in

วิธีสร้างวัฒนธรรมองค์กรให้เข้ากับคนรุ่นใหม่

วัฒนธรรมองค์กร (Corporate Culture) ถือว่าเป็น “Signature” หรือลายเซ็นของแต่ละองค์กรนั้นๆ เลยก็ว่าได้

ลองนึกถึงแคแรคเตอร์ขององค์กรที่แจ่มแจ้งเกี่ยวกับวัฒนธรรมองค์กรสมัยใหม่ และที่สำคัญคือเป็นบริษัทที่ขับเคลื่อนโลกอย่างแท้จริง เช่น แอปเปิ้ล เฟซบุ้ค หรือกูเกิ้ล ที่ไล่ตั้งแต่ทีมงานที่ส่วนใหญ่เป็นคนรุ่นใหม่ การทำงานแบบ Work from Home Policy หรือออฟฟิศที่น่าทำงานและแลดูเหมือนร้านกาแฟมากกว่าออฟฟิศแบบเป็นคอก (ฮา)

หรือเอาบริษัทคนไทยที่แคแรคเตอร์กับวัฒนธรรมที่สอดประสานระหว่างคนทำงานรุ่นเก่ากับรุ่นใหม่ได้เป็นอย่างดี เช่น SCG, PTT, DTAC, etc. ถือว่าเป็นองค์กรที่ผมได้มีโอกาสร่วมงานและเห็นได้ชัดเลยว่าพวกเขามีวัฒนธรรมองค์กรที่ยอดเยี่ยมมากๆ

การสร้างวัฒนธรรมองค์กรที่แข็งแกร่งเป็นเรื่องที่บุคคลระดับผู้บริหารไม่ควรมองข้ามเป็นอันขาด ขอบอกเลยว่าองค์กรคุณจะไปได้ไกลและไม่ไกล มีคนเก่งๆ เข้ามาทำงาน มีคนที่ทุ่มเทและรักองค์กรอย่างแท้จริงไม่ได้ถ้าปราศจากวัฒนธรรมองค์กรที่ดี มาดูกันว่าคุณควรทำอะไร

1. วิสัยทัศน์ของผู้บริหารต้องมีส่วนร่วมกับคนรุ่นใหม่อย่างจริงจัง

ถ้าผู้บริหารหรือเจ้าของฯ ไม่มีทัศนคติที่ดีในเรื่องนี้ คุณจะจ้างใครมาทำแทนด้วยค่าตัวหลักแสนก็ไม่มีทางสร้างวัฒนธรรมองค์กรที่ดีได้ครับ คุณจะต้องตั้งใจแน่วแน่ว่าคุณจะทำสิ่งดีๆ ให้กับคนรุ่นใหม่อย่างจริงจัง กุญแจสำคัญคือตัวคุณจะต้องมี “การมีส่วนร่วม” (Engagement) กับพนักงาน โดยเฉพาะกับคนรุ่นใหม่ ไม่ใช่เพียงแค่ทำงานร่วมกันหรือเอาแต่สั่ง แต่เป็นการมีส่วนร่วมทั้งเรื่องงานและเรื่องส่วนตัวอย่างกิจกรรมต่างๆ ด้วยครับ

2. ปรับปรุงออฟฟิศให้มีความทันสมัยและเหมาะสำหรับคนรุ่นใหม่

มีองค์กรหลายแห่งที่เชิญผมไปสอน เชื่อหรือไม่ว่าแม้แต่ธุรกิจ SME ต่างจังหวัด แต่กลับมีออฟฟิศที่น่าทำงานและมีพนักงานที่ดูแล้วมีความรักกับมีความสุขในการทำงานมาก สิ่งสำคัญคือออฟฟิศเพราะพวกเขาต้องเข้ามานั่งทำงานให้คุณทุกวัน ออฟฟิศสมัยเก่าที่เป็นรูปแบบคอกและปิดด้วยผนังสีขาวจะสร้างความน่าเบื่อเป็นอย่างมาก จงลองปรับปรุงออฟฟิศให้มีพื้นที่ใช้สอยแบบร้านกาแฟ มีมุมโซฟานั่งประชุม มีโต๊ะปิงปอง เครื่องเกม ตู้กดน้ำ สีสันที่น่าทำงาน ถ้าไม่รู้จะทำอย่างไรก็ให้ปรึกษาบริษัทตกแต่งภายในที่คุณดูแล้วชอบก็ได้ครับ

3. จัดกิจกรรมสันทนาการที่สร้างสรรค์และคุณเองควรเข้าไปมีส่วนร่วม

กิจกรรมง่ายๆ และเหมาะกับคนไทยอย่างพวกเขาก็คืองานปาร์ตี้นี่แหละครับ (ฮา) โดยอาจจะจัดตารางกิจกรรมให้มีความสม่ำเสมอ เช่น กิจกรรม TGIF (Thanks God is Friday) ทุกวันศุกร์สิ้นเดือนเพื่อให้ทุกคนผ่อนคลายจากการทำงาน หรือกิจกรรมประจำครึ่งปีหรือหนึ่งปีอย่างงานปีใหม่ งานแข่งกีฬาสี เป็นต้น งานพวกนี้จำเป็นต้องมีคุณและทีมบริหารเข้าไปมีส่วนร่วมในกิจกรรมอย่างเป็นกันเองและไม่ถือตัว เพียงเท่านี้คุณก็ได้ใจพวกเขามากแล้วล่ะครับ

