5 คำแนะนำจากท็อปเซลล์ชื่อก้องโลกเมื่อยอดขายคุณยังไม่มา

 

ผมได้อ่านหนังสือและเจอบทความที่น่าสนใจจากเว็บไซต์ของฝรั่ง ซึ่งมีความเกี่ยวข้องกับชีวิตนักขายหลายๆ ท่านที่เริ่มมีปัญหาเรื่องยอดขายปลายปีนี้ที่ยังไม่เข้าเป้าหรือได้ผลเป็นที่ไม่น่าพอใจนัก จึงทำให้คุณเริ่มท้อแท้

 

ช่วงเวลาของการที่ยอดขายยังไม่มา ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลอะไรก็แล้วแต่ เช่น จังหวะยังไม่ได้ แพ้ดีลใหญ่ต่อคู่แข่ง สินค้ามีปัญหา ลูกค้ายกเลิกการซื้อขาย ฯลฯ ทั้งๆ ที่ตัวคุณก็ทำงานได้อย่างมืออาชีพ ฟอร์มก็ยังดูดี แต่ยอดขายก็ยังไม่มา เรื่องนี้เป็นเรื่องธรรมดาที่เกิดขึ้นได้กับนักขายทุกระดับครับ ไม่เว้นแม้กระทั่งตัวผมเอง

 

ในฐานะที่ผมเองอยู่ในวงการขายแบบองค์กรมา 10 กว่าปี ผ่านประสบการณ์ในช่วงเวลาที่ย่ำแย่ ยอดขายไม่ได้เรื่อง ยุคมืดต่างๆ นานา ผมจึงสรุปได้ว่าเรื่องแบบนี้เป็นบททดสอบสำคัญสำหรับชีวิตนักขายของคุณได้เรื่อยๆ ถ้าคุณผ่านมันไปได้ ผมเชื่อว่าคุณจะแกร่งขึ้น เก่งขึ้น แล้วได้ยอดขายกลับคืนมาอย่างแน่นอน

 

ไม่เชื่อให้คุณลองไปถามท็อปเซลล์ที่เก่งที่สุดในบริษัท เชื่อผมเถอะครับว่าพวกเขาย่อมมีช่วงเวลาที่ย่ำแย่แน่นอน สิ่งที่ทำให้พวกเขาผ่านมันไปได้นี่แหละที่เป็นคำแนะนำอันเยี่ยมยอดสำหรับคุณ และนี่คือคำแนะนำจากท็อปเซลล์ระดับโลกที่คุณควรนำไปปรับใช้ครับ

1. จงเพิ่มกิจกรรมการทำนัดให้มากขึ้น

 

เป็นเรื่องที่พูดง่ายแต่ทำยากสำหรับคนอ่อนๆ ถ้าใจไม่สู้จะผ่านช่วงเวลาแบบนี้ได้อย่างยากลำบาก เผลอๆ ก็ฟุบยาว ไม่เอาค่าคอมฯ เลยก็ได้ เลวร้ายกว่านั้นก็คือโดนไล่ออกหรือต้องย้ายบริษัทหนีผลงานอันห่วยแตกอีกต่างหาก (ฮา) ดูๆ แล้วยังไงการยอมแพ้และไม่ลงมือทำอะไรเลยเพื่อปล่อยให้เวลาผ่านไปคงจะ "ได้ไม่คุ้มเสีย" 

 

ปีเตอร์ คอลลินส์ (Peter Collins, ผู้เป็นที่ปรึกษาด้านการขายและเป็นผู้คร่ำหวอดในวงการขายแบบ B2B มากกว่า 53 ปี และเคยทำงานบริษัทข้ามชาติ เป็นตัวท็อปมาตลอด) กล่าวว่า

 

"การอยู่เฉยๆ และยอมแพ้นั้นไม่ได้ช่วยอะไร สิ่งที่คุณต้องลงมือทำคือเข้าพบลูกค้าอย่างต่อเนื่อง นำเสนอ และทำกิจกรรมด้านการขายให้ดีขึ้นกว่าเดิม แล้วยอดขายก็จะมาเอง"

 

พูดง่ายๆ ก็คือจงเพิ่มกิจกรรมด้านการขายที่สำคัญ เช่น โทรนัดลูกค้าใหม่มากขึ้น เข้าเยี่ยมมากขึ้น ตามงานลูกค้าให้ถี่ขึ้น เป็นต้น

 

2. ปรับเปลี่ยนทัศนคติใหม่และกลับไปสู่เกมแห่งการขายซะ

 

