5 คำพูดต้องห้าม… ที่นักขายไก่อ่อนมักพูดส่งเดช
ถ้าคุณอยู่ในโลกของการขาย คงปฎิเสธไม่ได้ว่านอกจากสมองหรือกึ๋นแล้ว อวัยวะสำคัญที่ทำให้คุณสามารถปิดการขายได้ก็คือ “รูปาก” นี่แหละครับ เรียกได้ว่าพูดดีเป็นศรีแก่ปาก ส่วนพูดมาก (หรือพูดไม่เข้าหู) ก็คือปากจะมีสี (แดง) นั่นเองครับ แน่นอนว่าศาสตร์แห่งการพูดนั้น จะดีที่สุดไม่ว่าคุณกำลังเรียนภาษาศาสตร์อะไรใหม่ๆ เช่น ภาษาอังกฤษ จีน เกาหลี ฯลฯ คำพูดที่ควรเรียนที่สุดก็คือคำพูดที่ไม่ควรพูดนี่แหละครับ เพราะอย่างน้อยคุณก็ไม่เสร่อเฟอะฟะหรือโดนต่อยปากแล้ว (ฮา) ดังนั้นการขายเองก็มีภาษาศาสตร์เช่นกันที่เป็นเรื่องต้องห้าม พร้อมเหตุผลที่ไม่ควรพูดจากผมครับ
1. เดี๋ยวผมลดราคาพิเศษให้เป็นกรณีพิเศษเลยครับ (ทั้งๆ ที่ลูกค้ายังไม่ได้ขอ)
การรีบเสนอส่วนลดหรือลดราคาทันทีโดยที่ลูกค้ายังไม่ทันเอ่ยปากต่อรอง นอกจากจะเสียอำนาจต่อรองและเสียกำไร ทั้งๆ ที่อาจจะขายได้ในราคาเต็ม ลูกค้าสายเก๋าเขาจะดูออกเลยครับว่าไอ้นี่มันไก่อ่อน อยากได้งานจนตัวสั่น ทีนี้จะบีบหรือจะบี้ให้ลดราคาอีกก็ไม่ยาก ผลก็คือให้ส่วนลดไปแล้วแต่ทำไมลูกค้ายังขอลดอยู่ดีวะ (ฮา) อีกเรื่องนึงในการขาย Solution หรืองานโครงการคือการประจานตัวเองว่า “สินค้าและบริการของคุณไม่มีมูลค่าในตัวเองตั้งแต่แรก” มันทำให้ลูกค้ามองว่าราคาที่คุณตั้งไว้ตอนแรกคือการ “บวกกำไรเกินควร” และพวกเขาก็จะลดความน่าเชื่อถือในตัวคุณลงทันที คำพูดที่ดีกว่าก็คือไม่ต้องพูดเรื่องส่วนลดจนกว่าลูกค้าจะเป็นฝ่ายต่อราคาครับ
2. อันนี้ผมไม่แน่ใจครับ แต่คิดว่าน่าจะได้นะพี่
ในการเจรจากับผู้บริหารระดับ C-Level หรือฝ่ายจัดซื้อองค์กรใหญ่q คำว่า “ไม่แน่ใจ” หรือทึกทักเอาเอง คือสัญญาณเตือนว่าคุณไม่ใช่มืออาชีพ ความไม่ชัวร์ของคุณจะทำให้ลูกค้ารู้สึกว่าถ้าซื้อระบบหรือบริการไปแล้ว บริษัทลูกค้าต้องมาซวยเพราะความสะเพร่าของคุณแน่ๆ แถมลูกค้ายังจำแม่นเสียด้วย ถ้าคุณไปรับปากอะไรซีซั้ว เช่น สโคปงาน ส่วนลด สัญญา ฯลฯ ลูกค้าจะจำแล้วเอาเรื่องนี้มาบลัฟคุณจนแก้สถานการณ์ได้ยากมาก วิธีที่ดีกว่าคือไม่แน่ใจ ไม่รู้ ก็บอกว่าไม่รู้ ไม่ชัวร์ แล้วจะรีบกลับไปเช็คหลังบ้านเป็นลายลักษณ์อักษรอะไรก็ว่ากันไป แต่ต้องมีตัวหนังสือยืนยันเสมอ
3. รับรองว่าไม่มีปัญหาแน่นอนครับพี่ 100%