4. มีทีมงานที่ถูกจ้างมาเพื่อสร้างวัฒนธรรมองค์กรที่ดี

ส่วนใหญ่สมัยก่อนมักมอบหมายให้ฝ่ายบุคคล (HR) เป็นผู้รับผิดชอบในเรื่องนี้ ถ้าคุณมีงบประมาณเหลือเฟือ จงลองจ้างมืออาชีพที่มีประสบการณ์สร้างวัฒนธรรมองค์กรจากบริษัทใหญ่ แต่ถ้าไม่อยากลงทุนขนาดนั้น จงส่งฝ่ายบุคคลของคุณไปฝึกอบรมการสร้างวัฒนธรรมองค์กรที่ดีและมีความทันสมัย หรือจ้างเด็กจบใหม่ให้ไปอยู่ทีม HR เพื่อดูแลคนรุ่นใหม่ด้วยกัน ที่สำคัญควรวางดัชนีชี้วัดประสิทธิภาพ (KPI) ให้ดีว่าต้องการวัดผลสำเร็จที่อะไรบ้าง เช่น พนักงานลาออกลดลง ทำแบบสำรวจและพบว่าพนักงานมีความสุขมากขึ้น เป็นต้น

5. ใช้โซเชี่ยลมีเดียให้เป็นพื้นที่ของการมีส่วนร่วมและแสดงวัฒนธรรมองค์กรที่เข้มแข็ง

เฟซบุ้คเพจของบริษัทมักเป็นอะไรที่คุณเห่อในตอนแรกๆ แต่ตอนนี้ก็ปล่อยมันร้างไปแล้ว เพราะไม่ใส่ใจ ทั้งๆ ที่มันมีประโยชน์มากในการแชร์ข้อมูลภายในองค์กร ข้อมูลที่ดีคือข้อมูลประชาสัมพันธ์ความสามารถของพนักงาน หรือใช้เป็นพื้นที่ประกาศความสำเร็จในการทำงานของทีมงานให้กระจายอย่างเท่าเทียมกัน การใช้ไลน์กลุ่มก็มีความสำคัญ แต่อย่าใช้สั่งงานนอกเวลางาน

6. นโยบาย Work from Home และดัชนีวัดผลแบบ OKR

Work from Home คงไม่ต้องพูดอะไรมากเพราะตอนโควิดก็จำเป็นต้องทำมาแล้ว ผมเชื่อว่างานไม่ค่อยกระทบมาก ตอนนี้จงลองแบ่งทีมงานให้ WFH บ้างพอสมควร เช่น ฝ่ายไอทีหรือฝ่ายขายที่ไม่จำเป็นต้องเข้าออฟฟิศมาก เป็นต้น ส่วนดัชนีวัดผลแบบ OKR คือดัชนีแบบใหม่ที่กูเกิ้ลทำและแตกต่างจาก KPI คือให้อิสระกับทีมงานในการตั้งเป้าหมายเฉพาะบุคคล และทำให้บรรลุตามกรอบเวลาและมีประโยชน์ต่อองค์กร จะไม่จำเป็นต้องควบคุมการทำงานให้ออกมาเป็นตัวเลขแบบ KPI ซึ่งดูเหมือนหุ่นยนต์มากกว่า

7. มีโปรแกรมพัฒนาบุคลากรที่มีความทันสมัย

ลองส่งพนักงานไปเรียนคอร์สสมัยใหม่ที่เกี่ยวกับเทคโนโลยีหรือจัดโดยองค์กรอิสระดูบ้าง หรือเชิญวิทยากรที่มีวัยและมีความเหมาะสมกับพวกเขา เพื่อให้พวกเขารู้สึกว่าคุณมีความใส่ใจที่จะพัฒนาพวกเขาให้มีความเก่งกาจ

8. กล้าที่จะเสี่ยงให้พนักงานอายุน้อยลงมือทำงานที่ยาก

เรื่องนี้สำคัญมากและมีผลโดยตรงต่อทัศนคติของคนรุ่นใหม่ คนรุ่นใหม่ที่มีโปรไฟล์ดีหรือทำงานดีมักชอบความท้าทายและกล้าเสี่ยง พวกเขาอยากเป็นใหญ่เป็นโตเร็วๆ ทุกคนนั่นแหละ คุณต้องกล้าที่จะท้าทายพวกเขาให้สามารถลองทำงานที่ยากและถ้าทำได้ คุณจะมอบสิ่งที่เป็นรางวัลต่อจากนั้น เช่น การเลื่อนตำแหน่งให้ไวขึ้น การมอบหมายให้ดูลูกค้าเกรดเอ เป็นต้น รับรองว่าพวกเขาอยากทำงานถวายหัวเลยล่ะครับ ที่สำคัญคือคุณต้องกล้าที่จะรับผลกระทบเชิงลบที่ตามมาด้วย

เหตุผลที่พนักงานขายเกลียดการใช้ CRM

เป็นนักขายคนใหม่ที่มารับช่วงต่อ ทำอย่างไรให้ได้นัดลูกค้าเก่า