วิธีสร้างโอกาสเพื่อเป็นนักพูดต่อหน้าสาธารณชน

 

การพูด (Speech) ถือว่าเป็นสุดยอดทักษะของคนที่จะเป็นผู้นำ (Leader) ไม่ว่าคุณจะทำงานแขนงไหนก็ตาม ผู้นำที่ดีนอกจากจะต้องทำงานเก่งแล้ว พวกเขายังจะต้องมี "สกิลปาก" ที่ยอดเยี่ยม และต้องมีวาทศิลป์ที่ดีด้วย

 

เพราะการใช้คำพูดคือการสื่อสารของผู้นำที่สามารถทำให้ "ผู้ตาม" (Follower) เชื่อมั่น เห็นด้วย และส่งผลต่อการลงมือทำ (Action) ตามจุดประสงค์ของผู้พูด ตัวอย่างเช่น โค้ชฟุตบอลที่มีวาทศิลป์ที่ยอดเยี่ยม สามารถปลุกใจลูกทีมช่วงพักครึ่งที่ผลการแข่งขันไม่เป็นใจ ให้กลับมาพลิกชนะในครึ่งหลังได้ในที่สุด เป็นต้น 

 

ผู้นำองค์กร ผู้นำชุมชน ไปจนถึงผู้นำประเทศก็เช่นกัน การไม่ระวังเรื่องการใช้คำพูดหรือบางทีเรียกว่า "พูดไม่คิด" อาจส่งผลเลวร้ายตั้งแต่สูญเสียความเชื่อมั่นจากผู้ตาม เกิดความขัดแย้ง ไปจนถึงการโดนขับไล่ออกจากตำแหน่งเลยก็ว่าได้ 

 

ดังนั้นการคว้าโอกาสและสร้างโอกาสด้วยตนเองกับมือในการเป็นผู้พูดต่อหน้าชุมชน ผมถือว่าเป็นก้าวแรกของการที่คุณจะเป็นผู้นำที่ยอดเยี่ยมได้ ถ้าคุณผ่านขั้นตอนนี้ไม่ได้หรือพูดไม่เก่งและไม่เปิดโอกาสให้ตัวเอง ผมขอบอกเลยว่าคุณไม่มีทางเป็นผู้นำคนอื่นได้แน่นอน และนี่คือวิธีการที่ยอดเยี่ยมจากผมครับ ซึ่งผมเองได้ไขว่คว้าโอกาสจนได้ขึ้นพูดบนเวทีระดับชาติมาหลายครั้งแล้ว ผมจะถ่ายทอดให้คุณฟังแบบไม่กั๊กที่นี่เลยครับ

1. ประเมินตัวเองก่อนว่ามีทักษะและคุณสมบัติด้านไหนที่โดดเด่นเป็นพิเศษ

 

การเป็นนักพูดต่อหน้าสาธารณะชนไม่จำเป็นต้องเก่งแต่เรื่องธุรกิจหรือเป็นบุคคลที่ประสบความสำเร็จด้านธุรกิจอย่างเดียวเท่านั้น ไม่ต้องกลัวว่าคุณยังไม่ได้เป็นเศรษฐีแล้วจะเป็นนักพูดไม่ได้ ข่าวดีก็คือยุคนี้เปิดกว้างสำหรับบุคคลที่มีความสามารถในด้านต่างๆ เช่น คุณเป็นวิศวกรไอทีที่มีความเชี่ยวชาญ คุณจึงอาสาเป็นนักพูดเกี่ยวกับเรื่องนวัตกรรมด้านไอที คุณเชี่ยวชาญเรื่องศาสนาและประวัติศาสตร์ คุณจึงอาสาเป็นนักพูดเผยแพร่หลักธรรมคำสอนและประวัติศาสตร์ชาติไทย เป็นต้น ผมเองก็เป็นคนที่เชี่ยวชาญแต่เรื่องการขายและการตลาด ผมจึงประเมินตัวเองว่าน่าจะถ่ายทอดประสบการณ์ด้านการขายแบบองค์กรได้ดี นี่คือสิ่งที่คุณควรเอามาเป็นตัวตั้งในการพูด

 

2. ฝึกซ้อมทักษะการพูดต่อหน้าคนใกล้ตัวก่อน

 

เป็นวิธีง่ายๆ ที่ไม่เสียเงินซักบาทแถมยังได้รับความเห็นหลังจากฟังคุณอย่างตรงไปตรงมาอีกด้วย จงเตรียมเรื่องที่จะพูดตามความเชี่ยวชาญของคุณและทำออกมาเป็นรูปแบบสไลด์เพื่อให้สามารถจัดลำดับและจดจำเรื่องที่จะพูด แต่อย่าพึ่งพาหรือเอาแต่พูดตามสไลด์มากเกินไป เมื่อทุกอย่างพร้อมแล้ว ลองให้เพื่อนหรือคนใกล้ตัวที่คุณไว้ใจได้และมีทักษะการฟังที่ดี เช่น เพื่อนร่วมงาน เพื่อนร่วมรุ่น เพื่อนสนิท ฯลฯ ลองฟังและออกความเห็นอย่างจริงใจให้คุณในเรื่องสิ่งที่ดีและสิ่งที่ต้องปรับปรุง เป็นต้น นอกจากนี้คุณยังต้องให้ "ตัวเอง" เป็นผู้ประเมินด้วยจากการลองอัดวีดีโอและเปิดดูเวลาตัวเองพูด สังเกตเรื่องสีหน้า แววตา และน้ำเสียงกับท่าทางเพื่อปรับให้ดีขึ้นเสมอ

