วิธีทวงเงินบริษัทใหญ่ให้ได้ผล บี้ยังไงให้พนักงานขยับ หัวหน้าต้องออกมารับผิด

เรื่องนี้พึ่งเกิดกับผมสดๆ ร้อนๆ เลยครับ คือบริษัทใหญ่มากทำโปรเจคและผมส่งมอบไปแล้วเกินกว่า 3 เดือน พอทวงเงินเรื่องก็เงียบ ไม่มีใครรับผิดชอบ เรียกได้ว่า “เดือด” จากเหตุการณ์นี้แบบสุดๆ เพราะไม่ได้เงินซักที จงจำไว้เสมอครับว่าบริษัทใหญ่มีขั้นตอนการอนุมัติจ่ายเงินที่ซับซ้อนมาก ต้องผ่านหลายขั้น จริงอยู่ที่บางบริษัทถึงขั้นต้องรอ 60 วันเลยด้วยซ้ำ ดังนั้น การดีลกับบริษัทยักษ์ใหญ่ คุณต้องเข้าใจก่อนว่า “ระบบ” มักจะถูกใช้เป็นข้ออ้างเพื่อบังหน้า “ความขี้เกียจ” หรือ “ความล่าช้า” ของคนทำงานภายในครับ นี่คือวิชาทวงเงินที่ทำให้เรื่องเดินไวที่สุด (ได้ผลทุกเคส) ดังนี้ครับ

1. ต้องสร้าง “แรงกดดันทางสังคม” ทวงเงินผ่านไลน์

บริษัทใหญ่มักชอบทำงานผ่าน Group Line เพราะเราและลูกค้ามักดึงคนที่เกี่ยวข้องหลายกลุ่มเข้ามารวมในไลน์เดียวกันเพื่ออัพเดทงานแบบมีลายลักษณ์อักษร ดังนั้นในนั้นจะมีทั้งระดับนายใหญ่ ผู้จัดการโครงการ ไปจนถึงสตาฟ คุณจึงสามารถใช้การไลน์หมู่เพื่อเป็น “ผู้คุมกฎ” และทำให้ระดับหัวหน้าต้อง “ดิ้น” ลงมือทำอะไรซักอย่าง ด้วยวิธีนี้

วิธีทำ: พิมพ์ @All แล้วระบุจำนวนวันที่ล่าช้าให้ชัดเจน เช่น ล่าช้ามา 3 เดือนแล้ว พร้อมข้อความที่เป็นทางการเรื่องรายละเอียดการชำระเงิน และสาเหตุที่จำเป็นต้องชำระเงินให้เรา เช่น เราต้องเปิดระบบ เราต้องใช้เงินในการดำเนินงาน เป็นต้น

ทำไมต้องทำ: เมื่อข้อมูลถูกกางออกมาในกลุ่มที่มีคนอยู่เยอะ พนักงานระดับหัวหน้าหรือผู้จัดการโครงการจะ “เสียหน้า” และโดน “กดดัน” เพราะมีหลักฐานมัดตัวว่าเขาทำงานช้า ไม่ได้ดำเนินการเรื่องการชำระเงินกับคู่ค้าต่อหน้าเพื่อนร่วมงานและหัวหน้า ถือว่าเป็นการเสียเครดิตอย่างร้ายแรงและไม่ได้ทำให้เราดูแย่ครับ

จำไว้นะครับว่าคนทำงานระดับพนักงานกลัวพลาดที่สุดคือ ‘ความจริงที่ถูกเปิดเผยในที่แจ้ง’ ครับ

2. ใช้คำว่า “Escalate” และ “เครดิตเสียหาย”

“Escalate” เป็นศัพท์เฉพาะในวงการ B2B ขั้นสูงตั้งแต่สมัยที่ผมทำงานที่ Dell แปลว่ายกระดับและพนักงานภายในต้องส่งเรื่องถึงหัวหน้าด่วน จงใช้คำนี้ในการแจ้งลูกค้าว่าขอให้ Escalate เคสนี้ แต่อย่าบอกว่าเรากำลังเดือดร้อนเรื่องเงิน (ถึงจะเดือดร้อนจริงๆ) แต่ให้บอกว่า “ระบบวินัยทางการเงินของเรากำลังจะพัง”

