in

2022 พร้อมที่จะลุยการขายกันรึยัง

นี่คือ “จุดสตาร์ท” สำหรับปีเสือทอง 2022 ที่การขายของคุณจะต้องดีขึ้นอย่างแน่นอน หลังจากที่ผ่านความยากลำบากกันตั้งแต่ช่วง 2020-2021 ที่เรียกได้ว่าแทบจะไม่มีข่าวดีอะไรเลยในวงการขายของพวกเรา ไล่ตั้งแต่การเจอหน้าลูกค้าที่แทบจะเป็นไปไม่ได้เลย ขายของผ่านวีดีโอคอลที่จะทำเดโม่หรือนำเสนออะไรก็ไม่สะดวก ยิ่งไปกว่านั้นก็คือ “งบประมาณ” ของลูกค้าโดยเฉพาะวงการที่ได้รับผลกระทบไปแบบเต็มๆ ก็แทบไม่ต้องสืบเลยว่าพวกเขาจะไม่ซื้อคุณอย่างแน่นอน

สงครามระหว่างโควิดกับพวกเรานั้นใกล้จะถึงจุดที่เรียกได้ว่า “อยู่ร่วมไปพร้อมกับมัน” แล้วล่ะครับ สถานการณ์ในขณะนี้มีการฟื้นตัวของหลายๆ วงการ ที่สำคัญคือพวกเราสามารถทำงานได้อย่างยืดหยุ่น ปรับตัวไปพร้อมกับการขายในแนวทางใหม่ และนี่คือ New 2022 Resolution ด้านการขายจากผม รับรองว่ายอดขายของคุณกลับมา Break New-High รอบใหม่ได้แน่นอนครับ

1. ลุยทำนัดให้ได้วันละ 4-5 นัดต่อวัน

เริ่มกันเลยตั้งแต่วันแรกของการทำงาน (4 มกราคม 2565) ซึ่งอันที่จริงคุณสามารถกระหน่ำทำนัดได้มากกว่านั้นอีก เหตุผลก็เพราะคุณสามารถทำนัดออนไลน์กับลูกค้าได้แบบไม่เคอะเขิน สำหรับการเจอหน้าทำนัดให้ทำเฉพาะช่วงเวลาสำคัญๆ ที่ต้องเจอบุคคลระดับผู้บริหารและต้องปิดการขายแบบต่อหน้า หรือต้องไปทำการเดโม่สินค้าให้ดูก็พอครับ ซึ่งอันที่จริงต่อให้ระดับ C-Level ก็สามารถทำนัดออนไลน์ได้อยู่ดี ในเมื่อไม่มีขีดจำกัดด้านการเดินทางแล้ว ปูพรมกระหน่ำให้ได้วันละ 5-6 นัดไปได้เลยครับ

2. ใช้เครื่องมือด้านโซเชี่ยลมีเดียในการหาลูกค้าแบบออนไลน์อย่างคล่องแคล่ว

โดยเฉพาะ LinkedIn ซึ่งผมพูดไปหลายครั้งแล้วว่าคุณจะต้องเล่นเป็น สมัครเป็นสมาชิกและมีโปรไฟล์ในนั้นแบบน่าเชื่อถือ คงไม่ต้องให้พูดซ้ำแล้วนะครับว่าถ้ายังไม่ทำคุณก็เป็นได้แค่นักขายที่ล้าสมัยและไม่มีทางแซงเด็กรุ่นใหม่ได้ ข่าวดีที่ผมจะบอกก็คือช่วงโควิดที่ผ่านมา คนเล่น LinkedIn มากขึ้นเป็นเท่าตัวเลย เหตุผลก็เพราะช่วงนั้นจะต้องมีคนเปลี่ยนงาน ลาออก โดนเลย์ออฟ ฯลฯ จึงจำเป็นต้องหางานผ่าน LinkedIn และที่สำคัญคือบุคคลระดับ C-Level แทบทุกวงการมีข้อมูลหมด ขอเป็นเพื่อนแล้วหาเบอร์โทรหรือทักเป็นข้อความเพื่อแนะนำตัวแล้วขอทำนัดไปตรงๆ ได้เลยครับ

3. เข้าพบลูกค้าเก่าหรือลูกค้าเกรดเอเพื่อขอสวัสดีปีใหม่ (และขายเพิ่ม)

