in

เหตุผลที่คุณควรทำตัวให้ Low Profile..High Profit เข้าไว้

“ทำดี แต่อย่าเด่น จะเป็นภัย” สำนวนนี้เป็นสิ่งที่ผู้ใหญ่พร่ำสอนพวกเรามาโดยตลอด มีเป็นประโยคง่ายๆ ที่แฝงไปด้วยความหมายลึกซึ้ง ผมเชื่อว่าเหตุการณ์ที่ผ่านมาในชีวิตคุณ อะไรที่มันเด่นจนเกินงาม ถึงแม้ว่าจะเป็นเรื่องดี แต่ส่วนใหญ่มักจะนำภัยเข้ามาด้วย

ตัวอย่างใกล้ตัวคุณที่ชัดเจนคือคดีหวย 30 ล้าน ซึ่งคงเป็นบทเรียนในสังคมไทยว่าเวลาถูกหวยรางวัลที่ 1 บางทีเก็บเงียบเอาไว้ ไม่ต้องป่าวประกาศให้ใครทราบ ไม่ต้องออกทีวีมีชื่อเสียงน่าจะปลอดภัยกว่า เรียกได้ว่ารับเงินไปแบบเงียบๆ ไม่งั้นวันดีคืนดีคุณอาจจะเจอ “แจ๊กพอต” มีคนกล่าวหาว่าหวยชุดนั้นไม่ใช่ของคุณก็เป็นได้ (ฮา)

อาชีพนักขายก็เหมือนกัน การคุยโม้โอ้อวดหรือทำตัวโดดเด่นจนเกินพอดี ถึงแม้ว่าคุณจะเป็นท็อปเซลล์ มีผลงานที่ดีเยี่ยมก็ตาม อาจจะไม่ใช่เรื่องที่ดีกับชีวิตคุณมากนัก อย่างน้อยภายในองค์กรหรือภายในทีมของคุณเองอาจจะรู้สึก “หมั่นไส้” เริ่มคิดไม่ดีกับคุณ กลายเป็นคุณคิดไปเองว่าคนอื่นอิจฉาคุณ ทั้งๆ ที่จริงๆ แล้วคุณนั่นแหละที่ไม่เคยโทษตัวเองด้วยซ้ำว่า “ปาก” และ “การกระทำ” ของคุณเองทำให้คนอื่นรู้สึกหมั่นใส้

มาอ่านเหตุผลกันว่าทำไมคุณถึงควรทำตัวให้ Low Profile..High Profit กันเลยครับ ชีวิตคุณจะดีขึ้นแน่นอน

 1. คุณควรลดความเป็นตัวเองให้น้อยลง (Low Profile) แล้วหันมาทำตัวให้มีประโยชน์มากขึ้น (High Profit)

นี่คือนิยามที่ตรงที่สุดของการทำตัวให้ Low Profile High Profit การทำตัวโลว์โปรไฟล์คือการลดความเป็นตัวของตัวเอง ซึ่งถ้าคุณวางตัวดี พูดน้อย เป็นนักฟังที่ดีอยู่แล้วก็คงไม่มีปัญหาอะไร แต่ถ้าคุณมีแนวโน้มว่าเป็นคนพูดมาก โดยเฉพาะเรื่องของตัวเอง แถมยังติดการคุยโม้โอ้อวด คนกลุ่มนี้จะมีปัญหามากโดยเฉพาะเวลาที่ประสบความสำเร็จ ไม่ว่าจะระดับใดก็ตาม พวกเขาจะเริ่มภาคภูมิใจ พอไม่มีใครห้ามก็จะเริ่มคุยโต ใครที่ไม่เห็นด้วยหรือไม่ชอบก็จะคิดว่าคนอื่นอิจฉาตนเอง ทำให้กลายเป็นคนคิดลบและมองไม่เห็นจุดอ่อนของตัวเองได้เลย

การทำตัวให้มีประโยชน์มากขึ้น (High Profit) ไม่ได้หมายถึงการออกไปทำบุญทำทาน ออกไปปลูกต้นไม้ เก็บขยะนะครับ แต่หมายถึงการ “เป็นนักฟังที่ดี” โดยเฉพาะกับฝ่ายตรงข้าม ซึ่งจะช่วยให้คุณพูดน้อยลง ลดอาการโอ้อวดลงไป เมื่อฟังได้ดีแล้วพบว่าคู่สนทนามีสิ่งที่คุณสามารถตอบโจทย์หรือช่วยเหลือได้ โดยเฉพาะลูกค้า เมื่อนั้นคุณจะมีประโยชน์กับคู่สนทนาทันที คุณจะกลายเป็นที่ปรึกษาที่ดีและได้ความน่าเชื่อถือมากขึ้น นี่แหละครับคือประโยชน์ที่เพิ่มมากขึ้นในสายตาคนอื่น เพียงเท่านี้คุณก็กลายเป็นคนที่ดีขึ้นแล้วครับ

2. การทำตัวโลว์ โปรไฟล์ (Low Profile) ไม่ได้หมายความว่าคุณจะต้องทำตัวโลโซนะ

ตามหัวข้อเลยครับ ทำตัวโลว์โปรไฟล์ไม่ได้หมายความว่าคุณจะต้องมีเงินเป็นสิบล้านร้อยล้านอยู่ในบัญชีแล้วไปเดินห้างด้วยชุดจนๆ รองเท้าแตะบ้านๆ ให้คนมองแค่ภายนอกตัดสินว่าคุณจน แต่จริงๆ แล้วคุณรวย จากนั้นคุณก็ประชดนักขายในร้านหรือโชว์รูมรถหรูๆ ด้วยการซื้อสดหักหน้ามันซะเลย ขอบอกเลยว่ามันไม่ใช่แบบนั้นนะครับ วิธีนี้ไม่ได้หมายความว่าคุณจะโลว์โปรไฟล์เลยแม้แต่น้อย อย่างนี้เค้าเรียกว่า “ไม่รู้กาละเทศะ” ครับ แล้วไม่ผิดที่นักขายหรือคนอื่นๆ จะตัดสินคุณแค่ภายนอกด้วย เพราะคนส่วนใหญ่ไม่ได้มีเวลามากนักในการรู้จัก “ตัวตน” ของคุณอยู๋แล้ว

