มารยาททางธุรกิจที่ทุกคนควรรู้และควรทำ

 

คุณคิดว่า "คนมารยาทงาม" จะต้องเป็นคนอย่างไรกันครับ สำหรับผมเองคิดว่าคนคนนั้นจะต้องมีบุคลิกและต่างกายที่น่าเชื่อถือ ถูกกาละเทศะ น้ำเสียงไพเราะ พูดจามีหางเสียง มือไม้อ่อน แฝงด้วยรอยยิ้มที่จริงใจ รู้จักคิดก่อนพูดและเป็นนักฟังที่ดี ฯลฯ อะไรทำนองนี้ครับ ผมเชื่อว่าหลายๆ คนคงเห็นด้วยกับผมกันแน่ๆ

 

ไม่ว่าสังคมไหนก็ต้องการคนที่มีมารยาทที่ดี ได้รับการอบรมบ่มนิสัยมาตั้งแต่เด็กจนกลายเป็นบุคคลคุณภาพโดยไม่ได้แบ่งแยกว่าจะต้องเกิดมารวยหรือจนแต่อย่างใด ทุกคนสามารถเป็นคนมีมารยาทที่ดีได้ทั้งนั้น สังคมจะดีกว่านี้แน่ๆ ถ้าทุกคนใส่ใจและพัฒนาตนเองให้มีมารยาทที่ดีขึ้น เผลอๆ สามารถขจัดความขัดแย้งจากเรื่องเล็กถึงใหญ่ได้เลย

 

มารยาทคือสิ่งที่ดีงามและเป็นสิ่งที่นักขายกับนักธุรกิจอย่างคุณต้องมี คุณจะถูกยกระดับไปสู่บุคคลที่มีความเป็นเลิศด้านการทำธุรกิจก็จะต้องมีมารยาทที่ดีงาม ผู้นำที่ขาดความละเอียดในเรื่องนี้ เช่น ผู้นำแถวๆ ประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่โดนสื่อโจมตีเกี่ยวกับมารยาทบางอย่าง ทำให้เขาขาดความน่าเชื่อถืออย่างมาก เป็นต้น (ฮา)

 

ผมจึงขอแชร์วิธีการสร้างมารยาททางธุรกิจจากการที่ผมได้ทำงานร่วมกับคนญี่ปุ่นที่ขึ้นชื่อว่าเป็นสุดยอดประเทศที่มีนักธุรกิจที่เปี่ยมไปด้วยมารยาทที่เป็นเลิศและน่าลงมือทำตามเป็นอย่างยิ่งมาฝากกันครับ

1. มาก่อนเวลาหรือตรงเวลา

 

ประเทศเราค่อนข้างชิลๆ มีหยวนๆ กันได้บ้างหรือบางทีก็อนุโลมกันได้ แต่ถ้าคุณทำธุรกิจแล้วนั้น จงอย่าเอานิสัยหยวนๆ มาใช้จนนัดกับลูกค้าล่าช้าเป็นอันขาด เบสิกของนักธุรกิจที่น่าเชื่อถือคือต้องมาตรงเวลาเท่านั้น ก่อนเวลาได้จะดีมาก เพราะลูกค้าของคุณบางคนตัดสินคุณทันทีว่าคุณไม่สามารถทำตามที่รับปากได้ แค่ทำนัดยังมาไม่ตรงเวลา แล้วนับประสาอะไรกับการขายโปรเจคขนาดใหญ่ที่สลับซับซ้อนและมูลค่าหลักล้านกันล่ะครับ แค่มาก่อนลูกค้าก็มีชัยไปกว่าครึ่งแล้ว ส่วนลูกค้าที่เลทนัดหมายคุณนานเกิน 30 นาทีก็เช่นกัน คุณสามารถยกเลิกนัดได้เหมือนกันด้วยเหตุผลที่ว่าพวกเขาไม่เคารพเวลาคุณ คุณจะได้เอาเวลาไปทำอย่างอื่นแล้วค่อยนัดกันใหม่ครับ

 

2. มือไม้อ่อน พูดจาแนะนำตัวแบบมีหางเสียง

 

