in

เหตุผลที่ธุรกิจของคุณเริ่มชะลอตัว

ธุรกิจก็เหมือนกับชีวิตที่ต้อง “มีขึ้นมีลง” ถึงแม้ว่าหัวข้อบทความในวันนี้อาจจะดูน่าเบื่อหรือคุณเองรู้อยู่แล้วก็จริง แต่มาดูสาเหตุต่างๆ ที่ทำให้ธุรกิจของคุณชะลอตัวจนถึงขั้นถดถอยแบบจากประสบการณ์ของผมกันดีกว่าครับ

1. วันหยุดยาวช่วงเทศกาล

วันหยุดใหญ่ประจำชาติ เช่น วันขึ้นปีใหม่ วันสงกรานต์ เอาแค่สองเหตุการณ์นี้ก็ทำให้เดือนนั้นตัวเลขของคุณตกแล้วล่ะครับ ไม่เชื่อก็ลองย้อนดูข้อมูลเก่าๆ ช่วงเดือนมกราคมกับเมษายนดูก็ได้

2. ฤดูกาล

ธุรกิจ B2B หลายอุตสาหกรรมมักมีช่วงซื้อตามฤดูกาล แบ่งออกเป็นตามสภาพอากาศกับตามไตรมาศ เช่น กลุ่มลูกค้าราชการมักมีช่วงจัดซื้อจัดจ้างช่วง Q2 เพราะเป็นช่วงใช้งบประมาณของปีที่แล้ว ดังนี้ Q3-Q4 ในปีนั้นๆ จึงไม่ค่อยมีการจัดซื้องานโครงการเพราะเป็นช่วงตั้งงบประมาณ หรือธุรกิจอุตสาหกรรมที่ต้องใช้ผลิตภัณฑ์ทางการเกษตรที่ขึ้นอยู่กับฤดูเก็บเกี่ยว ก็จะจัดซื้อวัตถุดิบในช่วงนั้นมากที่สุด หรือธุรกิจโรงหนังที่ไตรมาสทำเงินคือช่วงซัมเมอร์ที่หนังฟอร์มยักษ์เข้าฉาย ต่างกับช่วงปลายปีที่มักจะมีแต่หนังล่ารางวัลที่ต้องปีนบันไดดู เป็นต้น

3. สภาพอากาศ

ดินฟ้าอากาศมีผลต่อธุรกิจ B2C เป็นอย่างมาก เอาแค่ฝนตกหนักคุณก็ไม่อยากไปเดินห้างแล้วล่ะครับ ดังนั้นช่วงนี้ที่เป็นช่วงหน้าฝน ธุรกิจที่ต้องทำให้ลูกค้าเดินทางมาที่ร้านก็มักจะมียอดขายน้อยกว่าช่วงปกติอยู่บ้าง สนามกอล์ฟก็คงไม่มีลูกค้ามากนักเพราะออกรอบกลางฝนไม่ได้ เป็นต้น

4. สภาพเศรษฐกิจ

มีผลอย่างมากกับการตัดสินใจซื้อเพราะยิ่งเศรษฐกิจไม่ดีก็ยิ่งต้องรอบคอบเรื่องค่าใช้จ่ายมากขึ้น เอาแค่ช่วง COVID-19 ก็รู้แล้วล่ะครับว่าธุรกิจแทบจะหยุดชะงัก สินค้าราคาแพงที่ไม่จำเป็นก็แทบขายไม่ได้เลยด้วยซ้ำ หรือธุรกิจ B2B ก็จำเป็นต้องตัดงบประมาณ ทำให้ช่วง Q2 ที่ผ่านมา ไม่แปลกที่ยอดขายของบริษัทจะดำดิ่งสุดกู่

5. กระแสของผู้บริโภค

สินค้าอะไรก็ตามที่เล่นกับกระแส (Trends) ไม่จำเป็นว่าต้องเป็นสินค้าแฟชั่นอย่างเดียวเท่านั้น แต่ยังรวมถึงสินค้าที่สร้างกระแสให้คนรู้สึกอินเทรนด์ได้ด้วยกลยุทธทางการตลาดที่ยอดเยี่ยม เช่น อิเล็กทรอนิกส์ รถไฟฟ้ารุ่นใหม่ ซอฟท์แวร์ Video Call สำหรับองค์กร ระบบเปิดประตูโดยไม่ต้องกดปุ่ม ฯลฯ ถือว่าเป็นสินค้าที่สามารถขายได้ตามกระแสผู้บริโภค ดังนั้นไม่แปลกใจถ้าสินค้าคุณขายไม่ดีเพราะไม่มีกระแสหรือตกกระแสในสายตาของผู้บริโภคไปแล้วนั่นเอง คุณจึงต้องหาสิ่งใหม่ๆ และสร้างความแตกต่างเสมอ

6. กฎหมายเปลี่ยน

มีหลายธุรกิจที่ขายของกันอยู่ดีๆ แต่รัฐบาลประกาศแบนหรือห้ามขายซะงั้น เช่น สินค้าเคมีเกษตรที่ขายกันมาเป็นสิบปี แต่พบว่ามีพิษต่อเกษตรกร คุณจึงขายสารเคมีฆ่าหญ้าตัวนั้นไม่ได้ ลามไปถึงบริษัทที่ผลิตสารเคมีตัวนี้ก็ต้องปิดไลน์ผลิตเลยทีเดียว หรือเอาแค่รัฐบาลประกาศห้ามโฆษณาเหล้าเบียร์ก็ได้ครับ ธุรกิจโฆษณาก็ไม่ได้เงินจากอุตสาหกรรมนี้ การรับสปอนเซอร์ก็ต้องทำแบบระมัดระวัง เป็นต้น

7. โดนทำลาย (Disruption)

คำว่าดิสรัปถูกพูดถึงตั้งแต่ยุคสตาร์ทอัพเฟื่องฟู อย่าประมาทเทคโนโลยีเป็นอันขาด ขายของอยู่ดีๆ เผลอๆ ต้องม้วนเสื่อกลับบ้านโดยไม่รู้ตัว ตอนโควิดยิ่งเห็นชัด ใครที่ยังขายของหน้าร้านแทบจะอยู่ไม่ได้ เพราะโดนร้านค้าออนไลน์ทุบกระจายหมด หรือธุรกิจโรงแรมที่เปิดอยู่ดีๆ ปรากฎว่าโดน AirBnB เอาไปกินหมด เป็นต้น

8. COVID-19

คิดอะไรไม่ออกตอนนี้ก็โทษไวรัสมหาประลัยนี่ก็ได้ครับ เชื่อผมเถอะว่ามันคือสาเหตุหลักๆ ในชั่วโมงนี้ทั้งโลกเลย

กลยุทธการตั้งราคาตามอุปสงค์ของลูกค้า

วิธีถามคำถามและนำเสนอให้แตกต่างจากคู่แข่ง