 

3. ขอโอกาสจากหัวหน้าหรือเจ้าของบริษัท

 

ถ้าคุณเป็นพนักงานบริษัทระดับผู้จัดการขึ้นไปและไม่เคยมีประสบการณ์ในการพูดงานต่างๆ นี่คือโอกาสสำหรับคุณ โดยเฉพาะคนที่ทำงานบริษัทที่มักจะจัดงานทั้งในและนอกบริษัทอยู่บ่อยๆ คุณย่อมเห็นว่ารุ่นพี่หรือเจ้าของบริษัทจะได้เป็นผู้พูดต่อหน้าลูกค้าหรือผู้รับเชิญ จงเฝ้ารอคอยโอกาสนี้และดูประกาสของงานถัดไปว่ามีสิ่งไหนที่คุณเชี่ยวชาญและพร้อมที่จะเป็นตัวแทนของบริษัท จงเดินเข้าไปขอหัวหน้างานหรือเจ้าของบริษัทตรงๆ และนำเสนอให้พวกเขาเห็นว่าคุณมีคุณสมบัติที่เหมาะสมพร้อมกับเตรียมเรื่องที่จะพูดหรือขอพูดให้ดูต่อหน้าเอาไว้ด้วย รับรองว่าผู้ใหญ่จะเห็นถึงความตั้งใจและมอบโอกาสนั้นให้คุณ หรือถ้ายังไม่ให้ก็จะบอกเหตุผลว่าคุณควรเพิ่มอะไรเพื่อให้เหมาะสมกับการเป็นตัวแทนของบริษัท

 

4. สร้างตัวตนบนโลกออนไลน์

 

ในเมื่อยุคนี้มีช่องทางในโลกออนไลน์ให้คุณบอกชาวโลกได้แบบฟรีๆ จนนำมันมาใช้ให้เป็นประโยชน์ด้วยการทำ Content Marketing ที่คนดูหรือคนอ่านได้คุณค่าและมาจากสิ่งที่คุณเชี่ยวชาญจริงๆ จงถ่ายทอดมันไม่ว่าจะเป็นรูปแบบบทความ (เหมือนเซลล์ร้อยล้าน) หรืองานวีดีโอบนยูทูป จากนั้นก็สร้างผู้ติดตามด้วยการชวนคนมาดูหรือใช้เงินในการโฆษณาเพิ่มเติม ถ้าเนื้อหาของคุณดีจริง คุณจะได้รับ "Earned Media" ซึ่งก็คือการแชร์หรือบอกต่อแบบฟรีๆ จากนั้นจงลงมือทำแบบมีวินัยและสม่ำเสมอ เชื่อผมเถอะว่าเดี๋ยวก็มีคนเห็นคุณค่าและเชิญคุณไปพูดต่อหน้าสาธารณะชนแบบผมนั่นแหละครับ 

 

5. หาโอกาสเข้าสังคมใหม่ๆ ที่เกี่ยวข้องกับกิจกรรมการพูดต่อหน้าสาธารณะชน

 

การหาสังคมใหม่ๆ ถือว่าเป็นการเปิดโอกาสให้ตัวเอง ไม่ว่าจะต้องใช้เงินหรือไม่ใช้เงินก็ตาม ตัวอย่างการซื้อสังคมที่ต้องใช้เงิน เช่น การเรียนต่อปริญญาโท การเข้าสัมมนาเชิงธุรกิจ การจัดงานสัมมนาของตัวเอง เป็นต้น หรือกิจกรรมที่ไม่ต้องใช้เงิน เช่น งานบุญ งานอาสา งานช่วยเหลือสังคม ฯลฯ ถือว่าเป็นสิ่งที่ทำไปเพื่อสร้างความน่าเชื่อถือและหาโอกาสในการพูดให้กับตนเอง การสะสมคอนเนคชั่นเอาไว้มากๆ จะช่วยให้คุณกลายเป็นที่รู้จักและมีตัวตน จากนั้นจะมีคนมอบโอกาสหรือคุณเป็นผู้เสนอตัวเพื่อพูดต่อหน้าชุมชนครับ

นี่คือวิธีการเปิดโอกาสเพื่อเพิ่มทักษะความเป็นผู้นำจากการพูดต่อหน้าสาธารณชนจากผมครับ

Share on Facebook
Share on Twitter
Share on Linkedin
Please reload

Follow on Facebook

latest Post

Please reload

Popular Post

Please reload

Sales Director 21st banner.jpg

Pornpat Wattananiyomkajohn (Pan)

นักธุรกิจและผู้บริหารระดับสูง Gen-Y ของบริษัทสตาร์ทอัพข้ามชาติมูลค่ามากกว่า 5,000 ล้านบาท ผู้คลั่งไคล้และมีแพชชั่นเกี่ยวกับการขายแบบองค์กร (B2B) เป็นเจ้าของเพจ "กูนี่แหละเซลล์ร้อยล้าน" ที่มีผู้ติดตามบนเฟซบุ้คมากกว่า 56,000 คน และได้รับเชิญให้เป็นที่ปรึกษากับวิทยากรด้านการขายแบบองค์กรให้กับบริษัทระดับประเทศมากกว่า 100 บริษัท

  • Facebook Social Icon
  • LinkedIn ไอคอนสังคม

CONTACT US

  • Facebook Social Icon

FACEBOOK

LINE

  • LinkedIn Social Icon

LINKEDIN

©Copyright reserved 2017 - Silverlake consulting co., ltd