วิธีทำ: แจ้งความเสียหายในเชิงธุรกิจที่เราโดน เช่น “ยอดค้างส่งผลกระทบต่อเครดิตผมกับคู่ค้า และผิดสัญญาที่ตกลงกันไว้ ผมจำเป็นต้องรบกวนทางลูกค้าให้ Escalate เรื่องนี้เพื่อให้ผู้บริหารรับทราบด่วนครับ”

ผลลัพธ์: คำว่า “Escalate” หรือการขอให้คนที่คุณดีลส่งเรื่องให้หัวหน้าและนายใหญ่ คือปุ่ม Panic ของพนักงานบริษัทใหญ่ครับ เขาจะเริ่มรู้แล้วว่า “เก้าอี้กำลังร้อน” แล้วต้องทำอะไรซักอย่าง เพราะถ้านิ่งเฉย ผู้จัดการโครงการรายนี้จะเสียเครดิตกับสตาฟ เรา และหัวหน้าเขาอย่างรุนแรง

3. ขอคุย “ส่วนตัว” กับระดับหัวหน้า

เมื่อคนทำงานระดับปฏิบัติการ เช่น Admin, Operation, etc. เดินเรื่องช้า คุณต้องขยับไปหาคนที่มี “อำนาจอนุมัติ” ที่เหนือกว่า โดยมากจะเป็นระดับ Head ขึ้นไป

วิธีทำ: พิมพ์ในกรุ๊ปว่า “ผมจะคุยกับท่านใดเป็นการส่วนตัวได้บ้างครับ จะได้ไม่รบกวนผู้ไม่เกี่ยวข้อง”

นี่คือการ ‘เชือดไก่ให้ลิงดู’ ครับ พนักงานจะรู้ทันทีว่าคุณไม่ใช่เซลล์กระจอกที่คุณจะดองงานได้ แต่คุณสามารถขอสิทธิ์และเบอร์โทรตรงถึงเจ้านายเขา แต่แนะนำเพิ่มเติมถ้าคุณเป็นลูกกระจ๊อกและปอดแหกอยู่ ให้อ้างเจ้านายและปรึกษาเจ้านายก่อนพิมพ์ข้อความเข้าไปนะครับ

4. ต่อรอง “ความผิด” ให้เป็น “บุญคุณ”

เมื่อลูกค้าโทรมาขอโทษ (เหมือนเคสผมในวันนี้) อย่าเพิ่งใจดีทันที เพราะคุณสามารถต่อรองวันเก็บเงินให้เร็วกว่าเดิมได้ หรือถ้าลูกค้ามีรอบที่ต้องทำจริงๆ เป็นไปได้ว่าคุณสามารถยอมรับรอบจ่ายที่เขาเสนอ (ถ้าปรับไม่ได้จริง) แต่ต้องตบท้ายว่า “ผมช่วยเพราะเห็นแก่พี่ที่ออกหน้ารับเรื่องเองนะครับ แต่ครั้งหน้าผมขอให้พี่กำชับทีมงานห้ามมีแบบนี้อีก”

ผลลัพธ์: คุณจะได้ “หนี้บุญคุณ” จากหัวหน้าคนนั้นมาฟรีๆ และครั้งหน้างานของคุณจะถูกเลื่อนขึ้นมาอยู่บนสุดของกองเอกสารเสมอครับ

ถ้าคุณทวงแบบขอส่วนบุญ คุณจะได้เงินตามอารมณ์เขา แต่ถ้าคุณทวงแบบ ‘คนคุมกฎ’ คุณจะได้เงินตามสัญญาและความเกรงใจครับ อย่างไรก็ตาม เป็นเด็กจบใหม่ ลูกกระจ๊อก ต้องปรึกษาเจ้านายทุกครั้งนะครับ เดี๋ยวทำอะไรสุ่มสี่สุ่มห้าไปแล้วจะดูก้าวร้าว ข้ามหน้าข้ามตานายมากเกินไป (ฮา)

Leave your vote

Comments

0 comments

Similar Posts