เหตุผลที่คุณไม่ควรเอาไข่ใส่ใน 'เฟซบุ้ค' ใบเดียว

 

ในรอบ 5 ปีที่ผ่านมา เฟซบุ้คถือว่าเป็น "ไอ้เพื่อนยาก" สำหรับคุณโดยสิ้นเชิง นอกจากมันจะเปลี่ยนชีวิตคุณอย่างมากมายจนบรรยายแทบไม่หวัดไม่ไหวแล้ว วงการธุรกิจก็ถือว่าถูกเปลี่ยนแปลงโดยเฟซบุ้คจนแทบจะทำให้ธุรกิจหลายๆ ธุรกิจ "สูญพันธุ์" หรือหลายๆ ธุรกิจ "แจ้งเกิด" ได้อย่างสง่างามเลยก็ว่าได้

 

เพราะว่าเมื่อยุคห้าปีที่แล้วจนถึงปัจจุบัน เรียกได้ว่าใครตามทันกระแสของโลกออนไลน์บนโซเชี่ยลมีเดีย เช่น การเปิดร้านค้าออนไลน์บนเฟซบุ้คและเรียนรู้งานโฆษณา ต้องบอกว่าหลายๆ เพจได้สร้างตัวตนจนกลายเป็นธุรกิจหลักสิบล้าน ร้อยล้าน ไปจนถึงพันล้าน ทำให้คนธรรมดาทั่วๆ ไปได้มีโอกาสลืมตาอ้าปากอีกต่อไป

 

คุณไม่ต้องขายของแบบเดิมๆ ที่ต้องหาพื้นที่เช่าร้านตามห้างหรือตลาดนัดอีกต่อไปแล้ว ทุกคนสามารถเป็นพ่อค้า-แม่ค้าได้ง่ายเพียงแค่ปลายนิ้ว เฟซบุ้คนั้นได้สร้างเศรษฐีอายุน้อยมานักต่อนัก ธุรกิจแทบทุกรูปแบบจะต้องมีเพจของตนเองอยู่เสมอ การซื้อขายหลายๆ อย่างแทบไม่ต้องเจอหน้ากันเลยก็ว่าได้ ปิดการขายบนเฟซบุ้คเลยด้วยซ้ำ

 

แล้วเหตุผลอะไรที่จู่ๆ ผมถึงบอกให้คุณหนีเฟซบุ้ค โดยเฉพาะในเรื่องการขายสินค้าและโฆษณา ทั้งๆ ที่ใครๆ เขาก็ทำกัน แถมยังมีตำนานนักธุรกิจอายุน้อยที่แจ้งเกิดจากการขายของออนไลน์ ขอบอกเลยว่าคุณต้องเชื่อในเหตุผลของผมเดี๋ยวนี้เลยครับ

1. ค่าโฆษณาบนเฟซบุ้คมีราคาที่แพงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ

 

การโฆษณาบนเฟซบุ้คในยุคนี้ ถือว่าต่างจากยุคก่อนอย่างสิ้นเชิง สมัยห้าปีที่แล้วที่คุณสามารถสร้างเพจได้ เวลาเพจร้านโพสต์อะไรก็ตาม เฟซบุ้คจะทำให้คนที่มากดไลค์เพจเห็นทุกคนเสมอ ซึ่งช่วงแรกๆ ก็ดีกับผู้ประกอบการมาก แต่ผ่านไปซักพัก มันไม่เป็นผลดีกับผุ้เล่นเฟซบุ้คทั่วไปเท่าไหร่ เพราะวันๆ ก็จะเห็นโฆษณาขายครีม ขายเสื้อ ขายของกิน ขายโน่นขายนี่ ผ่านหูผ่านตามากเกินไปจนน่ารำคาญ เจ้าของเฟซบุ้คจึงกลัวว่าคนเล่นทั่วไปจะรู้สึกรำคาญและหนีไปเล่นอย่างอื่น เขาจึงปรับลดการมองเห็น (Reach) โดยเฉพาะรูป วีดีโอ บทความทั้งโฆษณาและไม่โฆษณาจากเพจต่างๆ ให้ลดน้อยลงอย่างมาก ต้องมีคนไลค์หรือแชร์เยอะๆ ก่อน ถึงจะมีคนมองเห็นมากขึ้้น

 

เฟซบุ้คจึงต้องการให้เจ้าของธุรกิจ เจ้าของเพจ แบรนด์สินค้า ต้องลงเงินโฆษณาให้เฟซบุ้คทุกกรณี โดยเฟซบุ้คจะมีเครื่องมือให้คุณกำหนดกลุ่มเป้าหมายว่าต้องการยิงโฆษณาไปให้ใครเห็นบ้าง ซึ่งก็ต้องบอกว่าเฟซบุ้คจะได้เงินคุณทุกกรณี และคุณต้องจ่ายหนักขึ้นเพื่อให้มีคนมองเห็นมากขึ้น ความยากที่มากขึ้นก็คือราคาค่าโฆษณาจะแพงขึ้นไปอีกในอนาคต ทำให้เผลอๆ ต้นทุนเรื่องการโฆษณา (ยิงแอด) บนเฟซบุ้คจะทำให้คุณมีผลกำไรที่น้อยลงเมื่อเทียบกับการโฆษณาในโซเชี่ยลมีเดียอื่น เช่น ไอจี ทวิตเตอร์ ไลน์ เป็นต้นครับ

 

2. กลุ่มคนรุ่นใหม่เริ่มหนีไปเล่นอย่างอื่นนอกจากเฟซบุ้คมากขึ้น

 

