คุณจะได้อะไรบ้างเมื่อเข้าไปเรียนหลักสูตร ป.โท MBA

 

นี่คือประสบการณ์ที่ผมได้รับจากการเรียนสถาบันธุรกิจศศินทร์ (Sasin School of Management) ซึ่งขณะนี้ก็ผ่านไปราวๆ 2 เทอมแล้ว เรียกได้ว่าผมได้รับความรู้ทางธุรกิจมาแบบ "เต็มคราบ" เลยล่ะครับ (ฮา)

 

ซึ่งสำหรับคนที่ไม่ได้เรียนจบมาจากคณะที่เป็นศาสตร์ทางธุรกิจ เช่น คณะบริหารธุรกิจหรือคณะเศรษฐศาสตร์ เป็นต้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าคุณเรียนจบหรือทำงานมาจากสายวิทยาศาสตร์ เช่น การแพทย์ วิศวกรรม เทคโนโลยี ฯลฯ คุณจะรู้เลยว่าวิชาด้านธุรกิจอย่างไฟแนนซ์ การตลาด และบัญชี จะเป็นเรื่องใหม่สำหรับคุณ

 

บางคนอาจมีคำถามหรือข้อสงสัยว่าการเรียนป.โท MBA นั้นเป็นเรื่องจำเป็นสำหรับคุณหรือไม่ ผมขอตอบได้เลยว่าถ้าคุณทำงานหรือทำธุรกิจที่ต้องการ "คอนเนคชั่น" และแสวงหาความรู้ทางธุรกิจเข้ามาเติมเต็มหัวสมองคุณ นี่คือคำตอบที่ใช่แล้วล่ะครับ

 

หรือว่าการทำงานในองค์กรใหญ่ๆ ตำแหน่งใหญ่โต คุณจำเป็นต้องมีวุฒินี้เพื่อสร้าง "คุณสมบัติ" (Feature) ให้ตัวคุณเป็นสินค้าที่มีประโยชน์ (Benefit) มากขึ้นสำหรับธุรกิจในองค์กร

 

บทความนี้จะขอพูดถึงสิ่งที่คุณได้จากการเข้าเรียนหลักสูตร ป.โท MBA โดยจะยึดเอาหลักสูตรของศศินทร์เป็นหลักนะครับ ผมเชื่อว่าบทความนี้จะทำให้คุณตัดสินใจเข้าเรียนได้ง่ายขึ้นอย่างแน่นอน

1. มิตรภาพที่ดีจากสังคมคนเรียนปริญญาโทด้วยกัน

 

คุณจะได้ย้อนวัยกลับไปสมัยเรียนมหาวิทยาลัยอีกครั้ง ที่สำคัญคือมิตรภาพใหม่ๆ ที่ได้จะมีความหลากหลายมากขึ้น เพื่อนของคุณจะมีความคิดเช่นเดียวกันกับคุณนั่นคือการเข้ามาเรียนเพื่อประสบความสำเร็จในหน้าที่การงานและธุรกิจ ซึ่งเปรียบได้กับการลงเรือลำเดียวกันและมีเป้าหมายในการช่วยกันประสบความสำเร็จ คุณจะได้เรียนรู้เพื่อนใหม่ที่มาจากภูมิหลังที่แตกต่างกัน เช่น อายุ การศึกษา หน้าที่การงาน ฯลฯ จึงไม่แปลกที่มิตรภาพดีๆ จะทำให้หลายๆ คนที่ยังโสดได้เป็นแฟนและแต่งงานกันในบั้นปลาย (ฮา) ส่วนเพื่อนที่เรียนด้วยกันมาจะช่วยเหลือและคบคุณไปตลอดชีวิต (Friend for Life)

 

2. คอนเนคชั่นทางธุรกิจ

 

