟรีๆ ซึ่งก็จะมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมอีกนิดหน่อยถ้าต้องการสินค้าที่มันดีหรือเป็นเวอร์ชั่นที่ดีกว่านี้ เช่น คุณเปิดร้านกาแฟแล้วเชิญคนใกล้ตัวมากินฟรีเฉพาะกาแฟ ถ้าอยากกินอย่างอื่นเพิ่มก็ต้องเสียตัง หลังจากนั้นก็หวังผลให้พวกเขาเป็นคนคอยไปบอกต่อครับ

5. จ้าง Influencer ให้มารีวิวธุรกิจของคุณ

ยุคนี้ใครๆ ก็ทำกัน เพียงแต่ต้องเลือกอินฟลูเอนเซอร์ เช่น ยูทูปเบอร์ ดารา เน็ตไอดอล ฯลฯ ที่ทำงานได้อย่างเป็นมืออาชีพจริงๆ และตรงกับ “กลุ่มเป้าหมาย” ให้มากที่สุด บางทีคอนเทนต์ปังๆ อาจจะทำให้เหล่าลูกค้าใหม่แห่แหนเข้ามาซื้อคุณเพราะเชื่ออินฟลูฯ นั่นเอง

ที่มาเพิ่มเติม: https://insights.som.yale.edu/insights/how-should-companies-fuel-word-of-mouth

What do you think?

แปลกแต่จริงที่มหาลัยไม่มีสอนเรื่องการขาย

ขจัดข้อโต้แย้งอย่างไร เมื่อลูกค้าบอกว่าไม่มีเงิน