วิธีการจะดูว่านักขายคนไหนคือ “ของจริง” ที่จะมาสร้างอาณาจักรให้เราได้ตอนสัมภาษณ์งาน
การคัดเลือกนักขายระดับ Enterprise หรือนักล่าเกรดพรีเมี่ยม คุณไม่สามารถดูแค่ “ความขยัน” หรือ “ทักษะการพูดเก่ง” ได้ครับ เพราะคนเหล่านั้นมักจะเป็นแค่ “คนขยันที่ไร้กึ๋น” ในมุมมองการบริหารทีมขายของ V.I.C.T.O.R Methodology สำหรับการที่จะดูว่านักขายคนไหนคือ “ของจริง” ที่จะมาสร้างอาณาจักรให้เราได้ ผมมีเคล็ดลับและแนวคิดง่ายๆ ที่จะทำให้คุณได้คนที่ใช่และไม่เสียเวลาหรือขาดทุนกับนักขายกากๆ ครับ
1. โหงวเฮ้งต้องพอได้
โหงวเฮ้งที่ผมว่านั้น ไม่ได้หมายความว่าต้องหน้าตาดีตามแบบฉบับตำราจีนแบบนั้นนะครับ (ไม่งั้นเซลล์ที่หน้าตาไม่ดีคงกากและไม่รวยกันหมดแล้ว) ในทางคชลักษณ์ที่ดีก็คือ “หน้าตาที่เป็นมิตร” “ยิ้มง่าย” พูดจาดูน่าเชื่อถือและเข้าถึงง่าย เป็นกันเองครับ ถ้าเอาแบบคิดอะไรไม่ออกหรือเสียเวลาสุดๆ ผมจะไม่คัดเด็กที่เป็นแบบ Super Introvert เป็นอันขาด เช่น พูดน้อยเกินไปหรือความสามารถในการสร้างความเป็นมิตรต่ำ ไม่ใช่เพราะพวกเขาไม่เก่งหรือสอนไม่ได้ แต่มันจะใช้เวลานานที่จะลงทุนเรื่องการสอนกับพวกเขาเพราะธุรกิจมันรอไม่ได้ครับ
2. ตรวจเช็คเรื่อง “Predator Soul” กับพวกเขาขั้นสูงสุด
เรื่องนี้เป็นหนึ่งในเรื่องสำคัญที่คุณจะปล่อยผ่านไม่ได้เป็นอันขาด จงจำไว้สั้นๆ ว่า “ความเป็นสุดยอดนักล่า” จะต้องมาจาก “ความหิวกระหายความสำเร็จ” ความมั่งคั่ง ความร่ำรวย พูดตรงๆ คือภาษาชาวบ้านก็คือ “อยากรวย” นั่นแหละครับ จะดีแบบสุดๆ ถ้าคุณถามที่มาที่ไปของผู้สมัครเกี่ยวกับภาระของชีวิต แรงกดดัน โชคชะตาที่บัดสบ และจะดีแบบสุดๆ ถ้าคุณถามพวกเขาไปตรงๆ ว่าแค้นกับโชคชะตาชีวิตไหม เพราะพลังแห่งความแค้นความจน จะเป็นขุมพลังขั้นสูงสุดที่จะทำให้พวกเขาเป็นนักขายนักล่าซึ่งเป็นที่ต้องการตัวของทุกองค์กรครับ
3. ลองวัดกึ๋นเรื่องการล่าลูกค้าด้วยมือเปล่า
จงมอบบททดสอบด้วยการลองให้โจทย์พวกเขาว่า “ถ้าต้องเข้าหา CEO บริษัท A ภายในพรุ่งนี้ คุณจะเตรียมตัวอย่างไร” สำหรับคนที่เป็นของจริง พวกเขาต้องโชว์ให้เห็นว่าเขาสามารถสแกน Digital Footprint ของลูกค้าได้ทะลุปรุโปร่ง รู้ว่าลูกค้าชอบอะไร จบที่ไหน มี Pain Point อะไร ไม่ว่าจะเป็นทางเฟซบุ้คหรือลิงก์อิน นักขายที่ตรงสเปคจะต้องรู้จักใช้ Data และ AI เข้ามาเป็น Admin Slave เพื่อสร้างแผนการเข้าไปเจอลูกค้าขั้นสูงสุด ไม่ใช่การออกไปรบด้วยมือเปล่าครับ
