สาเหตุที่ผู้จัดการมือใหม่หลายคน ทนแรงเสียดทานไม่ได้ เพราะไม่เข้าใจทฤษฎีผลประโยชน์และความโหดเหี้ยม
นี่คือประเด็นที่ “จริงและดิบ” ที่สุดในโลกของการการบริหารเลยก็ว่าได้ครับ โดยเฉพาะสังคมไทยที่เน้นความ “เป็นกันเอง” และ “ความอยากเป็นที่รัก” ซึ่งบอกตามตรงเลยว่าในโลกธุรกิจที่โคตรโหดนั้น “ความเกรงใจ” สร้างได้จากผลประโยชน์ที่ซื่อตรงทางธุรกิจและความเด็ดขาด “เพียงเท่านั้น”
ผู้จัดการมือใหม่มักล้มเหลวและไม่เข้าใจงานบริหาร (ถึงขั้นหลายๆ คนไม่กล้ารับตำแหน่งนี้เลยด้วยซ้ำ) สาเหตุเพราะตอนเป็นท็อปเซลล์นั้น คุณทำงานแทบจะตัวคนเดียว รับผิดชอบตัวเลขคนเดียว พอทำยอดได้เยอะๆ ก็เป็นที่รักของหัวหน้า เพื่อนร่วมงานและลูกค้า ซึ่งว่ากันตรงๆ เลยก็คือพอมาเป็นผู้จัดการฝ่ายขายคุณก็เลยกลายเป็นคนขี้กลัว ไม่กล้าขัดแย้งใคร จนทำให้ไม่กล้าออกคำสั่งเด็ดขาดเพราะกลัวลูกน้องเกลียดขี้หน้า
ในสไตล์การบริหารของ Sales100Million ถ้าคุณไม่เข้าใจศาสตร์นี้ คุณก็เป็นได้แค่ “เบี้ยล่าง” ของลูกน้องเจ้าเล่ห์ (ซึ่งก็คือท็อปเซลล์ที่คุณเคยเป็น ฮา) ครับ และนี่คือสาเหตุที่ ผจก. มือใหม่ทนแรงเสียดทานไม่ได้ และโดนลูกน้องปั่นหัวจนเสียทรง มีอยู่ 3 ปัจจัยหลักครับ
1. ไม่เข้าใจว่า “ความสัมพันธ์” คือ “การแลกเปลี่ยนผลประโยชน์”
กฎเหล็กของทีมขายคือ “ผลประโยชน์ที่ขาวสะอาด” เท่านั้นครับ นักขายจะทำงานดีได้นั้นไม่ได้เกี่ยวว่าถ้าคุณ “ใจดี” ให้ความสนิทสนม ซื้อขนมมาฝาก พาไปเลี้ยงข้าว กินเหล้าบ่อยๆ แล้วลูกน้องจะ “ซื่อสัตย์” และ “ทำงานถวายหัว” ทุกอย่างจะจบทันทีถ้าผลประโยชน์ห่วย ขายไม่ได้ ค่าคอมฯ ไม่ถึง เรื่องนี้สังเกตง่ายๆ ครับว่าในองค์กรที่ต่อให้ผู้จัดการฝ่ายขายคนนั้นนิสัยเหี้ย ปากหมา กวนส้นตีน หรือเป็นคนที่เข้มงวดมากๆ จริงอยู่ที่ลูกน้องส่วนใหญ่อาจจะลาออกไป แต่จะมีคนที่ขายดีและอยู่ต่อกับเจ้านายประเภทนี้ได้เสมอ สิ่งนั้นก็คือผลประโยชน์ร่วมกันนั่นเองครับ
ความโหดเหี้ยมในโลกแห่งความเป็นจริงอีกเรื่องคือ ลูกน้องไม่ได้มาทำงานเพื่อหาเพื่อนครับ เขามาเพื่อ “หาเงิน” และ “ความก้าวหน้า” คุณเองก็เช่นกัน ถ้าทีมตัวเลขไม่ถึงทั้งๆ ที่คุณเป็นคนใจดี รักลูกน้อง ไม่เคยด่า กดดัน คุณเองก็หัวกระเด็นออกจากบ่าเพราะผลลัพธ์ไม่มาเช่นกันครับ ดังนั้นคุณต้องเปลี่ยนจาก “สายเปย์” เป็น “สายปั้น” เพื่อทำให้ลูกน้องรู้ว่า “ถ้ามึงเดินตามกู มึงจะรวยและเก่งขึ้น แต่ถ้ามึงขวางทางกู มึงจะอดตาย” เมื่อผลประโยชน์ชัดเจน ความภักดีจะตามมาเองแบบไม่ต้องขอครับ
