in

เคยถามตัวเองบ้างมั้ยว่า 'อยู่ถูกที่ถูกเวลา' กันหรือเปล่า

“คับที่อยู่ง่าย คับใจอยู่ยาก” เป็นสำนวนง่ายๆ แต่ความหมายลึกซึ้งยิ่งนัก คนที่อยู่ในโลกแห่งการทำงานคงเคยมีความรู้สึกแบบนี้กันบ้างซักครั้งนึงในชีวิต ไม่มากก็น้อย

ผมเองก็เคยมีความรู้สึกแบบนั้นครับ อุตส่าห์ได้งานบริษัทชั้นนำ เงินเดือนก็ใช้ได้ สวัสดิการดีเลิศ มีแต่คนดีกรีสูงๆ อยู่ในบริษัทฯ ดูทรงแล้วก็น่าจะอยู่ได้อย่างสบาย แต่พอทำงานไปได้ซักระยะหนึ่ง อาการคับที่อยู่ได้ คับใจอยู่ยากก็ได้เกิดขึ้นกับชีวิตผม อะไรๆ ที่มองว่ามันดีก็กลายเป็นสิ่งธรรมดา เริ่มรู้สึกเบื่อ สุดท้ายก็ลาออก

โดยเฉพาะคนที่เคยเป็น “หัวหน้า” ของผมนี่แหละที่ทำให้ผมสูญเสียความมั่นใจแทบทั้งหมด โดนเขาด่าว่า “มึงนี่มันห่วยจนวินาทีสุดท้ายเลยนะ” เจอคำนี้ก็แทบจะอยากกระทืบหัวหน้าปากหมาคนนั้นทันทีเลย (ฮา) แต่อย่างว่าแหละครับ ตอนนั้นทำอะไรไม่ได้ สูญเสียความมั่นใจ แถมยังคิดว่าเรามันก็แค่คนธรรมดาล่ะมั้ง

สุดท้ายก็เริ่มเปลี่ยนบริษัทใหม่ ปรากฎว่าผลงานบรรเจิด กลับมาเข้าฟอร์มอีกครั้ง อย่างนี้ผมเลยสรุปให้ง่ายๆ ว่าที่ผ่านมาแสดงว่า “กรูอยู่ผิดที่ผิดทางเองนี่หว่า” (555+) ถึงขั้นซื้อรถเบนซ์ได้จากเงินค่าคอมฯ เลยล่ะครับ

ถ้าคุณทำผลงานได้ไม่ดี ลองโทษตัวเองก็แล้วแต่ก็ไม่ได้ทำอะไรผิดหรือห่วยแต่อย่างใด จริงๆ แล้วมีอีกเหตุผลนึงที่ผมอยากให้คุณถามตัวเองนั่นก็คือ “คุณอยู่ผิดที่ผิดทาง หรืออยู่ถูกที่ถูกเวลาหรือเปล่า” 

1. ลองถามตัวเองว่าองค์กรที่คุณอยู่มีประสิทธิภาพเชิงธุรกิจที่ดีไหม มีวัฒนธรรมองค์กรเป็นอย่างไร

– ผู้คนภายในองค์กรส่วนใหญ่ทำงานเป็นทีม ช่วยเหลือซึ่งกันและกัน คิดบวก ทันสมัย หรือว่ามีแต่คนคิดลบ เล่นการเมือง มีมนุษย์ลุงมนุษย์ป้ากะโหลกะลาเยอะเกินไป

– องค์กรประกอบธุรกิจที่โปร่งใส เสียภาษีถูกต้อง มีธรรมาพิบาลหรือไม่

– ผู้คนภายในองค์กร โดยเฉพาะเพื่อนร่วมงานของคุณทำงานอย่างสนุกสนานหรือไม่

– แต่ละคนโชว์ฟอร์มถูกที่ถูกเวลา แบ่งสัดส่วนชัดเจน ไม่ได้แย่งกันเอาหน้าหรือไม่

– เพื่อนร่วมงานรักใคร่กลมเกลียวกันหรือว่าเกลียดกัน

– สินค้าและบริการขายยากขึ้นเรื่อยๆ ไหม

– คุณรู้สึกว่าตัวเองมีความมั่นคงในตำแหน่งงานที่ทำหรือไม่

2. หัวหน้าและผู้บริหาร

– เจ้านายคุณให้เกียรติคุณหรือไม่

– คุณชอบวิสัยทัศน์ใหม่ของผู้บริหารหรือ CEO หรือไม่

– พวกเขามีความชัดเจนเรื่องเป้าหมายของบริษัทหรือไม่

– พวกเขามีการลงทุนเพิ่มเติมเพื่อพัฒนาองค์กรหรือไม่

– ผู้บริหารหรือหัวหน้าเป็นคนที่ฉลาด ทันสมัย เก่งกาจหรือไม่

– เจ้านายคุณห่วยหรือไม่ (ฮา)

3. ค่าตอบแทน (เงิน)

– คุณได้เงินในระดับที่พอใจหรือไม่?