ถ้าคุณเป็นนักขายหรือนักธุรกิจ คุณย่อมรู้ดีว่าคอนเนคชั่นเป็นเรื่องที่สำคัญ การแสวงหาคอนเนคชั่นจะทำได้ง่ายขึ้นมากเพราะนอกจากเพื่อนที่เรียนด้วยกันบางคนมีธุรกิจหรือผลประโยชน์ที่เสริมกันกับคุณ คุณยังมี "รุ่นพี่" ซึ่งส่วนใหญ่จะได้เป็นใหญ่เป็นโตในองค์กรระดับสูง หรือเป็นทายาทเจ้าของธุรกิจพันล้าน เพียงแค่คุณติดต่อไปและบอกว่า "เป็นรุ่นน้อง" ที่เรียนสถาบันเดียวกันกับพวกเขา คุณจะรู้เลยว่าการสร้างความสัมพันธ์เพื่อเปิดการขายหรือทำธุรกิจจะกลายเป็นเรื่องง่ายๆ โดยเฉพาะการขายกับผู้บริหารและเจ้าของกิจการ

 

3. ความรู้ทางด้านศาสตรของวิชาการตลาด (Marketing)

 

การตลาดคือหนึ่งในแก่น (Core) ของวิชาธุรกิจ ซึ่งศาสตร์นี้คือศาสตร์ที่คุณต้องรู้เพื่อเอาไว้ใช้ทำธุรกิจอย่างแท้จริง คุณจะได้ความรู้หลักในการทำการตลาดให้กับสินค้าและบริการ วิธีการทำให้กลุ่มลูกค้าที่คุณต้องการเกิดความต้องการซื้อและตัดสินใจซื้อสินค้าของคุณ การวิเคราะห์คู่แข่งเพื่อหาจุดแข็งและสร้างความได้เปรียบทางธุรกิจ และในปัจจุบันคือความรู้ด้านการตลาดออนไลน์ (Online Marketing) ที่ยุคนี้คุณไม่รู้ไม่ได้แล้ว คุณจะได้ความรู้จากโจทย์ที่ว่ายุคนี้คนไม่ดูทีวีและเกลียดโฆษณา เอาแต่ดูเน็ตฟลิกซ์ เฟซบุ้ค ยูทูป คุณจะทำอย่างไรที่จะทำการตลาดไปถึงลูกค้ากลุ่มนี้ได้ คุณจะรู้เลยว่าความรู้ด้านการตลาดออนไลน์สามารถทำให้มันเป็นไปได้

 

4. ความรู้ทางด้านศาสตร์ของวิชาการเงิน (Finance) 

 

การเงิน (Finance) เป็นความรู้ด้านเงินๆ ทองๆ ที่ดูเหมือนจะเป็นของแสลงของนักขายและนักการตลาด (ฮา) เพราะมีข้อถกเถียงกันมานานว่าศาสตร์ไหนสำคัญที่สุดในการทำธุรกิจ ได้แก่ การขาย การตลาด และการเงิน ผมขอบอกเลยว่าทุกอย่างมีความสำคัญเท่ากันหมดแล้วแต่รูปแบบธุรกิจ ความรู้ด้านการเงินจะทำให้คุณรู้ความหมายของการเปลี่ยนแปลงทางด้านการเงินที่มีผลต่องบกำไรขาดทุนของธุรกิจคุณ คนที่มีความรู้ด้านการเงินที่ดีจะสามารถมองเห็นอนาคตของบริษัทได้เลยว่าสิ่งใดควรเพิ่มหรือสิ่งใดควรลด ถึงขั้นกำหนดเป้ายอดขายให้กับทีมขายตามคำสั่งของนักลงทุนว่าปีหน้าต้องการผลกำไรเพิ่มขึ้นกี่ % ได้เลย คนเก่งการเงินส่วนใหญ่จะรวยมาก

 

5. ความรู้ทางด้านศาสตร์ของวิชาบัญชี (Accounting) 

 

