Micromanagement มะเร็งร้ายในสังคมคนทำงาน

 

คุณเคยประสบเหตุการณ์แบบนี้มั้ยครับ เจอหัวหน้า เจ้านาย เพื่อนร่วมงาน พ่อแม่พี่น้องที่จู้จี้ขี้บ่นทำอะไรก็ไม่ถูกใจสักอย่างจนอยากจะตะโกนใส่หน้าแบบน่ารัก ๆ ว่า “มึงมาทำเองมั้ย” (ฮา) ซึ่งบางครั้งคนนั้นก็จะตอบกลับมาว่า “ถ้ามีเวลาทำเองได้หมดกูก็ทำไปละ” มั้ยครับ? น่าจะเคยเจอกันมาบ้างไม่มากก็น้อยใช่มั้ย

 

ตัวผมเองเคยเจอสมัยทำงานเป็นนักขายยุคแรกๆ กับองค์กรมหาชนที่มี 'รุ่นใหญ่' อยู่เต็มไปหมด ผมเคยโดนเจ้านายจอมเฮี้ยบที่คอยสอดส่องการทำงานของผมอยู่ตลอดเวลา ไล่ตั้งแต่การออกไปพบลูกค้าที่ต้องรายงานตัวตลอด การเบิกเงินค่าน้ำมันที่ต้องจดเลขไมล์ทุกครั้งเพื่อไม่ให้โมเมได้ หรือแม้แต่เรื่องที่เสียเวลาอย่างการเรียกตัวให้เข้าออฟฟิศหลังจากพบลูกค้าเสร็จในช่วงบ่ายทุกวัน เพื่อกลับมานั่งทำงานทั้งๆ ที่ใกล้จะเลิกงานแล้ว สิ่งเหล่านี้ทำให้ผมรู้สึก 'อึดอัด' และก็ไม่เข้าใจว่าจะมีประโยชน์อะไร แถมยังทำให้ผมเสียเวลาในการทำงานอีกต่างหาก

 

แน่นอนว่าจะตั้งคำถามกับเจ้านายก็ไม่ได้ ขืนถามอะไรแบบนั้นไปก็ย่อมโดนเจ้านาย 'สวนกลับ' เผลอๆ จะหมดอนาคตก็เป็นได้ ทำเป็นเล่นไป ผมจึงได้เรียนรู้และศึกษาว่าการเข้าไปแทรกแซงการทำงานและมีกฎยิบย่อยมากจนเกินไปอาจจะทำให้ลูกน้องทำงานได้แย่ลง ขวัญและกำลังใจตกต่ำ เลวร้ายที่สุดก็ถึงขั้น 'ลาออก' และตราหน้าคุณว่าเป็น 'เจ้านายที่ห่วย' แบบไม่เผาผีเลยก็เป็นได้ (ฮา)

 

ผมจึงขอแชร์ความรู้เรื่อง 'Micromanagement' ที่เป็นสาเหตุของการทำงานภายในทีมที่แย่ลง และคนระดับเจ้านาย ผู้จัดการ ผู้บริหาร เจ้าของ ฯลฯ มักไม่รู้ตัวว่าทำสิ่งนี้ไปจึงเกิดผลเสียกับทีมงาน มาอ่านกันเลยครับ

Micromanagement คืออะไรเอ่ย? 

คือการที่คนที่มีบทบาทในการบริหาร หรือ ผู้จัดการ เข้ามามีบทบาทในการควบคุมแทรกแซงการทำงานของทีมหน้างานมากจนเกินไป เช่น การควบคุมขั้นตอนงานต่างๆ ในแบบที่ละเอียดยิบย่อยมากๆ (ระดับ Micro-Level Operation) เช่น ทุกครั้งที่คุณวางแผนออกไปหาลูกค้าก็ต้องเช็คหรือให้คุณรายงานตัวเสมอว่าไปจริงไหม ต้องเข้าออฟฟิศหลังจากพบลูกค้าเสร็จทุกครั้ง หรือต้องทำรายงานการเดินทางออกไปพบลูกค้าแบบละเอียดยิบระดับระยะทางกี่กิโล เพื่อคำนวนค่าน้ำมัน ฯลฯ จนทำให้เกิดความอึดอัด ขาดอิสระภาพในการบริหารจัดการงานของทีม

 

ผลลัพธ์ก็คือ เกิดการดื้อเงียบ (Quiet Rebellious) การขาดอิสระในเชิงความคิดสร้างสรรค์ (Lack of Creativity) ภายในทีมงาน และที่สำคัญก็คือการขาดความสามารถในการตัดสินใจด้วยตัวเอง (Inability to make independent decision) ซึ่งแน่นอนว่าสิ่งต่างๆ เหล่านี้จะมีผลในเชิงลบต่อประสิทธิภาพการทำงานและความสัมพันธ์ของทีมงานในทั้งระดับภาพย่อย และภาพรวมเลยทีเดียว

Micromanagement เกิดขึ้นเพราะอะไรล่ะ? 