เป็นสิ่งที่คุณถูกสอนกันมาตั้งแต่จำความได้ โรงเรียนก็สอน แต่บางคนก็ไม่รู้เป็นอะไรเพราะมือไม้แข็งเหลือเกิน พูดจาก็ไม่ค่อยมีหางเสียง ถ้าพลาดเรื่องนี้คุณอาจจะถูกมองว่า "พ่อแม่ไม่สั่งไม่สอน" ก็เป็นได้ ซึ่งก็เป็นแบบนั้นจริงๆ เพราะสังคมบางกลุ่มในประเทศนี้พบว่ามีคนไร้มารยาทและทำอะไรตามใจเป็นจำนวนมาก คุณจึงต้องไม่พลาดเด็ดขาดโดยเฉพาะการเจอลูกค้าที่อาวุโสและมีตำแหน่งใหญ่โต ถ้าอายุน้อยกว่าก็ยังต้องยกมือไหว้พวกเขาในระดับอกตามที่เรียนมาตั้งแต่เด็กครับ การพูดจาคงไม่ต้องบอกเนอะว่าพูด "ครับ ค่ะ" คือสิ่งที่ต้องทำโดยจิตสำนึกอยู่แล้ว

 

3. การมอบนามบัตรที่สำคัญมาก

 

มารยาทในการมอบนามบัตรสไตล์คนญี่ปุ่นถือว่าคุณต้องเอามาใช้เป็นอย่างยิ่ง เพราะมันช่างดูสง่างามและให้เกียรติลูกค้าเป็นอย่างมาก แถมยังดูดีและเป็นอะไรที่นักธุรกิจสัญชาติไทยที่ไม่รู้เรื่องไม่ค่อยทำกัน วิธีการมีดังนี้

 

- เริ่มมองหาคนที่มีตำแหน่งใหญ่ที่สุดและเดินเข้าไปเพื่อมอบนามบัตรก่อน

- ควรมีกระเป๋าใส่นามบัตรที่ดูดี และควักนามบัตรโดยใช้สองมือโดยหันชื่อคุณไปทางฝั่งลูกค้า

- มอบให้ลูกค้าด้วยสองมือ จากนั้นก็รอรับนามบัตรของลูกค้าด้วยสองมือนั้น

- ถ้าลูกค้าจะแลกนามบัตรพร้อมกับ ให้จับนามบัตรด้วยมือซ้ายตอนจะแลก และรับนามบัตรของลูกค้าด้วยมือขวาพร้อมกัน

- เมื่อรับมาแล้วให้ขานชื่อลูกค้า ชื่อจริงของลูกค้าคือชื่อที่ไพเราะที่สุดในโลกสำหรับเขา 

- รับนามบัตรมาแล้วอย่าพึ่งใส่กระเป๋าทันที ให้วางนามบัตรลูกค้าเรียงตามตำแหน่งบนโต้ะระหว่างประชุมเสมอ

 

4. ไม่ควรหลับหูหลับตานำเสนออย่างเดียว

 

ตอนนำเสนอให้สังเกตอาการของลูกค้าและอย่าติดการนำเสนอแบบขี้โม้หรือเอาแต่พูดเรื่องของตัวเองอย่างเดียว จงเป็นฝ่ายถามลูกค้ากลับหรือเปิดโอกาสให้ลูกค้าเป็นฝ่ายพูดบ้าง อย่าพูดข้อมูลที่ไม่มั่นใจว่าจริงหรือไม่มีแหล่งที่มา อย่าโจมตีคู่แข่ง (บลัฟ) เป็นอันขาดเพราะเรื่องนี้ทำให้คุณดูแย่ในสายตาของลูกค้า อารมณ์แบบเดียวกับการจีบสาวที่คุณรู้ว่ามีคู่แข่งมาจีบอยู่ คุณรู้จักหมอนั่นจึงรีบบอกสาวว่าไอ้นั่นมันแย่ นิสัยไม่ดี บลาๆ ผลก็คือคุณกลายเป็นไอ้ขี้แพ้ปากหมาในทันที ของดีไม่ต้องพูดเยอะครับ และห้ามพูดจาลบๆ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องอะไรก็ตามเป็นอันขาด

 

5. อย่าพูดแทรกลูกค้า

 