2. กลัวการเป็น “คนเลว” ในสายตาคนอื่น
ผจก. มือใหม่มักจะกลัวโดนนินทา กลัวลูกน้องลาออกจนโดนตำหนิว่า Turnover Rate สูง กลัวบรรยากาศในทีมเสีย เลยไม่กล้าสั่งงานแบบกดดัน หรือไม่กล้าตำหนิคนที่ทำงานห่วยๆ จำไว้นะครับว่าคนอย่าง Steve Jobs หรือ Elon Musk รู้ดีว่า “ความเหี้ยมคือความเมตตาที่แท้จริง” การปล่อยให้คนห่วยลอยนวล คือการทำร้ายคนเก่งๆ ในทีมทั้งระยะสั้นและระยะยาว นอกจากยอดไม่มาแล้วจะลากคุณลงเหวอีกต่างหาก คุณต้องกล้าที่จะเป็น “ปีศาจ” เพื่อรักษามาตรฐานการทำงาน คุณต้องยอมให้คนนินทา เพื่อแลกกับ “ชัยชนะ” ของธุรกิจครับ
3. ติดกับดัก “ความเกรงใจ” จนเสียอำนาจปกครอง
ผจก. มือใหม่ เวลาสั่งลูกน้องมักใช้คำว่า “รบกวนหน่อยนะ” “ช่วยพี่หน่อยนะ” จนลูกน้องรู้สึกว่างานที่ทำคือ “บุญคุณ” ที่พวกเขามีต่อคุณ แต่จงจำไว้นะครับว่าการจ้างงานคือ “สัญญาแลกเปลี่ยนผลประโยชน์” ไม่ใช่การขอความช่วยเหลือหรือถามการกุศลว่ะไอ่เวร วิธีแก้ไขและก้าวข้ามความเกรงใจคือจงสั่งงานด้วยความเด็ดขาดและวัดผลด้วย Data ล้วนๆ ตัดอารมณ์ทิ้งให้หมด ใครทำไม่ได้ตามเป้าต้องได้รับการประเมิน ใครทำได้ต้องได้รับรางวัล จงให้ระบบเป็นคนจัดการ ไม่ใช่ให้ความรู้สึกจัดการครับ
“ถ้าอยากเป็นที่รัก… ไปขายเต้าฮวยครับ แต่ถ้าอยากเป็น ‘ผู้นำร้อยล้าน’… คุณต้องเป็น ‘หมอผ่าตัด’ ที่กล้ากรีดเนื้อร้ายทิ้งเพื่อรักษาชีวิตคนทั้งทีมไว้ครับ”
🔥 [The Ruthless Leader: Sales Director 2026]
🔥 ฝึกจิตวิทยานักบริหารสายดาร์ก วิธีคุมคนด้วยผลประโยชน์และความเด็ดขาดระดับสากล ในคอร์ส: “25-26 เมษายน 2569”
🎯 วาระสำคัญเพื่อเปลี่ยน ผจก. มือใหม่ ให้เป็นจอมทัพ:
✅ The Power of Strategic Cruelty: วิธีโหดอย่างมีชั้นเชิง เพื่อสร้างมาตรฐานทีมระดับโลก
✅ Interest Mapping: วิธีอ่านใจและคุมผลประโยชน์ของลูกน้องรายบุคคล
✅ Accountability System: สร้างระบบรับผิดชอบที่แข็งแกร่งจนลูกน้องไม่กล้า “เกรียน” ใส่
✅ Psychology of Respect: ศาสตร์การสร้างความยำเกรงโดยไม่ต้องใช้คำด่า
[⚡️ สิทธิ์สุดท้ายสำหรับจอมทัพรุ่นใหม่: 19,000.-] “อำนาจไม่ได้มีไว้ให้ใครมารัก… แต่อยู่ที่ใคร ‘เกรงใจ’ คุณมากที่สุดครับ”
👉 จองสิทธิ์ด่วน: [https://m.me/sales100million]
Comments
0 comments
