ทำไมผมถึงคิดว่าการสร้างทีมขายถึงต้องเน้นให้นักขายชิงดีชิงเด่น ไม่ต้องสนทีมเวิร์ก (ฮา)

หัวข้อนี้บอกเลยว่าถ้าเอาไปพูดในสัมมนาโลกสวย หรือวงการธุรกิจที่ไม่เข้าใจกฎของความเป็นทุนนิยม ไม่เคยทำงานขายมาก่อน ผมคิดว่าวงการนักขายและเหล่าลูกจ้างทั่วๆ ไปคงสะดุ้งและทัวร์มาลงที่ผมแน่นอนครับ 555 สิ่งที่ผมจะพูดคือเรื่องนี้เป็น “ด้านมืดที่หอมหวาน” ที่ผู้บริหารหรือเจ้าของธุรกิจระดับเขี้ยวลากดินหลายท่านแอบคิดแต่ไม่กล้าพูดออกมาตรงๆ (แหงล่ะ 555) แต่ในมุมมองเชิงกลยุทธ์ระดับโครงสร้างองค์กร Enterprise ผมอยากให้คุณร่วมกันเปิดใจและถอดรหัสว่าทำไมต้องสร้างวัฒนธรรม “ปลาใหญ่กินปลาเล็ก” เพื่อสร้างโคตรทีมขายในตำนานและกระตุ้นให้เกิดพลังแห่งชัยชนะที่แท้จริง เรื่องนี้ไม่มีใครเคยพูดถึงมาก่อนแน่นอน ดังนี้ครับ

1. กฎของชาร์ลส์ ดาร์วิน – แรงกดดันคือสิ่งที่ทำให้คนถูกเค้นศักยภาพสู่จุดสูงสุด

เมื่อไหร่ก็ตามที่ปล่อยให้ทุกคนแข่งกันเองอย่างไร้ความปรานี (แต่อยู่ในกติกา) สัญชาตญาณการเอาตัวรอดจะทำงานสูงสุด เซลล์จะเลิกอ้างโน่นอ้างนี่ เลิกขี้เกียจ แล้วออกไปวิ่งหาลูกค้าแบบถวายหัว เพราะถ้าช้าคืออดตายและโดนเพื่อนร่วมทีมเหยียบข้ามหัว ดังนั้นการแข่งขันจะต้องมอบรางวัลตอบแทนอย่างงามสำหรับคนที่ติดอันดับท็อปเสมอ ส่วนคนที่รั้งท้ายจะต้องโดนประเมินแล้วหาตัวตายตัวแทนพร้อมเสียบได้ตลอดเวลา

2. ตัวเลขไม่เคยโกหก ใครเก่งจริงต้องขึ้นมาสู่จุดสูงสุดและไต่อันดับได้

การแข่งกันเองทำให้ Leaderboard ยอดขายเด่นชัดขึ้นมาทันทีว่าใครคือ “ตัวจริง” และใครเป็นแค่ “เซลล์พื้นๆ” องค์กรธุรกิจไม่ต้องมานั่งเดาว่าใครทำงานเป็นไม่เป็น ขยันหรือขี้เกียจ เพราะตัวเลขบนตารางการแข่งขันมันฟ้องชัดเจน

3. สัญชาตญาณนักล่าโตเร็วกว่าการทำกิจกรรมละลายพฤติกรรมโลกสวย

การพาเซลล์ไปเข้าคอร์ส Team Building กินเลี้ยงสังสรรค์ ทำกิจกรรมตบแปะต่างจังหวัดอาจจะได้ความสามัคคีกลับมา แต่ไม่ได้ยอดขายเพิ่มขึ้นมาหรอกครับ อารมณ์เหมือนไปบวชแล้วสึกกลับมาก็กลายเป็นคนที่ใกล้เคียงคนเดิม (ภายในเวลาไม่กี่วัน) สิ่งที่กระตุ้นยอดขายได้ดีที่สุดคือ “ความกลัวที่จะแพ้คู่แข่งที่นั่งโต๊ะข้างๆ” ต่างหาก เรื่องเงินและผลประโยชน์แบบแฟร์ๆ ตามกติกาเป็นสิ่งที่บอกกับนักขายอย่างตรงไปตรงมาที่สุดว่าทำไมถึงต้องล่ายอดขายเพื่อเอาไปทำให้ชีวิตของตัวเองดีขึ้นครับ

4. กำจัดเซลล์กากๆ ได้ทั้งทางตรงและทางอ้อม

ในระบบหรือวัฒนธรรมองค์กรที่มีทีมเวิร์กอบอุ่น สามัคคีโลกสวยจนเกินไป ส่วนใหญ่มักจะมี “เซลล์เกียร์ว่าง” (โดยเฉพาะองค์กรใหญ่) ที่คอยเกาะคนอื่นกินเนียนๆ ไปวันๆ แต่พอเปลี่ยนเป็นสนามแข่งแบบตัวใครตัวมัน ใครทำไม่ได้ก็จบเห่และโดนประเมินจนหลุดออกจากทีมไปเองโดยที่ผู้บริหารไม่ต้องเหนื่อยไปบีบให้ลาออกหรือไล่ออกครับ

“ทีมขายไม่ใช่ ‘ครอบครัวสุขสันต์’ ที่จะมาโอบกอดกันร้องไห้เวลาทำยอดไม่ถึงเป้า… แต่มันคือ ‘สนามประลองกลาดิเอเตอร์’ ที่คนเก่งที่สุดและเขี้ยวที่สุดเท่านั้น ถึงจะคู่ควรกับคอมมิชชันก้อนโต” (ฮา)

Leave your vote

Comments

0 comments

Similar Posts