โปรไฟล์หรู บารมีพอใช้ได้ แต่ทำไมถึงยังล้มเหลวกับการขายประกัน?

ยุคนี้นักธุรกิจโปรไฟล์ดีไม่ว่าจะมาจากสายงานการเงิน บัญชี ไอที วิศวะ​ ฯลฯ เริ่มหลั่งไหลมาทำธุรกิจขายประกันกันมากขึ้น เพราะรู้ตัวดีอยู่แล้วว่าเป็นลูกจ้างไปก็ไม่โตไปกว่านี้ รอโดนเลย์ออฟอยู่ดี กูออกมาสร้างอาณาจักรดีกว่า (ซึ่งก็เป็นมายด์เซ็ตที่ยอดเยี่ยมแล้ว) หลายๆ คนรอบตัวผมก็ประสบความสำเร็จอย่างงดงามครับ เนื่องจากทำอย่างถูกวิธีแถมมี “แต้มบุญ” ที่เหนือกว่าชาวบ้านตาดำๆ อยู่แล้วด้วย (ฮา)

แต่ก็อีกนั่นแหละครับ ตามกฎของ Pareto (80/20) ต่อให้โปรไฟล์หรู มายด์เซ็ตดีแค่ไหน โอกาสสำเร็จมีเพียง 10-20% เท่านั้น เพราะพวกเขาไม่ใช่นักขายระดับ Mastery มาก่อน มาดูกันว่ามีสาเหตุสำคัญอะไรบ้างที่นักขายประกันทุกคนต้องอ่านให้จบนะครับ

1. โปรไฟล์ดี บารมีสูง แต่กากเรื่องการตามงานแบบถูกที่ถูกเวลา

ส่วนใหญ่คนโปรไฟล์ดีมักจะเขินที่จะตามงานเพื่อปิดการขายอยู่แล้วครับ ตอนมีหัวโขนอ่ะมีแต่เป็นคนไล่บี้งานลูกน้อง แต่พอมาเป็นนักขายก็ไบ้แดก อาย ป๊อด เพราะคนที่คุยอยู่ไม่ใช่ลูกน้องแต่เป็นเพื่อน ญาติ พี่น้อง คนรู้จัก พวกเขามักแยกไม่ออกระหว่างความสม่ำเสมอกับความน่ารำคาญ จังหวะการเข้าทำเลยพังพินาศไปหมด ที่สำคัญคือไอเดียในการติดตามก็ไม่ได้เรื่อง คุณค่าใหม่ๆ ในการตามแต่ละครั้งนั้นแทบไม่มี เดี๋ยวจะบอกให้ว่าเพราะอะไรในข้อถัดไปครับ

2. ต่อให้มีลูกค้าก็กากเรื่องความใส่ใจ

เรื่องนี้ผมบอกเลยว่านักขายประกันห่วยๆ ไม่ได้หมายถึงขายไม่เป็น ปิดการขายไม่ได้อย่างเดียวนะครับ แต่พฤติการณ์หลังได้ลูกค้าผมให้ 80% นี่เข้าขั้นกากเลย เพราะพวกเขามัวแต่โพสต์เรื่องความสำเร็จตัวเอง ปิดการขายที่โน่นที่นั่นที่นี่ได้ ได้รับรางวัล ท่องเที่ยวต่างประเทศ ซึ่งเป็นเรื่องที่ดีมากๆ แต่กับลูกค้านี่แค่กดไลค์แทบไม่มี คอมเม้นไม่ต้องพูดถึง หน้าที่ของคุณถ้าอยากได้ใจลูกค้าคือการติดตาม เอาใจใส่ เป็น FC กับลูกค้าที่เอาเงินมาให้คุณมากกว่าด้วยซ้ำครับ มีแต่ได้กับได้เพราะลูกค้าก็จำคุณได้เหมือนกัน ส่วนคุณก็จะรู้ว่าลูกค้าเป็นยังไงบ้าง ณ ขณะนี้ เผลอๆ หาจังหวะเข้าไปขายประกันเพิ่มหรือขายคนรู้จักของลูกค้าได้ง่ายขึ้นเลยครับ

3. ติดกับดัก “ความเก่ง” ของตัวเอง

ถ้าไม่ได้ทำงานขายมาก่อนแล้วเป็นกลุ่มอดีตวิศวกรหรือนักการเงิน ส่วนใหญ่มักจะพร่ำเพ้อแต่เรื่องตัวเลขและสถิติจนลืมไปว่างานขายประกันคือการขาย “ความอุ่นใจ” และ “ลดความเสี่ยง” ผลก็คือการนำเสนอผลประโยชน์ก็จะอยู่ในรูปแบบอาจารย์สอนหนังสือ แต่ไม่ได้นำเสนอสไตล์ที่ปรึกษาที่กุมหัวใจลูกค้าได้

4. ปอดแหกกับการขายคนรู้จัก “ที่ตัวเองไม่ชอบขี้หน้า”

เนื่องจากคำว่าอีโก้มันค้ำคอ ไม่เคยก้มหัวให้ใครมาก่อน ที่สำคัญคือ “ขาดสัญชาติญาณนักล่า” ซึ่งพวกเขารู้ดีครับว่าลูกค้าที่ยอดเยี่ยมที่สุดและมีปัญญาซื้อกรมธรรม์หลักแสนได้ก็คือ “เพื่อนหรือคนรู้จักที่มีเงิน” (โดยเฉพาะคนที่โปรไฟล์เคยกากกว่าตัวเอง) แต่ตัวเองก็เคยไปดูถูกหรือปรามาศมาก่อน ทำให้คิดไปเองว่าคนรู้จักกลุ่มนี้จะไม่ต้อนรับ ผลก็คือไม่ทำห่าอะไรที่รู้กาละเทศะแล้วทำให้คนรู้จักกลุ่มนั้นชอบได้ เอาแค่กดไลค์ ทักทาย คอมเม้น หรือทักไลน์มาแบบถูกกาละเทศะก็ไม่ทำ ปอดแหก ทำให้พลาดโอกาสในการได้ลูกค้าน้ำดีมาอย่างน่าเสียดาย

