วิกฤติที่นักขาย Gen-Y วัย 40 ต้องเจอ

เดือนนี้ผมอายุ 40 พอดิบพอดีครับ (ซึ่งสภาพร่างกายและหน้าตายังฟิตปั๋ง ฮา) และอยู่ในฐานะเจ้าของกิจการกับวิทยากรระดับชาติเรียบร้อยแล้ว ผมเลยนึกย้อนกลับไปว่าถ้าผมยังเป็นนักขายองค์กร B2B อยู่ในวัยอายุ 40 แล้วผมจะเป็นยังไงกันบ้างนะ ซึ่งตัวเทียบที่ดีที่สุดก็คือบรรดาลูกศิษย์และเพื่อนในวงการรุ่นเดียวกันก็คงจะพอบอกได้ว่าแต่ละคนมีอนาคตเป็นอย่างไร เรื่องดีๆ ไม่ต้องพูดถึง หลายๆ คนเป็นใหญ่เป็นโต เลื่อนตำแหน่ง หรือเป็นเจ้าของธุรกิจได้ แต่กับ “คนส่วนใหญ่” ช่วงอายุ 40 และยังเป็นเซลล์ บอกเลยว่ามีช่วงเวลาวิกฤติที่คุณต้องเจอและก้าวข้ามมันไปให้ได้แน่นอนครับ และนี่คือสิ่งที่ผมคิดว่าพวกคุณต้องเรียนรู้และผ่านมันไปให้ได้ ดังนี้ครับ

1. วิกฤติคอนเนคชั่นหมดอายุ

สิ่งที่ทำให้นักขายวัย 40 ไม่รู้ตัวและประมาทมากที่สุดก็คือ คีย์แมนหรือลูกค้าผู้ใหญ่ระดับผู้บริหารที่คุณสนิทสนมและดีลงานกันมาเป็นสิบๆ ปี เริ่มทยอยเกษียณอายุ หรือลาออกจากตำแหน่ง ถ้าเป็นธุรกิจยี่ปั๊วซาปั๊วก็เป็นช่วงเปลี่ยนผ่านจากรุ่นเถ้าแก่มาเป็นรุ่นทายาท Gen-Y, Gen-Z ผลก็คือคอนเนคชั่นหรือความสัมพันธ์ที่คุณมีอาจจะหมดประโยชน์ไปเลยก็ว่าได้ ธุรกิจกงสีลูกค้ายังพอได้ถ้าคุณมีแต้มบุญกับลูกทายาทมากพอ แต่ถ้าเป็นธุรกิจเอกชน ราชการ ลูกค้าหลายๆ คนก็คือลูกจ้างคนนึงเหมือนกัน ถ้ากลุ่มกองเชียร์ของคุณลาออกไปแล้วเจอลูกค้ากลุ่มใหม่ที่ไม่รู้จักหรือโปรคู่แข่งคุณมากกว่า ผลก็คือปิดประตูการขายแทบจะทั้งหมดครับ ต้องสร้างใหม่จาก 0 ทั้งหมด

2. วิกฤติ Burnout จากการเป็น “หมาล่าเนื้อ” มานาน

ช่วงวัย 40 ผมพูดเลยว่าคน 70-80% สภาพร่างกายย่ำแย่มาก อ้วน ลงพุง ไม่ดูแลตัวเองด้วยภาระรัดตัวต่างๆ นานา ลูกก็ต้องเลี้ยง บ้านก็ต้องผ่อน งานก็ต้องทำ นอนก็ไม่พอ ฯลฯ ผลก็คือลูกสดหรือลูกขยันเวลาออกไปขายหน้างาน โดยเฉพาะการโทรทำนัดหรือเข้าพบลูกค้ารายวันหลายๆ คน แค่ขับรถก็เหนื่อยแล้วครับ ไม่มีทางล่าได้ไม่มีหมดเหมือนตอนวัยหนุ่มอายุ 20-30 แน่นอน (ลองถามตัวเองดูครับว่าคุณขยันเหมือนสมัยก่อนไหม) หมายความว่าถ้าคุณบารมีไม่ถึง ลูกเก๋ามีไม่พอ คุมทีมไม่ได้ นอกจากเงินเดือนสูงกว่าพวกเด็กรุ่นใหม่ที่ขยันกว่าแต่กลับทำผลงานได้ดีกว่า คุณก็หลายเป็นแค่ภาระขององค์กรที่รอโดนไล่ออกครับ ดังนั้นถ้าคุณไม่สามารถเปิดใจหรือก้าวสู่สายบริหารได้ คุณจะโดนบดขยี้โดยนักขาย Gen-Z ที่สดกว่า ใช้เทคโนโลยี AI ปิดการขายได้คล่องแคล่วกว่าแน่นอนครับ

