'May Day' กับเหตุผลที่ทำไมคุณควรถึงทำงานประจำให้นานพอก่อนทำธุรกิจส่วนตัว

 

วันนี้ที่ผมเขียนบทความ (วันที่ 1 พฤษภาคม 2562) เป็นวันแรงงานแห่งชาติ (May Day) และเป็นวันหยุดสำหรับคนที่ทำงานเอกชนเพื่อระลึกถึงคุณงามความดีของลูกจ้างต่อนายจ้าง ซึ่งเราๆ ท่านๆ คง "ตีปีกพรึ่บพรั่บ" เพราะวันนี้เป็นวันหยุดของใครหลายๆ คน ป่านนี้คุณคงพาแฟนไปเดินห้างอยู่ละมั้ง (ฮา) 

 

ผมจึงขอเขียนบทความนี้เพื่อมอบให้กับเหล่าคนทำงานหรือพนักงานบริษัท ยิ่งในยุคนี้ที่ผู้คนแสวงหาความร่ำรวยกันแบบสุดโต่ง คุณคงเคยเห็นบทความหรือหนังสือที่สอนให้คุณร่ำรวยด้วยการเปลี่ยนแนวคิดให้คุณเลิกเป็นลูกจ้างกันอยู่บ้างนะครับ ตัวอย่างหนังสือจะจั่วหัวประมาณว่า "เป็นลูกจ้างไม่มีทางรวย" หรือ "ลาออกซะถ้าอยากรวย" 

 

ผมไม่เถียงครับว่าการเป็นเจ้าของกิจการคือแนวทางที่ทำให้คุณประสบความสำเร็จและร่ำรวยมากกว่างานประจำ ยิ่งในยุคนี้มักมีบทความกับหนังสือที่มุ่งเน้นให้คนอ่านแสวงหาความร่ำรวยจากการทำธุรกิจเพียงอย่างเดียวอาจจะสร้างความขัดแย้งในความคิดของคนที่มีความสุขกับการทำงานประจำหรือต้องการความมั่นคง ไม่ได้มุ่งเน้นแต่การแสวงหาความร่ำรวยเสมอไป 

 

ยุคนี้คือยุคใหม่ที่การทำธุรกิจมีช่องทางที่หลากหลายมากกว่าเมื่อก่อนเยอะมาก ไม่ว่าจะเป็นธุรกิจแบบสตาร์ทอัพ ธุรกิจออนไลน์ ธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับไอทีและเทคโนโลยีแทบทั้งหมด เพราะการมาของอินเทอร์เน็ตได้สร้างธุรกิจเกิดใหม่ขึ้นมาเยอะมาก แถมใครๆ ก็เข้าถึง "ตำราธุรกิจ" ได้เพียงแค่ปลายนิ้ว แต่อย่างที่บอกคือในเมื่ออะไรๆ มันเข้าถึงแบบง่ายๆ การสร้างและรักษาธุรกิจให้ยั่งยืนไม่ใช่ของง่ายเสมอไป 

 

การทำธุรกิจให้ประสบความสำเร็จในยุคนี้จึงยากมากที่จะฟลุ้กรวย การผสมผสานระหว่างความรู้ความสามารถและ "ประสบการณ์ในการทำงาน" ต่างหาก ที่สำคัญคือคำว่าประสบการณ์นั้น ในระดับมหาวิทยาลัยไม่มีสอนเสียด้วยครับ การหาประสบการณ์จากงานประจำจึงเป็นสิ่งที่จำเป็น และนี่คือเหตุผลที่ทำไมผมถึงอยากแนะนำให้คุณลองทำงานประจำแบบมืออาชีพ ไม่ว่าคุณจะเกิดมาบ้านรวยหรือบ้านจน ผมก็อยากให้คุณทำอยู่ดีครับ 

เหตุผลที่คุณควรทำงานประจำให้นานพอ

 

1. เพื่อพิสูจน์ตัวเองว่าคุณนั้นเหยียบขี้ไก่ไม่ฝ่อ

 

