เปลี่ยนงานเพราะรู้ตัวว่าไม่ใช่ตัวเอง คือเหตุผลที่ยอดเยี่ยมที่สุด

 

บทความนี้ถือว่าเป็นบทความที่เขียนขึ้นมาจากประสบการณ์ของผมเองที่เคยถูกเรียกว่าเป็นพวก "Job Hopper" ซึ่งก็คือคนที่ถูกเรียกว่าเป็นเด็กรุ่นใหม่ที่เปลี่ยนงานบ่อย ทำงานไม่ทัน อยู่ได้ไม่นาน ใช้วิธีการย้ายงานเพื่ออัพค่าตัว

 

ก็ต้องบอกว่าช่วงเวลานั้นคือช่วงเวลาล้มเหลวของผมเลย การย้ายงานบ่อยๆ ไม่ก่อให้เกิดผลดีในระยะยาวเพราะค่าตัวคุณเพิ่มขึ้นต่อการย้ายงานแต่ละครั้งก็จริง แต่ "ยิ่งสูงยิ่งหนาว" ครับ เพราะเรซูเม่ของคุณจะเริ่มช้ำขึ้นเรื่อยๆ ยิ่งค่าตัวแพงขึ้น บริษัทที่สัมภาษณ์คุณก็ยิ่งพิจารณาอย่างละเอียดจนสุดท้ายก็รู้ว่า "คุณไม่ใช่ของจริง" 

 

คนที่ย้ายงานบ่อยๆ จึง "ไม่มีวันได้เป็นใหญ่" ในองค์กรระดับมืออาชีพ เพราะทำที่ไหนก็ไม่ทน แต่ผมเชื่อว่าหลายๆ คนไม่มีใครอยากเปลี่ยนงานกันบ่อยๆ หรอกครับ เพราะใครๆ ก็รู้ว่ายิ่งเปลี่ยนก็ยิ่งเสี่ยง ไหนจะต้องปรับตัวกับสภาพแวดล้อมใหม่ๆ เพื่อนร่วมงานใหม่

 

หนึ่งในสาเหตุที่คนเปลี่ยนงานบ่อยๆ นอกจาก "เจ้านายห่วย" (ฮา) ก็คือ "งานที่ทำอยู่ไม่ใช่ตัวเอง" ซึ่งจริงๆ แล้วนี่คือเหตุผลที่ทำให้คุณก้าวหน้าและไปทำในสิ่งที่คุณฉายแสงออกมาได้อย่างยอดเยี่ยมที่สุด ถ้าคุณรู้ตัวและกล้าที่จะเปลี่ยนแปลงอนาคตด้วยมือของตนเองโดยที่ไม่ต้องมีใครมาชี้นิ้วกำกับคุณ

 

มาดูเหตุผลกันว่าทำไมคุณถึงควรถามตัวเองว่าสิ่งที่ทำอยู่นั้นเป็นสิ่งที่ใช่หรือไม่ใช่กันแน่ เพราะถ้าเป้าหมายของคุณไม่ชัด คุณคงยากนักที่จะประสบความสำเร็จในการทำงานแบบมืออาชีพ

 

 1. ถามตัวเองซ้ำๆ ว่าชอบงานที่ทำอยู่หรือไม่ และงานที่ทำอยู่ส่งผลต่ออนาคตที่ดีได้มั้ย

 

กระทู้พันทิปมักชอบตั้งว่าคนเราควรทำงานในสิ่งที่ตัวเองรักแล้วรายได้จะตามมาเอง หรือรายได้ไม่ต้องมากนัก เอาแค่พออยู่ได้ แต่สำหรับผมมันไม่พอครับ เพราะถ้าคุณอยากรวยและประสบความสำเร็จ คุณต้องหาให้เจอว่า "งานที่คุณรักบวกกับรายได้ที่สูงและมีโอกาสก้าวหน้า" คืองานอะไร และคนที่ประสบความสำเร็จจะต้องได้ทำงานที่ตัวเองรักซึ่งสามารถทำเงินได้มากมาย ไม่ใช่ว่างานที่ตัวเองรักของคุณคือหนั่งโต๊ะสบายๆ ทำงานเช้าชามเย็นชาม แต่รายได้งั้นๆ อย่างนี้ถือว่าไม่ใช่เหตุผลที่คุณเปลี่ยนงานเพราะจริงๆ เราคุณแค่เป็นคนขี้เกียจและไม่มีอะไรดีต่างหาก