3. วิกฤติเริ่มกลายเป็น “คนตกยุค” เหมือนนักขาย Gen-X, Baby Boomer ที่เคยแซะ (ฮา)

ปัจจุบันโลกธุรกิจถูกรันด้วยระบบ Generative AI, ระบบการคาดการณ์ยอดขาย Sales Forecast ที่แม่นยำ และเครื่องมือวิเคราะห์ Data Intelligence ขั้นสูง ด้วยความว่าเป็นนักขายที่ลูกพี่เป็นคน Gen-X เบบี้บูมที่เน้นสอนการขายแบบครูพักลักจำ เน้นความสนิทสนมอย่างเดียว หาสาระไม่ได้อะไรทำนองนั้น (แต่ก็ขายได้อยู่) ผลก็คือการสอนของลูกพี่เหล่านั้นทำให้นักขายวัย 40 หลายคนหน้าบาง ไม่มีความรู้ เป็นน้ำเต็มแก้ว ไม่กล้าเรียนรู้สิ่งใหม่ นั่งกอดความสำเร็จเก่าๆ ในอดีตไปวันๆ (มีเยอะมาก) ผลลัพธ์ก็คือคุณจะคุยกับลูกค้าระดับ C-Level ยุคใหม่หรือลูกทายาทพวกจบ MBA เมืองนอกบ้าข้อมูลไม่รู้เรื่อง และหมดอำนาจต่อรองในห้องประชุมทันที กลายเป็นเซลล์กระจอกแถมยังโดนโขกสับโดยพวกนี้อีก

4. วิกฤติกับดักรายได้และไม่มีทางรวยไปกว่านี้อีกแล้ว

ถ้าคุณไม่สามารถโตในสายงานขายไปกว่านี้ ตำแหน่งจะตันแค่ Key Account Manager ฐานเงินเดือนสูงและเหมือนจะดูดี ซึ่งถ้าคุณไม่ยอมเรียนรู้ทักษะงานบริหารหรือเตรียมตัวเป็นผู้จัดการฝ่ายขาย แม้กระทั่งสร้างอาณาจักรทำธุรกิจเป็นของตนเอง ยอดขายและค่าคอมมิชชันของคุณจะเริ่มนิ่งและชนเพดาน เพราะพอร์ตลูกค้าเดิมไม่เติบโต ฟาร์มลูกค้าเก่าไปวันๆ รักษายอดแบบงั้นๆ รอลูกฟลุ้ก ในขณะที่ผู้บริหารในองค์กรคุณจะเริ่มมองว่าเงินเดือนและค่าคอมฯ ของคุณ “แพงเกินไป” เมื่อเทียบกับปริมาณงานที่ทำ ถ้าองค์กรใจดีหน่อยก็จะเลี้ยงคุณไว้ให้คุณทำงานขายแบบนั้นไปเรื่อยๆ แล้วก็จะจ้างผู้จัดการฝ่ายขายคนนอกรุ่นใหม่มา “กดดันและล้างบาง” เพิ่ม KPI กับโขกสับคุณทุกรูปแบบแบบไม่สนความเป็นรุ่นพี่รุ่นน้อง ทนได้ก็ทนไปครับ แต่ถ้าทนไม่ได้ก็ต้องลาออกไปหางาน Key Account เวียนว่ายตายเกิดไปเรื่อยๆ ในขณะที่ออกไปทำธุรกิจเองก็เสี่ยง ไร้ค่าอย่างหมดรูป

“นักขายกากๆ วัย 40 จะนั่งรอวันหมดอายุ กอดอดีตแล้วยอมจำนนต่อโชคชะตา… แต่นักขายระดับ Elite จะรีบปรับตัว ใช้ประสบการณ์มาผสานกับพลังเทคโนโลยี AI ทำระบบหลังบ้านให้แม่นยำ เพื่อผันตัวขึ้นเป็นผู้คุมชีวิตตัวเองหรือเป็นผู้บริหารรุ่นใหม่ได้อย่างเหนือชั้นครับ”

สำหรับ Sales Manager, Sales Director และนักขายวัย 40+ ที่ต้องการทรานส์ฟอร์มตัวเองสู่จอมทัพนักวางกลยุทธ์ คุมโครงสร้างทีมขายและระบบพยากรณ์ยอดขายแม่นยำยุค AI ลุยต่อร่วมกันได้ที่:

👑 Sales Director & Sales Strategy (รุ่นที่ 91)

👑 📅 วันเรียน: 11 – 12 กรกฎาคม 2569 |

📍 Novotel Sukhumvit 20

🔥 สิทธิ์พิเศษ Exclusive Founder’s Price: 19,000.- (เฉพาะ 10 ท่านแรก)

👉 คลิกสำรองที่นั่งทันที: [https://m.me/sales100million] หรือ LINE: @sales100million

Leave your vote

Comments

0 comments

Similar Posts