in

เครียดกับงานขาย ต้องทำอย่างไร

งานขายเป็นงานที่วัดผลว่าคนไหนเจ๋งได้ง่ายมากด้วยการวัดจากยอดขาย ซึ่งก็แทบจะเป็นทุกสิ่งทุกอย่างของนักขายแต่ละคนแล้วล่ะครับ เปรียบได้กับกองหน้า จะเลี้ยงดี แข็งแกร่ง ทักษะเยี่ยมแค่ไหน แต่มันจะไร้ประโยชน์ทันทีถ้ากองหน้าคนนั้นยิงประตูไม่ได้

ดังนั้นเวลาตัวเลขของคุณไม่ได้ไหลมาเทมาเหมือนเคย คุณจะตกอยู่ในสภาวะกดดันจนเกิดอาการเครียด องค์กรระดับโลกหลายๆ แห่งนี่ถ้าคุณทำยอดไม่ถึงเป้า 3 เดือนติดก็ถือว่ามีปัญหาแล้วครับ และถ้ายาวนานกว่านั้นก็เตรียมโดนเด้งออกไปได้เลย มันจึงเป็นงานที่ความเครียดค่อนข้างสูงมาก

ผมจึงมีวิธีคิดดีๆ เพื่อให้คุณผ่านสภาวะแห่งความเครียดและมีสภาพจิตใจที่แข็งแกร่งจนยิงประตูได้เป็นกอบเป็นกำอีกครั้งครับ คุณจะเป็นซูเปอร์แมนฝีเท้าคมแค่ไหนก็ต้องมีวันฟอร์มหลุดกันบ้าง ใครที่ทำผลงานได้ดีตลอดเวลาก็ช่วยมาบอกผมทีครับ ให้ตายเถอะ

1. ขอความช่วยเหลือจากคนเก่งๆ ทันที

โดยเฉพาะคนใกล้ตัวที่สุดอย่างหัวหน้าของคุณ นอกจากนี้ยังต้องขอคำแนะนำจากรุ่นพี่ในทีมหรือเพื่อนร่วมงานที่เป็นท็อปเซลล์ รับรองว่าช่วยได้นอกเหนือจากเรื่องงานเลยด้วยซ้ำไปครับ (แม้แต่เรื่องเงินก็ช่วยได้นะ ฮา) การคุยกับหัวหน้าเกี่ยวกับปัญหาเรื่องตัวเลขและขอความช่วยเหลือเป็นสิ่งที่ดี ถ้าคุณได้เจ้านายดีๆ พวกเขาจะช่วยคุณแม้กระทั่งหาลูกค้ามาให้เลยด้วยซ้ำ

2. เลิกคิดถึงเรื่องงานหลังเวลางาน

เป็นวิธีที่ดีมากๆ ซึ่งคุณสามารถลองฝึกทำได้เลย อย่าเอาเรื่องงานมาปนกับเวลาส่วนตัวเป็นอันขาด หลังหกโมงถ้าไม่ติดอะไรด่วนจริงๆ ห้ามทำงาน จงใช้เวลาในการอยู่กับตัวเองและเป็นเวลาที่มีความสุข เช่น ดินเนอร์กับแฟน เล่นกีฬา เล่นเกม เที่ยวผับ ฯลฯ และจงใช้เวลาช่วงวันหยุดยาวกับลาเพิ่มไปพักร้อนบ้างเพื่อเป็นการชาร์จแบตให้กลับมามีไฟอีกครั้ง

3. โฟกัสแต่งานที่ทำให้คุณได้เงินเท่านั้น

งานที่ทำให้ได้เงินสูงสุดคืองานออกไปพบลูกค้าให้มากที่สุด อะไรที่ไม่เกี่ยวกับงานขายจงปฎิเสธให้มากที่สุด เช่น ประชุมภายในที่ไม่เกี่ยวกับคุณซักเท่าไหร่ งานเอกสารหรืองานแอดมินต่างๆ ช่วงเวลาแห่งความเครียดไม่ควรใช้ไปกับเรื่องที่ไม่ได้เงินและเปล่าประโยชน์นะครับ

