4 เหตุผลที่ทำไมองค์กรใหญ่ต้องทำ Hackathon คัดนักขายรุ่นใหม่

จากประสบการณ์ด้านที่ปรึกษาการขายและการเป็นเทรนเนอร์ระดับชาติเรื่องการขายที่ผ่านมาของผม ผมมักจะเห็นบริษัทมหาชนหรือองค์กรใหญ่ๆ ส่วนใหญ่ทั่วๆ ไปก็ยังจมอยู่กับโครงสร้างการขายแบบโบราณ นักขายส่วนใหญ่จะเป็น Key Account ที่ยอดเข้าก็จริง แต่ไม่ได้ทำอะไรใหม่ๆ หรือทำสิ่งใหม่เลย พวกเขามักนั่งรอออเดอร์ลูกค้าไปวันๆ หรือทำ KPI ตามสูตรและปล่อยให้ทีมขายกลายเป็นหมูที่แก่ตัวลงไปพร้อมกับตลาดที่ยุคนี้เป็นยุค AI ที่ต้องเร็วสุดขีด

ผมจึงขอนำเคสขององค์กรระดับท็อปและโครงการส่วนตัวที่ผมทำกับบริษัทระดับชาติที่จะบอกคุณว่าทำไมองค์กรระดับท็อป มีทีมผู้บริหารที่ฉลาดเป็นกรดถึงเริ่มหันมาทุ่มงบจัด “Young Talent Program หรือ Sales Hackathon – โครงการเฟ้นหาและปลุกปั้นนักขายรุ่นใหม่สายพันธุ์ดุ (อันนี้ผมคิดเอง ฮา)” เฉพาะกิจกันหมด เพราะความจริงก็คือ องค์กรระดับนี้เขาไม่ได้ทำโครงการนี้เพื่อจัดกิจกรรม CSR ให้เด็กเข้ามาฝึกงานสนุกเล่นๆ แค่นั้นนะครับ แต่นี่คือ “ยุทธวิธีล้างเลือดเสียและสร้างเครื่องจักรผลิต Strategic Deal Maker & Hunter รุ่นใหม่” ที่องค์กรใหญ่ขาดแคลนอย่างหนัก และนี่คือ 4 เหตุผลลับระดับบอร์ดบริหารที่ทำไมองค์กรใหญ่ถึงต้องทำ Hackathon ทีมขายโดยเฉพาะ

1. ล้างสมองระบบ “Order Taker” รุ่นเก่า แล้วสร้าง “Sales Hunter สายพันธุ์ AI” ที่เข้าถึง C-Level เป็น

พนักงานขายรุ่นเก่าในระบบ 90% ที่เป็น Key Account มักโตมากับการรักษาฐานลูกค้าเก่าแบบเซฟโซน พวกเขาไม่กล้าโทรหาผู้บริหารระดับสูง อย่าว่าแต่ลิ้งก์อินหรือแชตผ่านเฟซบุ้คเลยครับ โคตรปอดแหก ไม่กล้าชนปัญหายากๆ และแก้เกมไม่เป็นเมื่อเจอเทคโนโลยีใหม่ๆ การทำ Hackathon จึงเป็นการดึงเด็กหัวกะหัวแถวไฟแรงรุ่นใหม่ (Young Talents) ที่มีความกระหาย กล้าคิดนอกกรอบ และคุ้นเคยกับเครื่องมือ AI ระบบ Data มาร่วมทำโจทย์ธุรกิจจริง เพื่อคัดเพชรเม็ดงามที่พร้อมเติบโตเป็น Deal Maker + Hunter โดยไม่ต้องเสียเวลาดัดนิสัยพนักงานเก่าที่หมดไฟ เป็นภาษาฟุตบอลก็คือการได้นักบอลที่เล่นได้ทั้งเบอร์ 6 และเบอร์ 8 มีความทันสมัยกับฟิตด้วยครับ

2. แก้ปัญหา “ความเฉื่อยชาขององค์กร” ด้วยพลังไอเดียที่สดใหม่

ยิ่งบริษัทใหญ่มากเท่าไหร่ ขั้นตอนการอนุมัติและการวิ่งเต้น ดันโครงการ เข้าหาผู้ใหญ่ก็ยิ่งเชื่องช้าเหมือนไดโนเสาร์เต่าล้านปี ทำให้เสียดีลให้คู่แข่งหน้าใหม่ที่เป็น Startup อยู่ร่ำไป (ฮา) การให้ Young Talent มาร่วมระดมสมองและจำลองการปิดดีลภายใต้แรงกดดันสูง จากนั้นก็ไปลองของจริง ขายของจริงจะช่วยปลดล็อก “กรอบความคิดเดิมๆ” ของผู้บริหารรุ่นเก่า ทำให้องค์กรได้เห็นวิธีคิด สคริปต์การขาย และโซลูชันใหม่ๆ ที่รวดเร็วและตอบโจทย์ลูกค้ายุคใหม่ได้อย่างคาดไม่ถึง โดยเฉพาะการใช้ AI เข้ามาช่วยนี่บอกเลยว่าเก่งกว่าคนอายุ 40-50 ที่เป็นนักขายมานานภายในไม่เกิน 1 ปีครับ