โดยเฉพาะสำหรับเด็กรุ่นใหม่ที่บ้านรวยหรือเป็นทายาทธุรกิจร้อยล้านพันล้านนะครับ คุณน่าจะได้รับการศึกษาที่ดีจากทุนทรัพย์ทางบ้านไปจนจบปริญญาตรีแล้ว จงบอกพ่อแม่ว่าขอโอกาสไปสมัครงานเป็นลูกจ้างประจำเพื่อลองไปเป็นลูกน้องคนอื่นบ้าง เพราะการทำงานจริงจะมองว่าคุณเป็นลูกรัก ทุกอย่างมีกฎระเบียบ การวัดผล และมีกติกาชัดเจน ซึ่งต่อให้ได้เงินเดือนน้อยกว่าที่พ่อแม่เปย์ให้ก็ตาม คุณจะต้องลุยให้สุดตัว ทิ้งคำว่าฐานะทางบ้านไปให้หมดเพื่อพิสูจน์ตัวเองว่าคุณทำงานได้ตามที่ได้รับมอบหมาย ที่สำคัญคือคุณจะได้ประสบการณ์ในการเข้าใจหัวอกของคนเป็นลูกจ้างว่าอะไรควรทำ ไม่ควรทำ เวลากลับมาบริหารงานที่บ้านก็สามารถจัดการลูกน้องได้อย่างราบรื่น

 

2. เพื่อเรียนรู้ระบบการทำงานขององค์กรระดับสูง

 

เรื่องนี้เป็นเรื่องที่ต่อให้คุณมีเงินก็ซื้อไม่ได้ เพราะการได้รับคัดเลือกให้เข้าไปทำงานกับองค์กรระดับโลกหรือระดับชาติ เช่น SCG, PTT, SCB, KBank, Google, Amazon, Facebook, Etc. นั้นเป็นเรื่องที่คุณต้องแข่งขันกับผู้สมัครรายอื่นๆ ซึ่งแต่ละคนก็เป็นของจริงทั้งนั้น การได้เข้าไปทำงานกับบริษัทระดับนี้นับว่าเป็นโอกาสที่ดีในการเข้าไปเรียนรู้ระบบงานมาตรฐานระดับโลก เช่น ระบบการขาย การตลาด การวิจัย การเงิน การจัดการ เทคโนโลยี ฯลฯ ซึ่งคุณจะได้รับประสบการณ์ที่มีค่าและสามารถนำมาใช้กับธุรกิจของคุณเองได้ ความสามารถที่ได้รับจะทำให้คุณทำธุรกิจได้อย่างยั่งยืนเหนือกว่าคนที่ไม่เคยผ่านประสบการณ์การทำงานระดับสูงมาก่อน

 

3. เพื่อสร้างความมั่นคงให้กับชีวิต

 

ถ้าบ้านคุณไม่รวย ไม่มีกิจการใดๆ รองรับ การทำงานประจำจะเป็นสิ่งที่สร้างความมั่นคงให้คุณได้ เงินเดือน สวัสดิการต่างๆ โบนัส จะช่วยให้คุณสามารถใช้ชีวิตประจำวันได้แบบพออยู่พอกิน จงอดทนและตั้งใจทำผลงานให้ดีขึ้นเพื่อเงินเดือนหรือตำแหน่งที่สูงขึ้น การออกไปเสี่ยงทำธุรกิจเต็มตัวทั้งๆ ที่ฐานะทางบ้านไม่เอื้ออำนวยหรือทำโดยใช้ทุนไม่มาก ขอบอกเลยว่าโอกาสโดนบดขยี้โดยคู่แข่งหรือกลุ่มทุนที่มีอำนาจเงินที่เหนือกว่าจะทำให้คุณเสียเปรียบมหาศาล ประสบการณ์ในการทำงานที่ยอดเยี่ยมจึงเป็นสิ่งที่คุณควรมี เพราะอย่างน้อยก็ทำให้คุณไม่อดตายและกลับมาสมัครงานหลังจากที่ล้มเหลวจากการทำธุรกิจส่วนตัวได้ หรือธุรกิจที่บ้านล้มคุณก็ยังมีงาน มีเงินนั่นเอง

 

4. เพื่อสร้างคอนเนคชั่นในการออกไปทำธุรกิจส่วนตัว

 