บัญชี สำหรับหลายๆ คนคงรู้สึกว่ามันเป็นอะไรที่น่าเบื่อ ไม่เชื่อลองเข้าไปดูฝ่ายบัญชีของบริษัทคุณสิครับ (ฮา) นักขายกับนักบัญชีจึงมักจะมีความขัดแย้งกันเป็นประจำ การอ่านงบบัญชีของบริษัทให้ขาดเป็นเรื่องที่สำคัญมาก ซึ่งมันต่างกับการทำบัญชีรายรับรายจ่ายประจำบ้านแน่นอน คุณคงเคยได้ยินคนพูดว่า "ขายดีจนเจ๊ง" และสงสัยว่ามันเจ๊งได้ยังไง เหตุผลคือการไม่ใส่ใจและไม่มีความรู้ด้านบัญชีนี่แหละครับ ความรู้ในศาสตร์นี้จะช่วยให้คุณเห็นรายรับรายจ่าย ต้นทุน กำไรที่แท้จริง การคำนวนภาษีทั้งก่อนหักและหลังหัก ฯลฯ ซึ่งจะช่วยให้ธุรกิจลดข้อผิดพลาดกับมองเห็นโอกาสในการสร้างผลกำไรของบริษัทให้มากขึ้น นับว่าเป็นวิชาที่นักธุรกิจต้องเรียนแท้จริง

 

6. เครดิตในตัวคุณ

 

วุฒิการศึกษาก็เปรียบเสมือนสิ่งที่พิสูจน์ว่าคุณผ่านอะไรมาบ้าง ไม่งั้นคนคงไม่แย่งสอบเข้ามหาวิทยาลัยดังกันหรอกครับ ระดับโลกอย่างจีน เกาหลี อเมริกายิ่งไม่ต้องพูดถึง เพราะถ้าคุณได้มันมา สิ่งนี่จะติดตัวคุณไปตลอดชีวิต เพื่อเอาไว้เป็นความภาคภูมิใจของตัวเอง การสร้างความน่าเชื่อถือในสังคม และการสร้างโอกาสในการทำธุรกิจโดยเฉพาะกับคอนเนคชั่นใหม่ๆ สถาบันที่ดีจะช่วยหล่อหลอมให้คุณมีทักษะในการเข้าสังคม ทักษะในการสื่อสาร ทักษะในการใช้ความกับการทำงาน เพื่อให้คุณกลายเป็นนักธุรกิจชั้นนำที่น่าเชื่อถืออย่างแท้จริง

นี่คือสิ่งที่คุณจะได้รับถ้าเข้าเรียนหลักสูตรปริญญาโท MBA ระดับมาตรฐานอย่างแน่นอนครับ

Share on Facebook
Share on Twitter
Share on Linkedin
Please reload

Follow on Facebook

latest Post

Please reload

Popular Post

Please reload

Pornpat Wattananiyomkajohn (Pan)

นักธุรกิจและผู้บริหารระดับสูง Gen-Y ของบริษัทสตาร์ทอัพข้ามชาติมูลค่ามากกว่า 5,000 ล้านบาท ผู้คลั่งไคล้และมีแพชชั่นเกี่ยวกับการขายแบบองค์กร (B2B) เป็นเจ้าของเพจ "กูนี่แหละเซลล์ร้อยล้าน" ที่มีผู้ติดตามบนเฟซบุ้คมากกว่า 56,000 คน และได้รับเชิญให้เป็นที่ปรึกษากับวิทยากรด้านการขายแบบองค์กรให้กับบริษัทระดับประเทศมากกว่า 100 บริษัท

  • Facebook Social Icon
  • LinkedIn ไอคอนสังคม
SALE100MILLION OCT_Sale Mastery 16-9 ban

CONTACT US

  • Facebook Social Icon

FACEBOOK

LINE

  • LinkedIn Social Icon

LINKEDIN

©Copyright reserved 2017 - Silverlake consulting co., ltd