ทำไมคนที่มี Branding ชัดเจน ถึงเจรจาสำเร็จตั้งแต่ยังไม่เริ่มอ้าปาก?
ในโลกของการปิดดีลระดับสูง คุณเคยสงสัยไหมว่าทำไม Sales Director บางคนเดินเข้าห้องประชุมแล้วดูมี “ออร่า” บางอย่างที่ทำให้ลูกค้าตั้งใจฟังเป็นพิเศษ ในขณะที่บางคนพยายามพรีเซนต์แทบตาย แต่ลูกค้ากลับเอาแต่นั่งสไลด์มือถือตลอดเวลา
ความลับไม่ได้อยู่ที่สไลด์ครับ แต่มันอยู่ที่ “บารมีก่อนการเจรจา” นี่คือ 3 เหตุผลที่ทำไม Personal Branding ถึงเป็นอาวุธที่อันตรายที่สุดของนักขายร้อยล้าน ดังนี้ครับ
1. ลดแรงต้าน ด้วยความน่าเชื่อถือ
ถ้าคุณไม่มีตัวตน คุณต้องเหนื่อยกับการพิสูจน์ตัวเองทุกครั้งเวลาที่เจอหน้า ลองคิดดูนะครับว่าคุณต้องเจอหน้าลูกค้าใหม่อีกไม่รู้ตั้งกี่ราย แต่ถ้าคุณมี Branding ที่แข็งแกร่ง ลูกค้าจะทำการบ้านเรื่องคุณมาบ้างแล้ว พวกเขาจะรู้สึกว่าเขากำลังคุยกับ “ผู้เชี่ยวชาญ” ไม่ใช่ “พนักงานขาย”
ผลลัพธ์: แรงต้านเรื่องราคาและความน่าเชื่อถือจะลดลง เพราะพวกเขาเชื่อใจในฝีมือคุณไปแล้วครึ่งหนึ่ง
2. การคุมเกม ผ่านบุคลิกภาพ
การเจรจาต่อรองไม่ใช่แค่เรื่องของตัวเลข แต่คือเรื่องของ “จิตวิทยา” ใครนิ่งกว่า ใครคุมจังหวะเสียงได้ดีกว่า และใครวางตัวได้เป็นที่ปรึกษามากกว่า คนนั้นคือผู้ชนะครับ
ผลลัพธ์: เมื่อคุณวางตัวให้พวกเขาสัมผัสได้ถึง “ชั้นเชิง” ความนิ่ง ไม่ลนลาน ลูกค้าจะเริ่ม “เกรงใจ” และไม่กล้าใช้มุกบีบราคาแบบสุ่มสี่สุ่มห้าแล้วครับ จริงๆ แค่นิ่งแล้วตอบได้อย่างถูกต้องก็ดูมีความน่าเชื่อถือสูงแล้วครับ
3. การสร้าง “ความต่าง” ที่คู่แข่งลอกเลียนแบบไม่ได้
สเปกหรือคุณสมบัติสินค้านั้นเลียนแบบกันได้ แต่ “ตัวตนและบารมี” ของคุณเลียนแบบไม่ได้ครับ Branding คือสิ่งที่ทำให้ลูกค้าเลือกคุณ แม้ว่าเจ้าอื่นจะเสนอราคาถูกกว่า เพราะเขาเชื่อว่า “การทำงานกับคุณ” คือการการันตีความสำเร็จ
วิธีสร้างตัวตนและบารมีระดับสูง
1. บารมีบนโลกออนไลน์ สร้าง “ตัวตน” ก่อนเจอหน้า
หน้าที่ของออนไลน์ไม่ใช่เพื่อ “ขายของ” แต่เพื่อทำให้ลูกค้าเกิดความรู้สึกว่า “คนนี้คือตัวจริง” ตั้งแต่เขายังไม่รับนัดคุณ
Content Mastery: เลิกโพสต์แต่รูปขายของ แต่ให้โพสต์ “คำเตือน” หรือ “Insight” ที่มีแค่คนวงในเท่านั้นที่รู้ เช่น กระแสทางธุรกิจ ข่าวดีหรือข่าวร้ายต่างๆ เป็นต้น เมื่อลูกค้าอ่านแล้วรู้สึกว่า “เออ จริงว่ะ” บารมีคุณจะพุ่งทันที