ช่วงเวลาแห่งความตกต่ำจะทำให้คุณท้อแท้ได้ง่ายมาก หมดกำลังใจ ไม่อยากจะเดินหน้าต่อ ทำงานก็ไม่ได้หน้าเท่าไหร่เพราะไม่มียอด (ฮา) การยอมแพ้และใจไม่สู้จะทำให้คุณผ่านช่วงเวลาแบบนี้ไม่ได้ หายใจทิ้งไปวันๆ การพัฒนาตัวเองทั้งความคิดและทัศนคติรวมถึงการลงมือทำต่างหากที่ทำให้คุณดีขึ้น

 

จิล คอนราท (Jll Conrath, ผู้เขียนหนังสือเกี่ยวกับการขายหลายเล่ม) ได้กล่าวไว้ว่า

 

"การลงทุนที่ดีที่สุดเพื่อเป็นนักขายที่ดีขึ้นไม่ใช่การอ่านหนังสือหรือเข้าอบรมสัมมนาเพียงอย่างเดียว การลงทุนที่ดีที่สุดของผมก็คือการเปลี่ยนทัศนคติด้านการขายแค่นั้นเอง!"

 

การมองโลกในแง่ดีและแง่บวกต่างหากที่จะทำให้คุณผ่านช่วงเวลาตกต่ำเหล่านั้นได้ ถ้าใจไม่สู้หรือทัศนคติด้านการขายของคุณเป็นลบ มัวแต่โทษนั่นโทษนี่ ต่อให้คุณอ่านบทความผมซักกี่ร้อยบทความ หรือไปเข้าเรียนสัมมนาเป็นร้อยๆ คอร์ส คุณก็ไม่มีวันเก่งขึ้นหรอกครับถ้าไม่แก้ตั้งแต่ต้นเหตุ

 

3. ตามหาแรงบันดาลใจ

 

เรื่องเหล่านี้ไม่ใช่เรื่องของการกระทำก็จริง แต่ยามท้อแท้นั้น การหาตัวช่วยที่สร้างแรงบันดาลใจก็เป็นสิ่งที่จำเป็น ผมเองก็เคยนั่งเปิดหนังเรื่อง The Pursuit of Happyness กับ The Wolf of Wall Street วนไปจนมีพลังและกลับเข้าไปขายของจริงใหม่ พอใจมา ทุกอย่างก็ง่ายขึ้นเยอะ คุณอาจจะหาหนังสือหรือหาหนังดีๆ ที่สร้างแรงบันดาลใจหลังเวลางานก็ได้ เรื่องนี้ง่ายดายมากๆ 

 

ในบทความของ อลิส เมียร์ฮอฟฟ์ (Alice Myerhoff, VP of Sales ของบริษัท EdSurge) กล่าวว่า

 

"ยุคนี้มีแหล่งข้อมูลที่ทำให้คุณตามหาแรงบันดาลใจได้เยอะมากๆ ฟรีอีกด้วย เช่น ในยูทูป ที่มีคลิปวีดีโอสร้างแรงบันดาลใจของ Zig Ziglar, Brian Tracy หรือ Tony Robbins ซึ่งเป็นวิธีที่ง่ายและจะฟังเมื่อไหร่ก็ได้ ยามรถติดก็ฟังได้แถมโคตรสำคัญ"

 

4. กลับไปดูการทำงานของคุณใหม่ตั้งแต่แรก

 

บางทีการมีใจพร้อม ทัศนคติที่ดี แต่ยอดขายก็ยังแย่อยู่ดี การกลับไปดูวิธีการขายหรือกระบวนการขายใหม่ตั้งแต่แรกอาจจะเป็นสิ่งที่ดีกว่า เพราะอาจจะทำให้คุณเห็นว่าขั้นตอนบางอย่างคุณยังทำผิดวิธี ไร้ประสิทธิภาพ ทำให้ปิดการขายไม่ได้ การทำงานแบบผิดวิธีตั้งแต่แรกจะทำให้คุณเสียเวลาและได้ยอดขายช้าขึ้นไปอีก ตัวอย่างกระบวนการขาย (Sales Process) ที่ผิดวิธี เช่น หาลีดใหม่ๆ ไม่ได้ ทำนัดไม่เก่ง จำนวนนัดน้อย ไม่ตามงาน ไม่เข้าไปปิดการขาย ฯลฯ เป็นต้น 

 

