5 ข้ออ้างเวลายอดขายไม่ดีที่ทำให้คุณดูไม่เป็นมืออาชีพ

อาชีพนักขายเปรียบได้กับสีสองสี นั่นก็คือ “ขาวและดำ” พูดง่ายๆ ก็คือมียอด (ถึงเป้า) กับไม่มียอด ซึ่งในหลายองค์กรนั้น การไม่มียอดไปซักพักหรือติดต่อกันระดับนึงนั้นถึงขั้น “ตกงาน” ได้เลย ที่สำคัญคืองานขายก็เปรียบได้กับการทำธุรกิจคือมีขึ้นก็ต้องมีลง คุณจึงมีหลายเหตุผลที่ไปบอกเจ้านายหรือบอกตัวเองได้ แต่ก็มีบางเหตุผลครับที่คุณไม่ควรใช้เป็นข้ออ้างและไม่ควรใช้บ่อยเป็นอันขาด เพราะมันเป็นข้ออ้างที่ไม่ได้ทำให้คุณดูดีแถมยังทำให้ Mindset ของคุณไม่โตอีกด้วย เจ้านายฟังแล้วคงไม่ชอบใจ ดังนี้

1. เศรษฐกิจไม่ดี การเมืองมันแย่ ค้าขายลำบาก บลาๆ

เป็นเรื่องง่ายที่คุณจะโทษปัจจัยที่ “ควบคุมไม่ได้” ซึ่งคิดอะไรไม่ออกก็หนีไม่พ้นเศรษฐกิจมันแย่ รัฐบาลมันห่วย สภาพตลาดเปลี่ยน ฯลฯ เอาเป็นว่ามันไม่ต่างกับการโทษฟ้าโทษดินโดยไม่ทำอะไรเท่าใดนัก คุณก็เลยบอกว่าช่วงนี้ขายไม่ค่อยดีครับนาย อะไรทำนองนั้น จำไว้ว่าตราบใดที่มีเจ้าตลาดหรือ “คู่แข่ง” ที่ทำยอดขายได้ดีและมีผลกำไรโตขึ้น คุณจะใช้ข้ออ้างนี้ไม่ได้เป็นอันขาดเพราะมีคนที่รวยในสถานการณ์ที่คุณอ้าง

2. สินค้าและบริการมีข้อจำกัดต่างๆ นานา

ไม่ว่าจะเป็นจุดอ่อนต่างๆ หรือคุณสมบัติที่ไม่ตอบโจทย์เมื่อเทียบกับคู่แข่ง เลยอ้างว่าลูกค้าซื้อเจ้าอื่นเพราะสินค้าดีกว่า คุณภาพสูงกว่า หรือราคาถูกกว่า จำไว้ว่ามันหมายถึงความสามารถในการหาลูกค้าและเปลี่ยนการรับรู้ของพวกเขาได้ไม่ดี ของห่วยก็มีตลาดถ้าขายลูกค้าและทำให้พวกเขาเข้าใจว่าเสียแล้วก็เปลี่ยนใหม่กับประหยัด หรือการขายของดีก็ต้องทำให้ลูกค้าเข้าใจว่ามีคุณค่า ทนทาน มีคุณสมบัติที่สูงกว่า ดังนั้นจะขายถูกไม่ได้เป็นอันขาด ถ้าขายของดีแล้วขายไม่ได้ก็แสดงว่าคุณห่วยเรื่องการอธิบายครับ

3. ลีดลูกค้าใหม่ที่ไร้คุณภาพ

ลีดลูกค้าคือหนึ่งในข้ออ้างยอดฮิตโดยเฉพาะธุรกิจหรือระบบการขายที่นักขาย “งอมืองอตีน” หรือคุณไม่เก่งในการหาลูกค้าใหม่เท่าใดนัก จึงอ้างได้ว่าเป็นเพราะองค์กรหาลีดเจ๋งๆ ให้คุณไม่ได้ โดยเฉพาะการโทษฝ่ายการตลาดว่าโฆษณาห่วย ออนไลน์ก็ห่วย จัดอีเวนต์ก็ไม่เวิร์ก อะไรทำนองนี้ เลยเป็นเหตุผลที่ขายของไม่ได้ทั้งๆ ที่การหาลีดสามารถหาได้ด้วยตนเองเช่นกันถ้ามีความพยายาม

4. การแข่งขันสูง คู่แข่งเจ๋งกว่า

นี่ก็เป็นข้ออ้างสุดคลาสสิคด้วยการบอกว่าคู่แข่งเจ๋งกว่า สินค้าดีกว่า ราคาถูกกว่า กลยุทธเจ๋งกว่า ชื่อเสียงดังกว่า แม้กระทั่งบอกว่าคู่แข่งมีเส้นกับลูกค้าระดับบนก็เลยทำให้คุณแพ้งาน แต่เรื่องนี้ก็พูดยากเพราะคู่แข่งที่ความสามารถถึงจริงหรือเข้าถึงลูกค้าระดับมีอำนาจได้มากกว่าก็สร้างความได้เปรียบในการแข่งขันได้อย่างมหาศาล

5. ขาดการสนับสนุนจากทีมงาน

ส่วนใหญ่มักเป็นข้ออ้างกับงานโครงการขนาดใหญ่ที่นักขายต้องพึ่งพาเพื่อนร่วมทีมให้ช่วยกันปิดโปรเจคได้ นักขายจึงมองว่าอุตส่าห์หาโอกาสมาได้แล้วแต่ทีมงานไม่สามารถคิดโซลูชั่นให้ชนะงานได้ หรือที่เสียลูกค้าไปให้คู่แข่งเพราะทีมซัพพอร์ททำงานได้ไม่ดี ผมเชื่อว่าชาว B2B โครงการขนาดใหญ่ต้องเคยอ้างเรื่องนี้แน่นอน การใช้เหตุผลนี้บ่อยๆ ไม่ใช่เรื่องดีนักเพราะมั่นบั่นทอนกำลังใจและก่อให้เกิด Toxic Relationship ระหว่างเพื่อนร่วมงานมากๆ ครับ

Leave your vote

Comments

0 comments

Similar Posts