กลุ่มคนรุ่นใหม่ Gen-Z (อายุ 18+ ไปจนถึงพวกเริ่มต้นทำงาน) ถือว่าเป็นกลุ่มที่จะมีผลต่อโลกธุรกิจอย่างมากภายในปี 2020 (ข้อมูลจาก Gartner) พวกเขาจะเป็นกลุ่มหลักที่ซื้อสินค้าผ่านโลกออนไลน์มากกว่าโลกออฟไลน์ และจะทำให้ธุรกิจออนไลน์ทั้งหมดมีความคึกคัก สิ่งที่เกิดขึ้นคือคนรุ่นใหม่ "หนีเฟซบุ้ค" ไปเล่นโซเชี่ยลมีเดียอื่นที่สามารถทำให้พวกเขาสร้างตัวตนได้อย่างสะดวกใจ เพราะเฟซบุ้คเป็นโซเชี่ยลที่พ่อ แม่ ญาติ ครู หัวหน้างาน ฯลฯ ก็เล่นเป็นอยู่แล้วและเป็นเพื่อนกับพวกเขา

 

ทำให้พวกเขา "ไม่เป็นตัวของตัวเอง" เพราะต้องคอยเกรงใจพ่อแม่หรือคุณครู หรือหัวหน้างาน ถูกจับตามองจนสูญเสียความเป็นตัวเอง พวกเขาจึงหนีไปเล่นอย่างอื่น เช่น ไอจี ทวิตเตอร์ ติ๊กต็อก (TikTok) เป็นต้น เพราะอย่างน้อยที่สุดคือพ่อแม่ของพวกเขาไม่ตามมาหลอกหลอนแน่นอน (ฮา) ซึ่งถามจริงเหอะว่าคุณเคยเล่นบ้างมั้ยครับ โดยเฉพาะแอพอย่างติ๊กต็อก ถ้าไม่ ขอบอกเลยว่าถ้าคุณต้องการขายสินค้าให้กลุ่มเด็กรุ่นใหม่เป็นหลัก พวกเขาจะไม่ค่อยอยู่บนเฟซบุ้คอีกต่อไปแล้ว การลงเงินโฆษณาบนเฟซบุ้คจึงได้ผลยากขึ้นและจ่ายแพงขึ้นนั่นเองครับ คุณจึงควรหนีตามคนรุ่นใหม่ไปที่โซเชี่ยลมีเดียอื่นที่พวกเขาสิงสู่อยู่จะดีกว่า

 

3. อย่าเอาไข่ใส่ไว้ในตระกร้าใบเดียว

 

เป็นคำกล่าวสุดคลาสสิกที่มักจะได้ยินในโลกของการลงทุนหุ้น คำคำนี้ก็สามารถเอามาใช้ได้กับการเอาแต่พึ่งพาเฟซบุ้คเพียงอย่างเดียว การเปิดร้านบนเฟซบุ้คโดยที่ไม่กระจายความเสี่ยงบนโซเชี่ยลอื่นเลยนั้นมีความอันตรายอย่างมาก เพราะคุณกำลังตกอยู่ในเกมของมาร์ค ซักเคอร์เบิร์ก (เจ้าของเฟซบุ้ค) เพราะเขาจะปรับจะลดอะไรก็ได้ตามใจชอบ หรืออาจะเลิกทำเฟซบุ้คในอนาคตก็ได้ ใครจะไปรู้ กติกาทุกอย่างถูกกำหนดโดยเฟซบุ้ค สิ่งเหล่านี้ทำให้คุณเสี่ยงเพิ่มขึ้นเพราะหลายๆ ร้านนั้นถึงกับเจ๊งไปเลยหลังจากที่เฟซบุ้คปรับอะไรบางอย่างและทำให้โฆษณาแพงขึ้น คุณจึงควรสร้างร้านหรือตัวตนที่อื่น เช่น เว็บไซท์ ไลน์ ไอจี ทวิตเตอร์ ยูทูป เป็นต้น ด้วยนะครับ

นี่คือเหตุผลและมุมมองจากนักการตลาดอย่างผมที่จะบอกคุณว่าทำไมถึงควรหนีเฟซบุ้คไปลงทุนในโซเชี่ยลอื่นบ้างนั่นเองครับ

 

Share on Facebook
Share on Twitter
Share on Linkedin
Please reload

Follow on Facebook

latest Post

Please reload

Popular Post

Please reload

Sales Director 22nd banner.jpg

Pornpat Wattananiyomkajohn (Pan)

นักธุรกิจและผู้บริหารระดับสูง Gen-Y ของบริษัทสตาร์ทอัพข้ามชาติมูลค่ามากกว่า 5,000 ล้านบาท ผู้คลั่งไคล้และมีแพชชั่นเกี่ยวกับการขายแบบองค์กร (B2B) เป็นเจ้าของเพจ "กูนี่แหละเซลล์ร้อยล้าน" ที่มีผู้ติดตามบนเฟซบุ้คมากกว่า 56,000 คน และได้รับเชิญให้เป็นที่ปรึกษากับวิทยากรด้านการขายแบบองค์กรให้กับบริษัทระดับประเทศมากกว่า 100 บริษัท

  • Facebook Social Icon
  • LinkedIn ไอคอนสังคม

CONTACT US

  • Facebook Social Icon

FACEBOOK

LINE

  • LinkedIn Social Icon

LINKEDIN

©Copyright reserved 2017 - Silverlake consulting co., ltd