5. ไม่รู้จัก “ต่อยอด” จากคอนเนคชั่นของลูกค้าชั้นดี

ก็เหมือนกับเรื่องความใส่ใจ เรื่องนี้ถ้าไม่รู้จักสังเกตเพื่อน สังคม ครอบครัว ของลูกค้าที่ตัวเองดูแลอยู่แล้ว เนื่องจากกาละเทศะหรือการเปิดบทสนาที่จะต่อยอดไปหาคนมีตังของลูกค้าก็ไม่มี ผลก็คือปิดการขายได้ไม่กี่ราย สุดท้ายก็จบเห่ที่การขายได้กับลูกค้าเพียงคนเดียว

6. บุคลิก รูปร่าง หน้าตา ไม่น่าเชื่อถือ ทำให้ดูไม่มีวินัย

นี่ก็เป็นอีกหนึ่งจุดตายของเหล่ามือขายประกันโปรไฟล์ดีแต่ “พุงพลุ้ย” ทั้งๆ ที่ตัวเองขายผลิตภัณฑ์เกี่ยวกับสุขภาพและการเงินแต่ปล่อยให้ตัวเองมีหน้าตาที่บวมเหล้า ยิมไม่เข้า เอาแต่แดก ผลก็คือลูกค้าที่มีเงินและมีวินัยสูง ให้ความสำคัญกับเรื่องความเสี่ยงก็จะเลิกเชื่อถือคุณทันที เพราะตัวคุณยังคุมวินัยปากตัวเองยังไม่ได้เลย แล้วคุณจะคุมความเสี่ยงให้ลูกค้าได้อย่างไรครับ ถูกมั้ย

7. ไม่รู้จักเข้าสังคมใหม่ๆ หรือตะเกียกตะกายเข้าไปได้แล้วก็ไปแบบผิวๆ

ภาษาชาวบ้านคือหาคอนเนคชั่น ใช้เงินซื้อได้ แต่ “ไม่ได้ใจ” คนในคอนเนคชั่นครับ มาทำกิจกรรมก็ทำได้ไม่สุด เหมือนจะเฟรนลี่แต่ก็ไม่ให้ใจ เวลามีปาร์ตี้ก็เสือกกลับก่อน แถมหลังเรียนจบก็ไม่ค่อยติดต่อหรือให้ความสนใจกับคนที่ตัวเองรู้จัก เอาแค่เฟซบุ้คก็ยังไม่กดไลค์เพื่อนๆ ที่รู้จักเลยครับ (เพราะมันเอาแต่โพสต์เรื่องตัวเอง) ผลก็คือนักธุรกิจระดับสูงเขาดูออกว่าคุณใจไม่ได้ มีปัญญาเข้ามาหาคอนเนคชั่นแต่ถ้าไม่มีผลประโยชน์ต่อกันก็เป็นได้แค่คนรู้จักครับ

“ความมั่งคั่งไม่ได้วัดกันที่โปรไฟล์… แต่วัดกันที่คุณกล้า ‘ก้มหัว’ เพื่อเรียนรู้วิถีนักล่า และ ‘เงยหน้า’ เพื่อคุมวินัยตัวเองให้ลูกค้าเห็นบารมีหรือเปล่าครับ”

หยุดเป็นนักขายโปรไฟล์หรูที่ “กากหน้างาน” แล้วมาเรียนรู้วิธีเป็นจอมทัพที่ปิดดีลได้ทุกสมรภูมิ!

🔥 [The Master of Sales 2026: Sales Mastery]

🔥 ศาสตร์การปิดดีลและบริหารบารมีระดับจอมทัพ : รุ่นพิเศษ

มาฝึกวิชาที่ทำให้คุณ “เหนือกว่ากฎ Pareto” ในวันที่ 2 – 3 พฤษภาคม 2569:

Execution Strategy: เทคนิคการติดตามงานแบบถูกที่ ถูกเวลา และ “ได้ใจ”

Authority & Discipline: วิธีสร้างบุคลิกภาพที่ทรงพลังจนลูกค้าต้องเกรงใจ

High-End Connection: ศาสตร์การเข้าสังคมใหม่ๆ และการต่อยอดคอนเนคชั่นแบบ “ได้ใจ” ไม่ใช่แค่ “ได้รู้จัก”

Psychological Closing: วิธีทลายอีโก้ตัวเองเพื่อปิดดีลกับคนที่คุณ “ไม่ชอบขี้หน้า”

📅 วันที่: 23 – 24 พฤษภาคม 2569

⚡️ Early Bird Special: 15,900.- (จากปกติ 19,000.-) จำกัดเพียง 20 ท่าน เพื่อการปั้นนักล่าตัวจริงที่ไม่ใช่แค่พนักงานแต่งตัวดี!

“คนทั่วไปรบเพื่อ ‘อวดโปรไฟล์’… แต่จอมทัพรบเพื่อ ‘ครองใจและมั่งคั่งอย่างยั่งยืน’ ครับ”

👉 จองสิทธิ์ด่วนก่อนความสำเร็จจะหลุดมือ: [https://m.me/sales100million]

Leave your vote

Comments

0 comments

Similar Posts