คอลลีน ฟรานซิส (ผู้เชี่ยวชาญด้านการวางแผนการขาย) กล่าวไว้ว่า

 

"ปัญหาที่ยอดขายไม่มานั้นจริงๆ แล้วอาจจะไม่ได้มีเหตุผลอะไรที่ซับซ้อนเลยก็ได้ บางทีข้อผิดพลาดเล็กๆ น้อยๆ ที่มาจากกระบวนการขายอาจเป็นสิ่งที่ทำให้ปิดการขายไม่ได้ผล การแก้ไขกระบวนการขายเหล่านี้ทีละเปลาะจะทำให้เรารู้ว่าปัญหาเกิดขึ้นอยู่ที่ไหน"

 

แนะนำให้คุณลองกลับไปดูวิธีการทำงานของคุณใหม่อีกครั้งทีละขั้นตอน วิเคราะห์ให้ถี่ถ้วนว่าคุณยังขาดส่วนไหนไปบ้าง เช่น โทรนัดน้อยไป ไม่ค่อยตามงาน นำเสนอยังไม่ดี ถามคำถามไม่เฉียบคม ฯลฯ จากนั้นให้ปรับการทำงานทีละขั้นตอน

 

5. ขอความช่วยเหลือ

 

ถ้าคุณหาทางออกไม่ได้จริงๆ วิธีที่ง่ายที่สุดก็คือขอความช่วยเหลือจากเจ้านายคุณหรือท็อปเซลล์ที่มีความสัมพันธ์ที่ดีกับคุณซะ คนกลุ่มนี้แหละที่จะบอกทางออกที่ดีที่สุดกับคุณ คุณจะได้ฉลาดขึ้น (ฮา)

 

เดวิด เมอร์เรย์ (David Murray, ผู้จัดการฝ่ายขายของ LinkedIn) ได้กล่าวว่า

 

"การเข้าไปขอความรู้กับรุ่นใหญ่ในบริษัทหรือทีมงาน เป็นวิธีที่ผมใช้เป็นประจำเพราะว่าในมุมมองเกี่ยวกับปัญหาของผมนั้น คนอื่นอาจจะมองอีกมุมและเห็นวิธีแก้ไขปัญหาได้ดีกว่า พวกเขาจะเป็นผู้ฟังที่ดีและให้คำแนะนำที่ดีที่สุดกับคุณได้ เสริมความมั่นใจให้คุณได้ ที่สำคัญที่สุดก็คือคุณจะเกิดความรู้สึกดีๆ กับตัวเองแน่นอน"

 

การทำงานขายย่อมทำงานกันเป็นทีมอยู่แล้ว ทีมขายได้ถูกสร้างมาเพื่อให้กำลังใจซึ่งกันและกัน ไม่เชื่อลองไปดูทีมขายตรงหรือทีมขายประกันสิครับ พวกเขาคือสุดยอดของการให้กำลังใจซึ่งกันและกันเลยก็ว่าได้

คุณกำลังเจอเหตุการณ์เหล่านี้หรือไม่ครับ ถ้ากำลังเจออยู่ จงลองนำคำแนะนำตามที่ผมสรุปไปใช้นะครับ

 

ที่มาเพิ่มเติม: https://www.entrepreneur.com/article/316470

 

Share on Facebook
Share on Twitter
Share on Linkedin
Please reload

Follow on Facebook

latest Post

Please reload

Popular Post

Please reload

Pornpat Wattananiyomkajohn (Pan)

นักธุรกิจและผู้บริหารระดับสูง Gen-Y ของบริษัทสตาร์ทอัพข้ามชาติมูลค่ามากกว่า 5,000 ล้านบาท ผู้คลั่งไคล้และมีแพชชั่นเกี่ยวกับการขายแบบองค์กร (B2B) เป็นเจ้าของเพจ "กูนี่แหละเซลล์ร้อยล้าน" ที่มีผู้ติดตามบนเฟซบุ้คมากกว่า 56,000 คน และได้รับเชิญให้เป็นที่ปรึกษากับวิทยากรด้านการขายแบบองค์กรให้กับบริษัทระดับประเทศมากกว่า 100 บริษัท

  • Facebook Social Icon
  • LinkedIn ไอคอนสังคม
SALE100MILLION OCT_Sale Mastery 16-9 ban

CONTACT US

  • Facebook Social Icon

FACEBOOK

LINE

  • LinkedIn Social Icon

LINKEDIN

©Copyright reserved 2017 - Silverlake consulting co., ltd