4. ทดสอบพวกเขาด้วยการวัดชั้นเชิงการเจรจาต่อรอง
จงอย่าดูที่ผลงานย้อนหลังของพวกเขาอย่างเดียว ตัวเลขยอดขายเก่าๆ ที่นักขายเอามาโม้ อาจมาจาก “บุญเก่า” หรือ “ชื่อเสียงของบริษัทเดิม” จงลอง “บลัฟ” ในห้องสัมภาษณ์เกี่ยวกับผลประโยชน์ ลองกดดันเรื่องเงินเดือนหรือตั้งเงื่อนไขที่ทำให้พวกเขาเสียเปรียบ เพื่อดูว่าพวกเขามี Negotiation Mastery ในการรักษาผลประโยชน์ของตัวเองหรือไม่ ถ้าพวกเขารักษาผลประโยชน์ของตัวเองไม่ได้ พวกเขาก็รักษา Margin ให้กับบริษัทคุณไม่ได้ครับ พวกเขาจะกลายเป็นพวก “สายลดราคา” เพื่อปิดยอดไปวันๆ
5. สแกนแต้มบุญและเครือข่ายในมือพวกเขา
จงเช็กว่าเขามีคอนเนกชันในระดับที่ “คุยภาษาเดียวกัน” กับกลุ่มเป้าหมายเราไหม ยิ่งมียศ มีตำแหน่ง มีผลงานกับลูกค้าที่ตรงสเปคกับเราจริงๆ ก็จะยอดเยี่ยมมากๆ ครับ นอกจากนี้ยังควรไปส่องเฟซบุ้คหรือลิ้งก์อินของผู้สมัครด้วยว่าวันๆ โพสต์แต่เรื่องไร้สาระหรือมีแต่อะไรที่เป็นการเป็นงาน ยิ่งเห็นเฟซบุ้คก็จะรู้เลยครับว่าผู้สมัครเป็นคนยังไง นิสัยเป็นอย่างไร
“จงคัดคนที่ ‘มีวินัยในเลือด’ และ ‘มีกึ๋นในดาต้า’ เพราะทักษะการพูดมันสอนกันได้… แต่วินัยและความเหี้ยมเกรียมในการปิดดีล มันเป็นเรื่องของ DNA ครับ!”
ถ้าไม่อยากหลงทางในการปั้นทีม มาเอาสูตรคัดคนและติดอาวุธให้ทีมขายในคลาสนี้ครับ:
🔥 [Sales Mastery AI B2B Enterprise]
🔥 สอนวิธีคัดคน ปั้นจอมทัพ และรุกฆาตดีลองค์กรด้วย V.I.C.T.O.R Methodology
- ✅ V.I.C.T.O.R Methodology: สแกนกรรมผู้สมัครและลูกค้าให้ขาดกระจุย
- ✅ Reading Mind via Data: ติดอาวุธการใช้ Data ให้ทีมขาย
- ✅ Ultra Personal Branding: ปั้นทีมให้มีบารมีระดับ CEO
📅 วันที่: 23 – 24 พฤษภาคม 2569 🕙 เวลา: 10.00 – 17.00 น.
📍 สถานที่: Novotel Bangkok Sukhumvit 20
👉 จองที่นั่งก่อนจะได้ ‘ลูกน้อง’ มาเป็นภาระ: [https://m.me/sales100million]
Comments
0 comments