เป็นทักษะการฟังที่ยอดเยี่ยมและควรฝึกตัวเองให้ได้ทุกครั้ง เข้าใจว่าบางทีก็คันปาก อยากแทรกลูกค้า จงพยายามฟังลูกค้าให้จบซึ่งสังเกตง่ายๆ ตอนที่ลูกค้าเงียบไปประมาณ 2-3 วินาที จากนั้นค่อยถามหรือเสริมด้วยคำพูดที่คุณอยากจะบอกพวกเขา การแทรกหรือขัดลูกค้าตอนเขากำลังพูดอยู่ถือว่าไร้มารยาทในการทำธุรกิจมากๆ จริงๆ ก็ไร้มารยาทในทุกๆ เรื่องนอกจากธุรกิจ เช่น พูดแทรกเจ้านาย เพื่อนร่วมงาน พ่อแม่ เพื่อน ฯลฯ ผลก็คือไม่มีใครอยากคุยกับคุณต่อไปอีกแล้ว

 

6. รับปากแล้วต้องทำให้ได้

 

ผลลัพธ์ที่ทำให้เกิดการค้าขายก็คือการสร้างข้อตกลงร่วมกัน เช่น รายละเอียดข้อเสนอในใบเสนอราคา สัญญาการซื้อขาย ฯลฯ เมื่อตกลงกันแล้วก็ต้องทำให้ได้ตามข้อกำหนด ทำไม่ได้คงไม่ต้องบอกนะครับว่าคุณจะเละและเผลอๆ จะค้าขายกับพวกเขาไม่ได้อีกต่อไปเพราะความน่าเชื่อถือมันไม่มีแล้ว ที่สำคัญคือคุณอาจจะเสียชื่อเสียงเพราะเหม็นเน่าไปทั้งวงการเวลาลูกค้าเอาไปพูดต่อว่าคุณทำไม่ได้อย่างที่พูด ธุรกิจหลายๆ รายเจ๊งเพราะเรื่องนี้มานักต่อนัก

 

7. ทำผิดต้องขอโทษทันทีพร้อมกับวิธีแก้ไข

 

คนดีชอบแก้ไขแต่คน ... ชอบแก้ตัวและแถไปวันๆ ไม่ก็โทษสิ่งต่างๆ รอบตัว เช่น ปัญหาสินค้าชำรุด คุณโทษว่าสินค้ามันไม่ได้เรื่อง ปัญหาเรื่องการติดตั้ง คุณโทษว่าฝ่ายช่างทำงานไม่ดี เป็นต้น สรุปคือคุณไม่เคยโทษตัวเองเลยว่าจริงๆ คุณเองก็ผิดที่ทำให้พวกเขาต้องเจอกับอะไรแบบนี้ คุณคือตัวแทนของบริษัท ถ้าอะไรก็ตามมีปัญหา แสดงว่าต้องรับผิดชอบร่วมกัน มืออาชีพจะต้องรีบหาสาเหตุของปัญหาให้เจอพร้อมกับรีบแจ้งวิธีแก้ไขว่าจะเสร็จตามเวลาที่กำหนดได้จริง เชื่อถือว่าหลังจากลูกค้าเห็นความพยายามแก้ไขปัญหาอย่างเต็มความสามารถ พวกเขาจะรับได้และไว้วางใจคุณยิ่งกว่าเดิมครับ

นี่คือมารยาททางธุรกิจที่คุณต้องมีและต้องทำตามเท่านั้นครับ

Share on Facebook
Share on Twitter
Share on Linkedin
Please reload

Follow on Facebook

latest Post

Please reload

Popular Post

Please reload

Pornpat Wattananiyomkajohn (Pan)

นักธุรกิจและผู้บริหารระดับสูง Gen-Y ของบริษัทสตาร์ทอัพข้ามชาติมูลค่ามากกว่า 5,000 ล้านบาท ผู้คลั่งไคล้และมีแพชชั่นเกี่ยวกับการขายแบบองค์กร (B2B) เป็นเจ้าของเพจ "กูนี่แหละเซลล์ร้อยล้าน" ที่มีผู้ติดตามบนเฟซบุ้คมากกว่า 56,000 คน และได้รับเชิญให้เป็นที่ปรึกษากับวิทยากรด้านการขายแบบองค์กรให้กับบริษัทระดับประเทศมากกว่า 100 บริษัท

  • Facebook Social Icon
  • LinkedIn ไอคอนสังคม
Sales Director - 16th Banner.jpg

CONTACT US

  • Facebook Social Icon

FACEBOOK

LINE

  • LinkedIn Social Icon

LINKEDIN

©Copyright reserved 2017 - Silverlake consulting co., ltd