ในโลกนี้ “ไม่มีอะไร 100%” ครับ ขนาดถุงยางยังกันท้องได้เพียง 90-99% เอง (ฮา) นี่คือต้นเหตุของโรค “นักขายรับปากส่งเดช” ซึ่งเมื่อคุณการันตีอะไรที่มันเกินจริงเพื่อให้ได้ลายเซ็นในวันนี้ วันส่งมอบงานจริงและหลังขายจะมีนรกมาเยือน เมื่อทีมหลังบ้านทำไม่ได้อย่างที่ปากพูด ความไว้วางใจจะชิบหายหมด และลูกค้าจะขึ้นแบล็กลิสต์คุณถาวร วิธีที่ดีกว่าคือกลับไปเช็คหลังบ้านแล้วออกเอกสาร SLA ว่าอะไรทำได้บ้าง ไม่ได้บ้าง เพื่อยืนยันการส่งมอบงานและบริการหลังการขายแบบ 100% ครับ
4. ถ้าพี่ไม่รีบตัดสินใจตอนนี้ โปรโมชันนี้จะหมดเขตวันนี้นะครับ
จำไว้นะครับว่าการขายโครงการ B2B ห้ามพูดอะไรที่เป็นเทคนิคการขายแบบการตลาดเป็นอันขาด ลูกค้าระดับองค์กรเกลียดการถูกกดดันด้วยมุกตลาดนัดที่สุด การใช้มุกเร่งรัดแบบนี้ทำให้คุณดูเหมือน “เซลล์ขายตรงที่กำลังร้อนเงิน” ซึ่งทำลายภาพลักษณ์ความน่าเชื่อถือของบริษัทคุณจนหมดสิ้น การเร่งเร้าแบบมีคลาสมากกว่าคือการพูดถึงเรื่อง Scope งานและ Timeline ที่ลูกค้าต้องการเริ่มโครงการกับทีมงานและทรัพยากรของคุณที่มีอยู่จำกัด ลูกค้าควรจะเริ่มตัดสินใจซื้อเพื่อให้งานออกมาเนี้ยบที่สุด
5. คู่แข่งเจ้านั้นระบบแย่ครับพี่ อย่าไปใช้เลย ของผมดีกว่าเยอะ
การโจมตีคู่แข่งอย่างออกนอกหน้าไม่ได้ทำให้คุณดูเหนือกว่า แต่มันทำให้คุณดู “ไม่มีคลาส” และแสดงความไม่มั่นใจในจุดแข็งของตัวเอง ลูกค้าฉลาดพอที่จะมองออกว่าคุณกำลังกลัวคู่แข่ง คำพูดที่ดีกว่าคือการยอมรับไปเลยว่าคู่แข่งเจ๋งกว่าคุณเรื่องไหนก็มอบๆ ไป ส่วนอันไหนที่คุณเด่นและแตกต่างก็ให้ลูกค้าเข้าใจตรงจุดนี้จะดีกว่า ซึ่งจุดเด่นของคุณควรจะตอบโจทย์ลูกค้าได้ดีกว่านั่นเองครับ
สรุป: คำพูดเปลี่ยนเกม ชีวิตนักขายก็เปลี่ยน
คำพูดในห้องประชุมไม่ใช่แค่เรื่องของการ “คุยให้สนุก” แต่มันคือเครื่องมือวัดระดับความน่าเชื่อถือ นักขายระดับ Partnership จะไม่ใช้คำพูดที่ดูเอาตัวรอดหรือเร่งรีบ แต่เขาจะใช้คำพูดที่แสดงถึงความรับผิดชอบ ความเชี่ยวชาญ และความเข้าใจในปัญหาของธุรกิจอย่างแท้จริง
👑 Sales Mastery B2B Enterprise (รุ่นที่ 103) หลักสูตรปลุกปั้น Strategic Deal-Maker ตัวจริง เปลี่ยนคุณจากคนขายของให้เป็นพาร์ทเนอร์ธุรกิจระดับองค์กร
📅 22 – 23 สิงหาคม 2569 |
📍 Novotel Bangkok Sukhumvit 20
🔥 Early Bird: 15,900.- 👉 สำรองที่นั่งด่วน: [https://m.me/sales100million] หรือ LINE: @sales100million
Comments
0 comments
