in

เปิดตัวสินค้าใหม่ ต้องทำอย่างไร

บทความนี้คงโดนใจคนที่เป็นผู้ผลิตสินค้าเพื่อวางจัดจำหน่าย โดยเฉพาะในตลาด B2C หรือตลาดแมสเป็นอย่างยิ่ง สินค้าในที่นี้ อาทิ เช่น แบรนด์เสื้อผ้าของตนเอง ร้านอาหาร ร้านค้า อสังหาริมทรัพย์ ฯลฯ ซึ่งเราจะว่ากันที่สถานะตั้งแต่วันที่ไม่มีใครรู้จักเลยล่ะครับ

สินค้าจะขายดีได้ก็ต้องมีคุณภาพ มีคุณค่า มีบริการที่ดี ราคาเหมาะสม แต่มันจะยิ่งยากไปกว่านั้นเพราะต่อให้สินค้าดีแค่ไหนแต่ดันไม่มีใครรู้จัก ก็คงยากนักที่จะขายได้ ผมจึงขอแชร์วิธีการทำให้สินค้าดีๆ ของคุณเริ่มขายได้ตั้งแต่สเต็ปแรกกันเลย ดังนี้ครับ

1. สร้างตัวตนในแหล่งข่าวที่มีสื่อมวลชนรองรับก่อน

มันคือการทำข่าวหรือทำ PR นั่นเองครับ ซึ่งสำนักข่าวคงไม่มาทำให้คุณฟรีๆ อยู่แล้ว คุณจึงควรติดต่อพวกเขามาเขียนข่าวให้คุณโดยคุณต้องเตรียมสคริปต์คร่าวๆ เพื่อให้นักข่าวเอาไปรีไรเตอร์ (Rewriter) ได้อร่อยขึ้น ส่วนใหญ่สนนราคาประมาณ 50,000-100,000 บาท ซึ่งเงื่อนไขก็จะเป็นหัวข้อข่าวเปิดตัวสินค้าใหม่ คุณควรจัดสถานที่ให้มีความเหมาะสม เช่น โรงแรม โรงงานของตัวเอง มีฉากประกอบพองาม และใส่สูทผูกไทมาให้พร้อม ข่าวที่ได้ก็จะลงตามเว็บไซต์โดยที่คุณเอาไปแชร์ต่อได้ เวลาลูกค้าค้นหาในเน็ตก็จะได้เจอตัวตนคุณไงล่ะ

2. ทำการตลาดให้ตรงกับกลุ่มเป้าหมาย

วิเคราะห์ให้ออกว่ากลุ่มเป้าหมายที่เหมาะสมกับสินค้าคุณที่สุดคือใครกันบ้าง คุณควรวิเคราะห์ตั้งแต่อายุ เพศ การศึกษา ที่อยู่ สถานะ ฐานะ ฯลฯ หรือที่เรียกว่า Geography และในส่วนของสิ่งที่วัดไม่ได้ เช่น รสนิยม ความชื่นชอบ งานอดิเรก ฯลฯ ซึ่งสามารถหาขนาดของกลุ่มเป้าหมายได้ง่ายๆ จากโซเชี่ยลมีเดีย จากนั้นก็เลือกสื่อที่น่าจะตรงกับพวกเขามากที่สุด เช่น สื่อออนไลน์ ป้ายโฆษณา วิทยุ โทรทัศน์ นิตยสาร ฯลฯ ซึ่งงบประมาณก็จะแตกต่างกัน

3. หาตัวแทนจำหน่ายโดยเฉพาะกลุ่มโมเดิร์นเทรด

โมเดิร์นเทรด (Moderntrade) คือเหล่าร้านค้าหรือห้างดังที่จะยินดีมากเวลามีสินค้าดีๆ มาวางขาย หน้าที่ของพวกเขาคือชอบขายสินค้าที่ดังและมีกำไรที่ดีเพราะจะทำให้พวกเขาขายง่ายขึ้น จงติดต่อธุรกิจกลุ่มนี้ตามอุตสาหกรรมที่คุณอยู่และเสนอตัวให้พวกเขาเป็นตัวแทนจำหน่าย คุณจะต้องเตรียมการนำเสนอ การสาธิตสินค้า เอกสารเกี่ยวกับผลประโยชน์ต่างๆ และวิธีทำการตลาดเพื่อทำให้สินค้าขายง่ายขึ้น เช่น โปรโมชั่น พนักงานแนะนำสินค้า ฯลฯ เพราะถ้าสินค้าคุณวางขายในร้านหรือในห้างได้ก็ยิ่งสร้างความน่าเชื่อถือและความดังมากขึ้น

4. ทำการตลาดแบบอินฟลูเอนเซอร์ (Influencer Marketing)

คือการใช้คนดังที่มีผู้ติดตามซึ่งตรงกับกลุ่มเป้าหมายของคุณมาทำการสปอนเซอร์สินค้าในรายการที่พวกเขามีอยู่ เช่น บนยูทูป ติ๊กต่อก เฟซบุ้ค ฯลฯ อินฟลูเอนเซอร์จะมีความดังคือมีผู้ติดตามตั้งแต่หลักล้านไปจนถึงหลักหมื่น ซึ่งค่าตัวก็จะมีความแตกต่างกันไป งบประมาณในมือคุณจะกำหนดว่าจ้างคนมีชื่อเสียงได้มากแค่ไหน ไม่จำเป็นต้องจ้างระดับหลักล้านแต่จ้างหลักหมื่นหลายๆ คนก็สามารถสร้างกระแสได้ อินฟลูเอนเซอร์มีข้อดีคือทำให้เหล่าสาวกที่ตรงกับกลุ่มเป้าหมายของคุณเกิดความสนใจในตัวสินค้าได้ง่ายมากๆ

5. จ้างบริษัทมือโปรด้านการตลาดมาช่วยทำ

บริษัทด้านการตลาด (Marketing Agency) คือบริษัทที่ปรึกษาและลงมือทำการตลาดให้คุณตามงบประมาณที่กำหนดไว้แบบมืออาชีพ มีตั้งแต่บริษัทระดับโลกยันบริษัท อบต. จงเลือกบริษัทที่ดูมีภาษีดี มีผลงานน่าเชื่อถือและงบประมาณของคุณสามารถเข้าถึงได้ ซึ่งมันจะช่วยลดเวลาและทำให้คุณทำงานได้เร็วขึ้น สะดวกสบายมากยิ่งขึ้น มีเวลาไปพัฒนาสินค้าได้อย่างเต็มที่

What do you think?

เหตุผลที่คุณล้มเหลวในการขายลูกค้าระดับ C-Level

วิธีติดตามงานแบบมืออาชีพ