การทำตัวให้โลว์โปรไฟล์ง่ายๆ ก็คือพยายามควบคุมตัวเองจากการพูดมาก ใช้ปากคุยโม้โอ้อวด ถึงแม้ว่าบางทีคุณคันปากอยากเล่ามากๆ ก็ตาม เข้าใจครับว่าบางทีประสบความสำเร็จอะไรมา มีรถหรูหรา มีกระเป๋าแบรนด์เนม อะไรทำนองนี้ก็มีอาการคันปากอยากอวด พยายามนิ่งให้มากที่สุด รอให้คนอื่นเข้ามาถามคุณเองแล้วคุณค่อยพูด อย่างนี้ดูหล่อกว่าเยอะครับ และไม่ผิดเช่นกันที่คุณจะชื่นชอบรถสปอร์ตหรูหรา ของแบรนด์เนม สวมใส่เสื้อผ้าดีๆ เพราะสิ่งนี้คือชีวิตของคุณ เพียงแต่คุณแค่อย่าพูดมากหรือเริ่มเป็นฝ่ายอวดอ้างก่อนก็พอครับ

3. ทำตัวให้โลว์โปรไฟล์ ไฮโปรฟิท ง่ายๆ ด้วยโซเชี่ยลมีเดีย 

Facebook หรือพื้นที่ส่วนตัวของคุณคือสุดยอดเครื่องมือในการทำ “การตลาด” ตัวเองแล้วล่ะครับ มันสามารถทำให้คุณเป็นที่ชื่นชอบของเพื่อนๆ หรือเป็นที่น่าหมั่นไส้จากคนอื่นได้เพียงแค่ 1 โพสต์เท่านั้น แสดงว่าทุกอย่างขึ้นอยู่กับการเขียนข้อความ แคปชั่น และรูปภาพของคุณนั่นเองครับ เรื่องง่ายๆ เหล่านี้ชี้ชะตาอนาคตคุณได้เลย

ผมมีเทคนิคง่ายๆ ที่ทำให้คุณสามารถอวดความภาคภูมิใจพร้อมทั้งได้รับเสียงชื่นชมได้แบบเนียนๆ (ฮา) วิธีง่ายๆ ก็คือ ถ้าคุณต้องการอวดของ เช่น อวดรถเบนซ์ที่พึ่งซื้อมาใหม่ คุณแค่คิดแคปชั่นที่ดี โดยเฉพาะการเล่าเรื่อง (Story Telling) เช่นคุณอาจจะยกเรื่องความฝันที่คุณอยากได้รถเบนซ์ซักครั้งในชีวิต สิ่งนี้จึงเป็นเป้าหมายให้คุณพยายาม ทำงานหนัก และลงมือทำจนสำเร็จ จากนั้นให้เขียนเรื่องนี้พร้อมกับโพสต์รูปคู่กับรถ เพียงเท่านี้ก็ดูดีได้พร้อมกับทำให้ภาพลักษณ์ดูดีได้แบบเนียนๆ แล้วครับ (ฮา)

ส่วนการทำความดี เช่นการทำบุญ เข้าวัดเข้าวา ช่วยเหลือคน หรือแม้แต่การเล่าเรื่องราวดีๆ ที่พึ่งเจอมาก็เป็นสิ่งดีๆ ที่ทำให้ตัวคุณมีภาพลักษณ์ที่ดีขึ้น คิดบวก เป็นคนที่น่าสนใจ ดีกว่าการเล่าเรื่องความทุกข์ ดราม่า ใช้คำหยาบคาย แชร์เรื่องโง่ๆ โดยไม่เช็คที่มาที่ไป เรื่องพวกนี้จะกระทบกับภาพลักษณ์แย่ๆ ของคุณมหาศาลครับ

4. จงรอให้คนอื่นเป็นผู้เข้ามาชื่นชมยินดีความสำเร็จของคุณ 

เรื่องนี้เป็นเรื่องง่ายๆ ครับ ลองถามตัวเองดูนะครับว่าเวลาคุณทำอะไรสำเร็จ คุณอยากเป็นคนพูดชมตัวเองว่าตัวเองเก่งหรือ”มีคนอื่นเดินมาบอกคุณว่าคุณนั้นเก่งมาก” กันครับ? เพียงแค่นี้คุณค่าก็แตกต่างแล้ว เพราะการที่คุณทำอะไรสำเร็จแล้วอยู่นิ่งๆ รอก่อนที่จะโชว์ คนอื่นรอบข้างคุณจะเป็นคนเดินมาชมคุณเองครับ คุณเพียงแค่น้อมรับและขอบคุณ เพียงเท่านี้ก็เป็นการทำตัวโลว์โปรไฟล์แถมได้ไฮโปรฟิตคือการยอมรับนับถือด้วยใจจริง

เห็นด้วยมั้ยล่ะครับว่าการทำตัวให้โลว์โปรไฟล์ ไฮโปรฟิท เป็นสิ่งที่ดีต่อภาพลักษณ์ของ

4 เทคนิคการใช้ภาษากายที่ทำให้คุณกลายเป็นนักขายที่ดีขึ้น

15 บุคลิกของนักขายที่ประสบความสำเร็จ