4. ปรับปรุงกลยุทธการขายใหม่

ลองไปดูว่าในรายงานการขาย คุณสามารถเปลี่ยนกลยุทธเดิมๆ ให้มีประสิทธิภาพดีขึ้นได้มั้ย บางทีที่ยอดไม่มาอาจจะเป็นเรื่องนี้เลยก็ได้ เช่น คุยแต่กับลูกค้าหน้าเดิมๆ ตำแหน่งเดิมๆ ก็ลองไปคุยกับคนที่ใหญ่ขึ้นแล้วมีอำนาจตัดสินใจจะดีกว่า หรือลองขายเพิ่มกับขายของใหม่ให้กับลูกค้ารายเดิมเพื่อเพิ่มยอดขายก็เป็นอีกหนึ่งทางที่ทำให้ได้ยอดขายมากขึ้น เป็นต้น

5. และจงอย่าลืมลูกค้าเก่า

ลูกค้าเก่าที่มีความสนิทสนมกับคุณและชอบคุณมาก ถือว่าเป็นคนสำคัญมากๆ ซึ่งง่ายกว่าการวิ่งหาแต่ลูกค้าหน้าใหม่เสียอีก ยามเดือดร้อน จงกลับไปหาพวกเขาเพื่อสร้างโอกาสในการขาย รับรองว่าถ้าคุณดูแลพวกเขาดีมาตั้งแต่ต้น คุณจะได้ยอดขายกลับคืนมาเร็วมากๆ ครับ

6. ตั้งเป้าหมายที่เป็นไปได้และสามารถลงมือทำได้

บางทีการเข้าไปคุยกับเจ้านายว่าคุณไม่สามารถขายของได้ตามเป้า แต่มั่นใจว่าถ้าลดเป้าลงมาโดยมีข้อมูลอ้างอิงเกี่ยวกับจำนวนลูกค้าในมือกับใบเสนอราคาที่ส่งออกไป เรื่องนี้จะช่วยแบ่งเบาภาระในใจให้มีความเครียดน้อยลงและสามารถลงมือเอายอดขายได้ตามเป้าที่ขอลด

7. ออกกำลังกายช่วยได้มากๆ

มีช่วงนึงที่ผมบ้ากล้ามเนื้อเพราะเครียดจากงานมันทำให้ผมอ้วนคุณ เชื่อมั้ยครับแค่ออกไปวิ่ง 1 ชั่วโมง ในหัวคุณจะไม่คิดอะไรทั้งนั้นโดยเฉพาะเรื่องงาน จิตใจย่ำแย่เมื่อไหร่ จงเริ่มใช้ร่างกายให้ฟิตก่อนเป็นอันดับแรก คุณตื่นเช้าไปทำงานจะมีพลังมากขึ้นอย่างไม่น่าเชื่อเลยล่ะครับ

8. เตรียมพร้อมกับการโดนปฎิเสธหรือความผิดหวัง

ปกติมากๆ สำหรับงานขายคือการโดนปฎิเสธ วิธีคิดแบบสวนทางคือการไม่คาดหวังก็จะไม่ผิดหวัง อาจจะฟังดูยากแต่ก็ควรทำเสมอโดยเฉพาะดีลใหญ่ๆ ที่ถ้าคุณได้งานก็มียอดขายเต็มกระเป๋า จงคิดถึงสถานการณ์ที่แย่ที่สุดว่าถ้าลูกค้าปฎิเสธแล้วคุณจะทำอย่างไร คุณจะสบายใจและวางแผนรับมือได้อย่างรวดเร็วแถมยังไม่ผิดหวังมากอีกต่างหาก

9. แก้ปัญหาที่ต้นเหตุ

ส่วนใหญ่ยอดขายไม่มาอาจมาจากกระบวนการขายที่เปราะบางเกินไป จำไว้ว่ากระบวนการขายคือสิ่งที่สามารถวัดผลได้ทุกขั้นตอน ลองไล่ตั้งแต่การหาลีดว่ามีข้อมูลอะไร โทรทำนัดวันนึงได้กี่สาย เข้าพบเพื่อนำเสนอจนได้ใบเสนอราคาให้ลูกค้าหรือไม่ ติดตามงานดีแล้วหรือยัง ต่อรองเจรจาไปแล้วกี่เคส ไปจนถึงปิดการขาย ซึ่งถ้าอยากได้ยอดเพิ่มก็ต้องกลับไปเร่งตั้งแต่กระบวนการหาลีดที่ดีกว่า โทรนัดให้มากขึ้น เพื่อเข้าพบลูกค้าจนมีโอกาสออกใบเสนอราคาเยอะขึ้น ยอดถึงมายังไงครับ

What do you think?

10 ความคิดดีๆ ที่ทำให้คุณทำงานขายได้อย่างมีความสุข

ประเภทของลูกค้า 4 แบบ ที่ควรรู้