คอนเนคชั่น คือสิ่งที่หาได้จากการทำงานประจำซึ่งคุณไม่จำเป็นต้องบ้านรวยหรือไปเรียนสถาบันด้านการบริหารเงินล้าน ถ้าคุณมุ่งหวังในการเปิดบริษัทด้วยตนเองและเป็นธุรกิจแบบองค์กร (B2B) การเลือกทำงานฝ่ายขาย (Sales) จะเป็นสิ่งที่ทำให้คุณได้ "ต้นทุนธุรกิจ" ที่มีค่า นั่นคือกลุ่มลูกค้าที่คุณขายสมัยเป็นพนักงานขาย ยิ่งคุณปิดการขายกับลูกค้าได้มาก คุณยิ่งมีฐานข้อมูล (Data) โดยเฉพาะกลุ่มลูกค้าใหม่และเก่า กลุ่มลูกค้าเกรดเอที่มีความสัมพันธ์อันยอดเยี่ยม สิ่งนี้จะทำให้เวลาคุณออกไปทำธุรกิจส่วนตัวที่มีความคล้ายคลึงกับงานประจำ คุณสามารถขายสินค้าให้กับคอนเนคชั่นที่คุณสร้างได้อย่างง่ายได้ และคุณยังมีประสบการณ์ในการขาย จึงทำให้คุณได้เปรียบในการเปิดบริษัทใหม่และต้องออกไปขายของด้วยตนเองในช่วงแรกอย่างมาก

 

5. เป็นพนักงานประจำก็รวยได้

 

แต่มีข้อแม้ว่าคุณจะต้องรีบก้าวไปสู่ระดับ "ลูกจ้างมืออาชีพ" และมีอายุน้อยให้ไวที่สุด คุณจะระเบิดฟอร์มเทพหรือจะด้วยวิธีการทำงานอะไรก็แล้วแต่ที่ขาวสะอาด ถ้าคุณมีรายได้จากงานประจำประมาณ 100,000-200,000 ในช่วงอายุประมาณ 30 ปี คุณจะได้เปรียบมหาศาลในการเอาเงินเดือนมาหมุนกับธุรกิจที่ใช้ฐานเงินเดือน (Statement) ในการกู้เงินจากสถาบันการเงินง่ายกว่าชาวบ้านคนอื่นๆ คุณจึงเอาเงินไปลงทุนกับธุรกิจด้านอสังหาริมทรัพย์ ร้านค้า คลินิกเสริมความงาม หุ้นกับเพื่อน ฯลฯ โดยที่ไม่ต้องใช้เงินตัวเองแม้แต่บาทเดียวเลยล่ะครับ ที่สำคัญคืออายุช่วง 30-40 ปี ถ้าคุณฟอร์มเทพจริง เงินเดือนคุณจะสูงกว่า 300,000 บาทเลยด้วยซ้ำ ถือว่าอยู่สบายและหมุนเงินได้เต็มที่เลยล่ะครับ ที่สำคัญคือได้ทุกเดือนโดยไม่ต้องสนสภาพเศรษฐกิจด้วยซ้ำ 

นี่คือเหตุผลที่ผมอยากให้คุณทำงานประจำแบบมืออาชีพให้นานพอเนื่องในวันแรงงานแห่งชาติกันนะครับ 

Share on Facebook
Share on Twitter
Share on Linkedin
Please reload

Follow on Facebook

latest Post

Please reload

Popular Post

Please reload

Sales Director 21st banner.jpg

Pornpat Wattananiyomkajohn (Pan)

นักธุรกิจและผู้บริหารระดับสูง Gen-Y ของบริษัทสตาร์ทอัพข้ามชาติมูลค่ามากกว่า 5,000 ล้านบาท ผู้คลั่งไคล้และมีแพชชั่นเกี่ยวกับการขายแบบองค์กร (B2B) เป็นเจ้าของเพจ "กูนี่แหละเซลล์ร้อยล้าน" ที่มีผู้ติดตามบนเฟซบุ้คมากกว่า 56,000 คน และได้รับเชิญให้เป็นที่ปรึกษากับวิทยากรด้านการขายแบบองค์กรให้กับบริษัทระดับประเทศมากกว่า 100 บริษัท

  • Facebook Social Icon
  • LinkedIn ไอคอนสังคม

CONTACT US

  • Facebook Social Icon

FACEBOOK

LINE

  • LinkedIn Social Icon

LINKEDIN

©Copyright reserved 2017 - Silverlake consulting co., ltd