ผมเฉยมากๆ กับการขอนัดลูกค้าเพื่อหิ้วกระเช้าไปฝาก เพราะหลายๆ ที่ไม่ค่อยรับแล้วล่ะครับ อีกอย่างมันไม่ได้ดีไปกว่าการทำงานแบบมืออาชีพเท่าไหร่ เอาจริงๆ คุณขอทำนัดโดยบอกว่าจะเข้าไปสวัสดีปีใหม่พร้อมกับไปตรวจสอบสินค้าที่ขายเสร็จไปแล้ว หรือขอเข้าไปเช็คระบบงานว่าใช้ได้ดีหรือไม่ หรือแม้แต่มีข่าวดีล่าสุดเกี่ยวกับสินค้าและบริการใหม่ๆ ของปีนี้ไปตรงๆ รับรองว่าไม่เสียเที่ยวแถมยังนัดง่ายอีกด้วย ที่สำคัญคือมีโอกาสขายเพิ่มมากขึ้นแน่นอน ที่สำคัญคือกิจกรรมทำนัดของคุณจะเพิ่มขึ้นด้วย

4. อัพเดทข้อมูลใน CRM หรือ Sales Report ให้เรียบร้อย

ถ้าคุณรู้สึกว่าว่างเกินไปสำหรับสัปดาห์แรกของการทำงาน จงเอาเวลาทั้งวันมาอัพเดทรายงานการขายหรือ CRM ดีกว่าครับ เชื่อหรือไม่ว่าเพียงแค่อัพเดทให้เป็นแบบล่าสุดก็ทำให้คุณหายอดขายเพิ่มขึ้นแบบง่ายๆ ได้แล้ว เหตุผลก็เพราะคุณจะระลึกในหัวขึ้นมาทันทีเลยว่าปีที่แล้วมีดีลไหนที่ต้องรีบติดตามงาน วางแผนการขาย หรือเข้าไปปิดการขายให้รวดเร็วบ้าง แม้กระทั่งการวางแผนขายเพิ่มสำหรับลูกค้าเก่าก็จะหาข้อมูลได้จากนี้นี่แหละครับ เช่น ยอดขายที่ผ่านมา สินค้าที่ลูกค้าชอบซื้อ ไอเดียขายเพิ่ม ฯลฯ

5. ตั้งเป้าหมายที่ต้องการ (ด้านเงิน) ตั้งแต่วันนี้เลย

ไม่ตั้งวันนี้แล้วจะไปตั้งวันไหนครับ หรือว่าจะเป็นแค่นักขายกระจอกๆ รักษายอดให้ได้ค่าคอมฯ ที่ไม่มีทางทะลุเป้าไปวันๆ แบบปีที่แล้วอีกเหรอ จงตั้งเป้าไปพร้อมกับผมเลยว่า “ปีนี้กูจะเอาค่าคอมฯ สองเท่า” พร้อมกับโอกาสในการเลื่อนตำแหน่งหรือย้ายบริษัทที่ยิ่งใหญ่กว่า เปย์ค่าเหนื่อยได้เยอะกว่า วิธีการก็มีดังนี้ครับ

– อยากได้ค่าคอมฯ สองเท่า ต้องมาจากกิจกรรมการขายที่เพิ่มขึ้นเป็น 2 เท่า เช่น นัดลูกค้าเพิ่มเป็นวันละ 4 นัด จากที่นัดวันละ 2 นัด เพื่อเพิ่มโอกาสในการส่งใบเสนอราคาเป็น 2 เท่า ทำให้ปิดการขายได้อีก 2 เท่าแบบไม่มีทางโกหก
– ทำงานให้ละเอียด รวดเร็ว มืออาชีพ และเฉียบขาดมากกว่าเดิมเป็นสองเท่าเพื่อเพิ่มโอกาสในการปิดการขาย
– อย่ามัวแต่เฝ้าลูกค้าเครื่องผลิตเงินไปวันๆ โดยเฉพาะเหล่า Account Manager ถ้าคุณมีโอกาสล่าลูกค้าใหม่เพิ่ม จงลงมือทำเดี๋ยวนี้เลยเพื่อสร้างเครื่องผลิตเงินให้มากขึ้นและลดความเสี่ยงที่ลูกค้าจะเลิกซื้อ

What do you think?

ทบทวนเหตุการณ์การขายที่ผ่านมาเพื่อส่งท้ายปี 2021

การขายวิทยา 101: แนวคิดที่ถูกต้องของการเป็นนักขาย