 

2. หัวหน้าหรือเจ้าของบริษัทคุณมีชีวิตเป็นอย่างไร อนาคตคุณก็จะเป็นแบบนั้น

 

ดูเนื้องานและรายได้ถือว่าเป็นสิ่งที่ดี แต่จะดูให้แน่ชัดกว่านั้นก็ควรดูหัวหน้าและเจ้าของบริษัทด้วยว่าชีวิตของพวกเขาเป็นอย่างไร โดยเฉพาะหัวหน้าของคุณที่พวกเขาก็คือมนุษย์เงินเดือนเหมือนๆ คุณ ถ้าชีวิตของพวกเขามีแต่ความก้าวหน้า มีรายได้สูง มีชีวิตหรูหราฟู่ฟ่าสมฐานะ บ้างาน รักงาน เป็นเจ้านายที่ภูมิฐานน่าเชื่อถือและมีความเป็นมืออาชีพ นี่คือตัวอย่างง่ายๆ ที่อย่างน้อยถ้าคุณได้เป็นหัวหน้ากะเขาบ้าง ชีวิตคุณก็น่าจะเป็นแบบนั้น หรือเจ้าของบริษัทที่ทำงานอย่างมีความสุขและใส่ใจลูกน้อง มีฐานะมั่งคั่งร่ำรวย บริษัทเติบโต นี่คือเหตุผลอีกข้อนึงที่คุณควรร่วมงานกับพวกเขาครับ

 

3. จงอย่าหยุดค้นหา "งานในฝัน" เพื่อไขว่คว้าโอกาสแห่งชีวิตอยู่ตลอดเวลา

 

ยุคนี้เป็นยุคที่คุณขายตัวเองได้ง่ายเพียงแค่ปลายนิ้ว อินเทอร์เน็ตและลิ้งก์อิน (LinkedIn.com) คือการเพิ่มโอกาสแห่งชีวิตด้วยการสร้างโปรไฟล์ของคุณง่ายๆ ในนั้น ถ้าคุณมีประวัติการทำงานยอดเยี่ยม รับรองว่า "หัวกระไดไม่แห้ง" โดยจะมีงานใหม่ๆ บริษัทดังๆ มาเสนอคุณอยู่เรื่อยๆ จากเหล่าเฮ้ดฮันเตอร์ หรือเป็นฝ่ายรุกด้วยการเข้าไปดูประกาศรับสมัครงานเพื่อฝากโปรไฟล์กับบริษัทหรือตำแหน่งในฝันอยู่เสมอ รับรองว่าซักวันนึงโอกาสแห่งชีวิตก็จะมาถึง จงคว้าเอาไว้ให้ได้นะครับ ส่วนตัวผมเองเคยได้สัมภาษณ์งานกับบริษัท Apple, Microsoft, Amazon จากการใช้ลิ้งก์อินมาแล้ว เพียงแต่ตอนนั้น "อ่อน" ไปหน่อย ไม่งั้นผมคงได้งานในฝันไปแล้ว

นี่คือเหตุผลอันยอดเยี่ยมเพื่อให้คุณเปลี่ยนงานที่ใช่และนำคุณไปสู่อนาคตอันสดใสจากผมครับ

Share on Facebook
Share on Twitter
Share on Linkedin
Please reload

Follow on Facebook

latest Post

Please reload

Popular Post

Please reload

Pornpat Wattananiyomkajohn (Pan)

นักธุรกิจและผู้บริหารระดับสูง Gen-Y ของบริษัทสตาร์ทอัพข้ามชาติมูลค่ามากกว่า 5,000 ล้านบาท ผู้คลั่งไคล้และมีแพชชั่นเกี่ยวกับการขายแบบองค์กร (B2B) เป็นเจ้าของเพจ "กูนี่แหละเซลล์ร้อยล้าน" ที่มีผู้ติดตามบนเฟซบุ้คมากกว่า 56,000 คน และได้รับเชิญให้เป็นที่ปรึกษากับวิทยากรด้านการขายแบบองค์กรให้กับบริษัทระดับประเทศมากกว่า 100 บริษัท

  • Facebook Social Icon
  • LinkedIn ไอคอนสังคม
SALE100MILLION OCT_Sale Mastery 16-9 ban

CONTACT US

  • Facebook Social Icon

FACEBOOK

LINE

  • LinkedIn Social Icon

LINKEDIN

©Copyright reserved 2017 - Silverlake consulting co., ltd