Platform Consistency: โปรไฟล์ LinkedIn หรือ เฟซบุ้ค ของคุณต้องเนี้ยบเหมือนสูทที่ตัดมาอย่างดี รูปโปรไฟล์ต้องสื่อถึง Executive Presence และข้อมูลต้องระบุชัดเจนว่าคุณคือ “ผู้แก้ปัญหา” ไม่ใช่ “ผู้มาขอออเดอร์”
The Expert Case: การแชร์ Case Study ที่ประสบความสำเร็จแบบดุดัน คือการส่งสัญญาณว่าคุณคือ “คนคุมเกม” ทำได้จริง
2. บารมีบนโลกออฟไลน์ คุมเกมด้วย “ชั้นเชิง” หน้างาน
The Power of Silence: คนไม่มีบารมีจะพยายาม “พูดเยอะๆ” เพื่อกลบเกลื่อนความตื่นเต้น แต่คนมีบารมีจะ “ฟังเยอะและเงียบเป็น” การเงียบ 3 วินาทีก่อนตอบคำถามสำคัญ คือการแสดงออกถึงความนิ่งระดับหน่วย SEAL
Body Language & Voice Tone: การนั่งหลังตรง การสบตาที่นิ่ง (ไม่วอกแวก) และการใช้น้ำเสียงทุ้มลึก จะทำให้คำพูดคุณดูมีน้ำหนักขึ้น 10 เท่า ลูกค้าจะรู้สึกโดยสัญชาตญาณว่าคุณคือ “คนที่พึ่งพาได้”
The “No” Power: บารมีจะเกิดสูงสุดเมื่อคุณกล้า “ปฏิเสธ” ลูกค้าในสิ่งที่ไม่ถูกต้อง หรือสิ่งที่ทำไม่ได้ การเป็น Yes-man จะทำให้คุณดูเหมือนเบี้ยล่าง แต่การกล้าพูดว่า “พี่ครับ ทางนี้ไม่เวิร์ค ผมแนะนำอีกทางที่ยั่งยืนกว่า” จะทำให้คุณกลายเป็นที่ปรึกษาที่เขาต้องเกรงใจ
“ในการเจรจาระดับสูง… บารมีที่คุณสร้างมา 1 ปี มีค่ามากกว่าส่วนลดที่คุณลดให้เขา 10 นาที” อย่ารอให้ถึงวันเจรจาแล้วค่อยสร้างความประทับใจ แต่จงสร้างตัวตนให้เขา “ยำเกรง” ตั้งแต่ก่อนเจอหน้าครับ
🔥 [Workshop: ศาสตร์แห่งบารมีและการเจรจาที่ไม่มีวันพ่ายแพ้] 🔥 ยกระดับตัวคุณให้เป็น “แบรนด์” ที่ลูกค้าต้องร้องขอเซ็นสัญญากับคอร์ส: “Personal Branding & Negotiation Mastery”
🎯 สิ่งที่คุณจะได้ขยี้เพื่อสร้างตัวตนระดับจอมทัพ:
✅ Executive Presence: ศาสตร์การวางตัวให้ดู “แพง” และน่าเชื่อถือในสายตา CEO
✅ High-Stakes Negotiation: ชั้นเชิงการเจรจาขั้นสูงที่เน้นการคุมเกมอารมณ์และจิตวิทยา
✅ Digital Authority: วิธีใช้ Social Media สร้างบารมีให้ลูกค้าวิ่งเข้าหาแทนการวิ่งไล่ตาม
✅ The Art of Influence: เทคนิคการโน้มน้าวใจที่ทำให้ลูกค้าเกรงใจจนปฏิเสธไม่ลง
📅 วันที่ 7 มีนาคม 2569 📍 สถานที่: [Novotel Bangkok Sukhumvit 20] เวลา: 10.00-18.00น.
[⚡️ ข้อเสนอพิเศษ: เฉพาะ 10 ท่านแรก] ลงทะเบียน Blind Bird: 11,900.- (ปกติ 15,900.-)
อย่าปล่อยให้ความเก่งของคุณถูกบดบังเพียงเพราะคุณ “วางตัว” ไม่เป็น!
👉 จองสิทธิ์ด่วน: [https://m.me/sales100million]
👉 รายละเอียดหลักสูตร: [https://www.eventpop.me/e/137299/personal-branding-44th]
Comments
0 comments