– คุณได้ค่าตอบแทนพอสมควร ตามหน้าที่ที่ได้รับมอบหมาย เช่น เงินเดือน ค่าคอมฯ ค่าน้ำมัน ค่าทางด่วน ค่าบำรุงรักษารถ ค่าประกันรถยนต์ ทั้งๆ ที่คุณวิ่งแหลกหรือไม่

– คุณไม่พอใจกับรายรับที่ได้หรือไม่

4. โอกาสในเรื่องความก้าวหน้า

– งานที่ทำอยู่สร้างเงิน คอนเน็กชั่น เงินเก็บเพื่อใช้พัฒนาตัวเอง ได้เจอลูกค้าที่หลากหลายหรือไม่

– คุณได้เรียนรู้จากงานที่คุณทำหรือไม่ โดยเฉพาะทักษะด้านธุรกิจเพื่อเอาไว้เปลี่ยนงานใหม่

– งานที่ทำอยู่มีบริษัทที่ใหญ่กว่า โดยเฉพาะบริษัทระดับโลกที่พร้อมจะเปย์ค่าเหนื่อยให้คุณมากกว่าหรือไม่

– มีใครที่ลาออกไปแล้วทำธุรกิจของตนเองโดยใช้ความรู้และประสบการณ์จากบริษัทเดิมหรือไม่

จากทุกคำถามที่ผมเขียนเอาไว้ ผมขอให้คุณพิจารณาอย่างถี่ถ้วนด้วยตนเอง ถามตัวเองหลายๆ รอบว่าทุกคำตอบนั้นขึ้นอยู่กับเหตุผลและความเป็นกลาง ถ้าตอบตัวเองด้วยคำว่าไม่ มากกว่าคำว่าใช่ ผมขอบอกเลยว่าคุณมีแนวโน้มแล้วล่ะครับ ถ้าคุณตัดสินใจว่าจะขอย้ายไปอยู่ในที่ที่น่าจะเป็นที่ที่ถูกทางสำหรับคุณมากกว่า นี่คือคำแนะนำครับ

1. ตัดสินใจให้หนักแน่นว่ายังไงกูก็ขอลาออกแน่ๆ แบบไม่มีข้อแม้

2. มีทัศนคติที่ดีว่างานใหม่จะต้องเป็นงานที่ใช่สำหรับคุณแน่ๆ

3. รักษาคอนเน็กชั่นกับเพื่อนร่วมงานหรือพาร์ทเนอร์เอาไว้เผื่อพวกเขาชวนคุณไปอยู่ด้วย

4. เริ่มหางานใหม่ทันที

5. ซ้อมการสัมภาษณ์ให้เหมือนกับขายตัวเองว่ามีประโยชน์อะไรที่จะช่วยบริษัทพวกเขาได้

6. อย่ามัวแต่หวังว่าพวก Head Hunter จะช่วยให้คุณได้งานใหม่ทันที

7. เวลาได้สัมภาษณ์งาน อย่าคิดว่าคุณไปสัมภาษณ์ แต่จงคิดว่าคุณกำลังไปขายตัวเอง

ขอให้โชคดีกับงานใหม่นะครับ แต่จงอย่าลืมพัฒนาตัวเองอยู่เสมอเพื่อให้คุณกลายเป็นคนทำงานที่เก่งขึ้นด้วยนะครับ ไม่งั้นย้ายที่ไปเรื่อยๆ ก็ไม่มีประโยชน์อะไรอยู่ดี ห่วยแตกเหมือนเดิม 555

What do you think?

สาเหตุที่ทำให้คุณบริหารทีมขายได้อย่างไร้ประสิทธิภาพ

วิธีการตั้งราคาสำหรับลูกค้าองค์กร (B2B) เพื่อชัยชนะ