เหตุผลที่คุณควรขยายทีมขาย

ทีมขาย คือกองทัพหาเงินเข้าธุรกิจของคุณอย่างแท้จริง พวกเขาไม่ได้เป็นแค่ลูกจ้างของคุณ แต่พวกเขาคือ “หุ้นส่วน” ทางธุรกิจคนสำคัญคนหนึ่งเลยก็ว่าได้ เพราะผลตอบแทนที่พวกเขาต้องได้ก็คือ “ค่าคอมมิชชั่น” นั่นเอง

หลายๆ คนจึงคิดไปเองว่าการจ้างนักขายจำนวนเยอะๆ ตั้งแต่แรกเริ่มในการทำธุรกิจก็น่าจะเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีที่จะทำให้คุณล่าเงินได้อย่างเป็นล่ำเป็นสัน เปรียบได้กับการมีกองหน้าฝีเท้าคมพร้อมลงสนามยังไงยังงั้น

แต่คุณแน่ใจดีแล้วเหรอว่าการจ้างพนักงานขายเยอะๆ จะทำให้ธุรกิจของคุณได้ยอดขายไวขึ้น เอาแค่คำถามแรกที่เริ่มจากว่าคุณควรจะจ้างใคร หามาจากไหน ตั้งเงินเดือนให้เท่าไหร่ แล้วต้องให้ทำงานอะไรบ้าง แค่นี้ก็เหนื่อยแล้ว

ครั้นจะเป็นการจ้างพนักงานขายจากบริษัทคู่แข่งก็ไม่แน่ว่าจะเวิร์กเสมอไป เพราะใครจะกล้าปล่อยนักขายคนเก่งของตัวเองให้ออกไปเป็น “หอกข้างแคร่” กับคุณ หรือไม่งั้นคุณก็ต้องใช้เงินจำนวนมากในการฟาดหัวพวกเขาให้มาทำงานกับคุณ หรือไม่ก็เป็นพวกทองชุบที่รอวันลอกก็ได้ ใครจะไปรู้เนอะ

ดังนั้นการขยายทีมขายจะต้องมีเหตุและผลที่เหมาะสม ทุกอย่างต้องตั้งอยู่ข้อมูลหรือสถานการณ์ที่วัดผลได้ ผมเองมีประสบการณ์ในการสร้างทีมขายมาพอสมควร ดังนั้นผมจะขอแชร์เหตุผลดีๆ ที่คุณควรขายทีมขายมาฝากครับ


1. เมื่อคุณมีลีดให้ออกไปขายแล้วรู้สึกว่าทีมขายมีคนไม่พอ

ถือว่าเป็นเหตุผลที่ดีมากที่ควรจะขยายทีมขายเป็นอย่างยิ่ง เมื่อคุณทำธุรกิจไปได้ระดับนึงแล้วคุณพบว่ายังมีจำนวนลูกค้าในตลาดของคุณอีกมากมายให้ออกไปล่ายอดขายเพิ่ม เช่น คุณทำธุรกิจติดตั้งแอร์สำนักงานมา 3 ปี คุณมีทีมขายแค่ 3 คน แล้วทั้งปีก็หาลีดมาได้ประมาณ 200 บริษัท แต่คุณพบว่าสำนักงานในกรุงเทพฯ มีมากกว่า 5,000 บริษัท ซึ่งขีดจำกัดของจำนวนคนที่มีแค่ 3 คนอาจทำให้คุณต้องใช้เวลาอีกหลายปีในการเข้าพบลูกค้าครบทุกราย แล้วคุณก็กลัวว่าจะสูญเสียโอกาสให้กับคู่แข่ง เหตุผลที่ผมกล่าวมาจะเป็นสิ่งที่คุณต้องเริ่มขยายทีมขายแล้วล่ะครับ

2. เมื่อคุณมีเงินมากพอ

เป็นเหตุผลที่ใช่สำหรับการขยายทีมขาย ถ้าเงินคุณไม่ถึงจริง คุณมีสิทธิ์ขาดทุนจากการจ้างพนักงานแบบซี้ซั้ว เพราะการจ้างแต่ละคนนั่นหมายถึงต้นทุนที่คุณต้องแบกรับ ลองคิดง่ายๆ ว่าจ้างเด็กใหม่เงินเดือน 25,000 ครบหนึ่งปีก็สองแสนกว่าแล้วล่ะครับ สมมติว่าจ้างมาห้าคนก็มีค่าใช้จ่ายมากกว่า 1 ล้านพอดี ในกรณีที่เด็กพวกนี้หายอดขายให้คุณไม่ได้เลย ที่สำคัญคือต้องคิดนะครับว่าต้นทุนเด็กเดือนละ 2 แสนกว่า ครบหนึ่งปี พวกเขาจะขายของให้คุณมีกำไรเหนือต้นทุนได้หรือไม่ นี่คือเรื่องราวของการลงทุนล้วนๆ เลยล่ะครับ

3. เมื่อต้องการสร้างตัวแทนนักขายตัวท็อปขึ้นมาใหม่

ตรงไปตรงมามากๆ สำหรับเรื่องการปั้นเด็กใหม่มาทดแทนคนเก่า เพราะคุณต้องรู้ดีว่าการมีพนักงานขายตัวท็อปไว้อยู่ในมือไปนานๆ มันอาจกลายเป็นผลเสียของคุณก็ได้ในกรณีที่คุณไม่มีการวางแผนรับมือตอนที่พวกเขาจากไป คุณต้องรู้ดีว่าพนักงานตัวท็อปมักมีค่าตัวที่สูงขึ้นเรื่อยๆ มีบริษัทอื่นๆ คอยตามจีบเป็นระยะๆ ยิ่งบางคนมีความคิดเรื่องการเป็นเจ้าของธุรกิจ คุณยิ่งรั้งพวกเขาได้ยากขึ้น หรือบางทีคุณโปรดเหล่านักขายตัวท็อปมากเกินไป พวกเขาอาจจะไม่ทำงานหนักไปกว่าเดิม หายใจไปวันๆ แล้วคุณเองก็เสียดายที่จะปล่อยพวกเขาไป คุณเลยต้องเริ่มจ้างพนักงานเด็กใหม่เพื่อให้พวกเขาปั้นและเป็นคนทดแทนพวกเขาในกรณีกะทันหันนั่นเองครับ

4. เมื่อคุณต้องการรั้งพนักงานขายตัวท็อปให้เติบโตกับคุณเรื่อย

มีวางแผนก็ต้องมีแผนรั้งพวกเขาเอาไว้เช่นกัน ส่วนใหญ่พนักงานขายตัวท็อปมักต้องการตำแหน่งที่สูงขึ้นนอกจากเงิน คุณเลยเริ่มจ้างพนักงานใหม่เพื่ออยู่ภายใต้การควบคุมของเหล่าตัวท็อปเพื่อให้พวกเขาลองฝึกเป็นผู้จัดการทีมขาย ทักษะการขายชั้นยอดจะถูกส่งต่อไปยังเหล่านักขายมือใหม่ที่ค่าตัวถูก จนกลายเป็นนักขายที่ล่ายอดขายได้มากขึ้น นอกจากคุณจะรั้งตัวท็อปเอาไว้ได้แล้ว คุณยังสามารถให้ลูกศิษย์ของผู้จัดการตัวท็อปกลายเป็นตัวตายตัวแทนของพวกเขาในกรณีที่ลาออกได้ดีด้วย


นี่คือเหตุผลดีๆ เพื่อให้คุณขยายทีมขายได้อย่างมีประสิทธิภาพครับ

Leave your vote

Comments

0 comments

Similar Posts

ใส่ความเห็น