3. เป็นทางลัดในการ “ซื้อตัวและคัดกรองคนเก่ง” ก่อนที่คู่แข่งจะแย่งตัดหน้า

การเปิดรับสมัครงานทั่วไปมักจะได้เรซูเม่เยอะก็จริง (เพราะบริษัทคุณดัง) แต่ไม่เคยเจอคนที่ “มีสัญชาตญาณนักล่าและทักษะการเจรจาที่แท้จริง” เลยสักคน ผมกล้าพูดเลยว่าเผลอๆ ไม่เกิน 9% ครับ สาเหตุคือคนที่เก่งจริง เป็นของจริง เป็นนักขายตัวจริง พวกเขารู้ดีว่าขายกับองค์กรใหญ่ก็เป็นได้แค่เฟืองตัวนึง มีลูกค้าให้ขายก็จริงแต่ไม่ได้เก่งขึ้นเลยซักนิดเดียว ต้องทำตามใบสั่งหรือ KPI ที่นายบอกให้ทำ การไปขายสตาร์ทอัพ ถึงจะอยู่บริษัทเล็กๆ แต่ความเท่ห์คือปิดดีลเองได้จริง ลุยเอง เสี่ยงเอง มันถึงน่าภูมิใจกว่าเยอะครับ

การทำ Hackaton คือเวทีคัดคนแบบ “เห็นฝีมือหน้างานจริง” คุณจะได้เห็นเลยว่าใครคือคนที่พูดเก่งแต่ลมปาก และใครคือคนที่มองเกมธุรกิจขาด มีภาวะผู้นำ และกล้าเอาหัวเป็นประกันในการปิดดีล องค์กรสามารถคว้าตัวคนกลุ่มนี้เข้ามาปั้นต่อเป็นกำลังหลักได้ทันทีโดยไม่ต้องเสียเวลาลองผิดลองถูก

4. เห็นผลลัพธ์จริงที่เหนือกว่าโครงการ Management Trainee ในมุมมองของ New Business

ในขณะที่โครงการ Management Trainee ทั่วไปมุ่งเน้นการบ่มเพาะ “ลูกจ้างเกรด AAA” แต่การจัด Sales Hackathon คือการสั่นสะเทือนองค์กรด้วยการสร้าง “แม่ทัพนอกระบบ” ที่พร้อมรบจริงและสร้างรายได้ตั้งแต่วันแรก เพราะพลังของมันไม่ได้อยู่ที่การฝึกฝนผ่านทฤษฎีในห้องแอร์ หากแต่อยู่ที่การส่งเหล่านักขายสายพันธุ์ดุไปเผชิญหน้ากับความจริงในตลาด เพื่อคว้า “เสียงปฏิเสธ” จากลูกค้ามาเป็นขุมทรัพย์ข้อมูลเชิงลึก ที่ทรงพลังกว่ารายงานวิจัยราคาแพงฉบับใดๆ ซึ่งข้อมูลดิบเหล่านี้เองคือเข็มทิศชั้นดีที่เปิดโอกาสให้ผู้บริหารมองเห็นรอยต่อของความต้องการที่ไม่เคยได้รับตอบสนอง นำไปสู่การค้นพบโมเดลรายได้ใหม่และ S-Curve ที่สามารถพลิกเกมธุรกิจขององค์กรให้ก้าวกระโดดได้เร็วกว่าการรอคอยการปรับตัวแบบเดิมๆ ที่เชื่องช้าครับ

“องค์กรใหญ่ที่รอดตายในยุคดิสรัปชัน… ไม่ใช่องค์กรที่มีเงินหนาที่สุด แต่คือองค์กรที่มี ‘ระบบคัดกรองและสร้างนักขายรุ่นใหม่’ ที่คมกริบพอจะออกไปแย่งชิงตลาด ก่อนที่ไดโนเสาร์ในบริษัทจะสูญพันธุ์ไปเอง”

👑 Sales Mastery B2B Enterprise (รุ่นที่ 104) หลักสูตรปลุกปั้น Strategic Deal-Maker ตัวจริง เปลี่ยนคุณจากคนขายของให้เป็นพาร์ทเนอร์ธุรกิจระดับองค์กร พร้อมฝึกทักษะ Advanced Pricing Defense และกลยุทธ์ตั้งราคาจับเสือมือเปล่า ลุยสนามจริง ปิดดีลหลักล้านด้วยกลยุทธ์ระดับผู้บริหาร

📅 19 – 20 กันยายน 2569 |

📍 Novotel Bangkok Sukhumvit 20

🔥 สิทธิ์พิเศษ Early Bird: เหลือเพียง 15,900.- (จำนวนจำกัด)

👉 คลิกสำรองที่นั่งด่วน ก่อนเต็มจำนวน: [https://m.me/sales100million] หรือ LINE: @sales100million

Leave your vote

Comments

0 comments

Similar Posts