สาเหตุหลัก ๆ มี 2 อย่างครับ คือ

 

1. การขาดความเชื่อมั่นในทีมงาน (Lack of Trust) ทำให้คุณต้องเข้าแทรกแซงและจับตาดูการทำงานของลูกน้องมากจนเกินเหตุ ส่งผลให้มีการออกกฎยุบยั่บเต็มไปหมด

2. ความกังวล (Anxiety) จากการมีแนวความคิดในลักษณะของความสมบูรณ์แบบ (Perfectionist Mindset) ของคนทีมีบทบาทในการบริหารจัดการ โดยเฉพาะเจ้านายของคุณหรือตัวคุณเองในตำแหน่งหัวหน้างาน

 

ซึ่งสาเหตุทั้ง 2 อย่างนี้แหละครับที่เป็นบ่อเกิดของพฤติกรรมต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นการสั่ง การควบคุมขั้นตอนการทำงาน การวางกรอบ ออกกฏเกณฑ์ การวัดผลต่างๆ กับทีมหน้างาน (เช่นทีมขาย) และทำให้เกิดผลลัพธ์ในแง่ลบต่อองค์กรกับประสิทธิภาพการทำงานโดยรวมตามที่เกริ่นไว้ตอนแรก

แล้วจะป้องกันการเกิด Micromanagement ยังไงดี? 

ด้วยส่วนหนึ่งของสาเหตุการเกิด Micromanagement คือ

1. การขาดความเชื่อมั่นในทีมงาน (Lack of Trust) วิธีการป้องกันแก้ไขที่ง่ายก็คือ คุณควรหาคนที่คุณไว้วางใจ (Trust) ในเรื่องของฝีมือและการทำงานมาร่วมทีมตั้งแต่แรก เช่น ลูกน้องคนสนิทที่ไม่มีประวัติด่างพร้อย ตั้งใจทำงานและการทำกิจกรรมภายในองค์กรที่มีส่วนช่วยในการสร้างความเชื่อใจ (Build Trust) เช่น กิจกรรมท่องเที่ยวภายในทีม กิจกรรมแข่งกีฬาภายในองค์กร กิจกรรมสันทนาการโดยวิทยากรที่มีความเชี่ยวชาญ เป็นต้น

 

2. ความคิดในลักษณะของความสมบูรณ์แบบ (Perfectionist Mindset) วิธีการป้องกันแก้ไขคือ การประยุกต์กฏ 95% ซึ่งหลักๆ ก็คือถ้างานมีประสิทธิภาพที่น่าพอใจประมาณร้อยละ 95 ก็ถือว่าเป็นอันใช้ได้และการใช้วิธีการพูดคุยเกี่ยวกับกระบวนการ ทำงาน (Process) เป็นระยะๆ เพื่อลดความกังวล (Anxiety) ของการมี ความคิดในลักษณะของความสมบูรณ์แบบ  รวมถึงการมีวินัยและยึดถือต่อหน้าที่การทำงานของแต่ละคนและการแบ่งงาน (Delegation) เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดการแทรกแซงข้ามบทบาทหน้าที่ ที่สำคัญไปกว่านั้นก็คือการเปิดใจรับฟังความคิดเห็น การประเมินผลการทำงาน (Performance Review) โดยให้ทีมงานเป็นผู้ประเมิน 'ตนเอง' เกี่ยวกับการทำงานของตัวเองเพื่อให้เกิดการรู้ถึงปัญหา หาต้นตอ และแก้ไขไปพร้อมๆ กัน

สังคมยุคนี้มีเด็กรุ่นใหม่ที่ถูกป้อนเข้าสู่ตลาดงานเป็นจำนวนมาก การเข้าไปสร้างกฎเกณฑ์เพื่อควบคุมการทำงานของพวกเขามากจนเกินไปอาจเกิดผลเสียจนถึงขั้นเสียพวกเขาไปก็เป็นได้ คุณควรมีความยืดหยุ่นและไว้วางใจพวกเขา ถ้ามีปัญหาใดๆ เกิดขึ้นค่อยลุกมาแก้ก็ยังไม่สายครับ

 

แรงบันดาลใจเพิ่มเติม: https://www.facebook.com/natthanapol.thammavaraporn/posts/1893547084018137
 

Share on Facebook
Share on Twitter
Share on Linkedin
Please reload

Follow on Facebook

latest Post

Please reload

Popular Post

Please reload

Sales Director 22nd banner.jpg

Pornpat Wattananiyomkajohn (Pan)

นักธุรกิจและผู้บริหารระดับสูง Gen-Y ของบริษัทสตาร์ทอัพข้ามชาติมูลค่ามากกว่า 5,000 ล้านบาท ผู้คลั่งไคล้และมีแพชชั่นเกี่ยวกับการขายแบบองค์กร (B2B) เป็นเจ้าของเพจ "กูนี่แหละเซลล์ร้อยล้าน" ที่มีผู้ติดตามบนเฟซบุ้คมากกว่า 56,000 คน และได้รับเชิญให้เป็นที่ปรึกษากับวิทยากรด้านการขายแบบองค์กรให้กับบริษัทระดับประเทศมากกว่า 100 บริษัท

  • Facebook Social Icon
  • LinkedIn ไอคอนสังคม

CONTACT US

  • Facebook Social Icon

FACEBOOK

LINE

  • LinkedIn Social Icon

LINKEDIN

©Copyright reserved 2017 - Silverlake consulting co., ltd