เหมาะสมหรือไม่? กับการเป็นเพื่อนลูกค้าบน Facebook

 

มีคำถามหลังไมค์เข้ามาถามแอดมินเกี่ยวกับการใช้เฟสบุ้คเพื่อขอเป็นเพื่อนกับลูกค้าว่าเหมาะสมหรือไม่? จะช่วยให้การขายเกิดขึ้นได้อย่างไร? 

 

ส่วนตัวของแอดมินรู้สึกชื่นชอบกับคำถามนี้มาก เพราะแอดมินเองก็เคยใช้เครื่องมือด้าน Social Media อย่าง Facebook และ Linkedin จนทำให้การขายแบบ B2B ประสบความสำเร็จมานักต่อนัก แม้กระทั่งระดับเจ้าของธุรกิจหรือ CEO แอดมินก็เริ่มเปิดการขายจากการใช้โซเชี่ยลมีเดียมาแล้ว

 

เมื่อถามถึงความเหมาะสม สำหรับแอดมินเอง ส่วนตัวมองว่า "เหมาะสม" ที่จะใช้โซเชี่ยลมีเดียเป็นเครื่องมือในการติดต่อกับลูกค้า เพียงแต่คุณต้องตั้งอยู่ในพื้นฐานของ 'ความประพฤติ' ในโลกโซเชี่ยลมีเดียให้เหมาะสม แล้วคุณจะประสบความสำเร็จในการใช้โซเชี่ยลมีเดียอย่างเฟสบุ้คหรือลิงก์อินเพื่อเริ่มการขายครับ

 

มาดูวิธีการใช้ Social Media สำหรับเปิดการขายกันดีกว่า

1. ความน่าเชื่อถือของคุณเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุด 

 

ในเมื่อคุณอยากไปเป็นเพื่อนกับผู้มุ่งหวังของคุณ (Prospect) ทั้งใน Facebook หรือ Linkedin ชื่อที่คุณใช้ในการเล่นเฟสบุ้คก็ควรเป็นชื่อจริง นามสกุลจริง ใช้ภาษาอังกฤษจะดูเป็นทางการกว่า เพราะคงไม่ดีแน่ถ้าชื่อคุณที่ใช้เล่นเป็นแนวกวนๆ หรือแว๊นบอยมาเลย เช่น หนึ่ง เทอร์โบ 15 นาที 100 ท่า โหน่งงิงิ ฯลฯ ก็คงทำให้การรับแอดเป็นเพื่อนจากลูกค้านั้นยากขึ้นเป็นกอง เผลอๆ กดลบคุณเลยด้วยซ้ำ (ฮา)

 

รูปที่ใช้ก็ควรเป็นรูปที่น่าเชื่อถือ ถ้าคุณหวังว่าการเล่นเฟสบุ้คหรือลิงก์อินจะทำเงินให้คุณได้ล่ะก็ รูปของคุณควรเป็นรูปที่ดูมีความเป็นมืออาชีพ ใส่สูท ผูกไทด์ เอามาตั้งเป็นรูปโปรไฟล์ได้เลย รูปที่ดูดีจะช่วยเพิ่มความน่ารับแอดจากลูกค้ามากขึ้นไปอีก พยายามไล่ลบรูปที่โดนเพื่อน Tag แบบไร้สาระ ทำเรื่องหลุดโลก กินเหล้าเมาหัวทิ่มอะไรทำนองนี้ ผมขอให้ลบออกไปให้สิ้นซาก เพื่อเพิ่มความน่าเชื่อถือสูงสุด

 

ตำแหน่งหน้าที่การเงิน ประวัติการศึกษา ก็ควรใส่ให้ครบ เพราะมีผลอยู่พอสมควรถ้าจุดร่วม (Point of Origin) ของคุณกับลูกค้านั้นเหมือนกัน เช่น จบมาจากสถาบันเดียวกัน โรงเรียนมอปลายเดียวกัน เป็นต้น หรือแม้แต่ประสบการณ์ทำงานจากบริษัทชั้นนำของคุณก็จะช่วยเพิ่มข้อได้เปรียบและเพิ่มความน่าเชื่อถือมากขึ้นไปอีก

 

2. เนื้อหาที่โพสในแต่ละครั้งควรเป็นเรื่องที่สร้างสรรค์ งดดราม่า 

 

การเล่นเฟสบุ้คหรือลิงก์อินเป็นการสร้างตัวตนของคุณบนโลกออนไลน์ ผมขอถามพวกคุณทุกคนนะครับว่าเคย Unfriend หรือ Unfollow เพื่อนที่วันๆ โพสแต่เรื่องไม่สร้างสรรค์กันไหมครับ?

 

ผมเชื่อว่าเคยแน่นอน เช่น วันๆ โพสแต่เรื่องดราม่าการเมือง โพสความคิดเห็นหยาบคาย ไร้สาระ หัวรุนแรง ด่า นินทาชาวบ้าน หรือแม้แต่การแชร์แต่ข่าวไร้สาระแบบแชร์ลูกโซ่ที่ไม่มีแหล่งข่าวใดๆ ทั้งนั้น การแชร์แต่เรื่องพวกนี้จะทำให้คุณถูกมองว่าเป็นพวกกากทันที ที่สำคัญคือเวลาลูกค้าเห็นคุณโพสเรื่องทำนองนี้ ความน่าเชื่อถือของคุณก็แทบจะไม่เหลือ 

 

สิ่งที่คุณควรทำคือการโพสเรื่องดีๆ ที่เกี่ยวกับความรู้ ข่าวสารที่น่าเชื่อถือและมีประโยชน์ รูปภาพสวยๆ จากความทรงจำ หรือลองเขียนบทความเชิงวิเคราะห์ที่มีประโยชน์ในแง่ของชีวิต ธุรกิจ หน้าที่การงานก็ได้ ถ้าลูกค้าเลื่อนมาเห็น คะแนนของคุณในสายตาของพวกเขาจะดีขึ้นทันที ส่งผลให้การใช้เฟสบุ้คเพื่อทักทายลูกค้านั้นมีความง่ายขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ซึ่งจะกล่าวถึงในข้อถัดไป

 

3. วิธีการใช้เฟสบุ้คหรือลิงก์อินในการเปิดการขายกับผู้มุ่งหวัง (Prospect)

 

มาถึงแก่นแท้ของการใช้โซเชี่ยลมีเดียเพื่อช่วยในการขายของคุณแล้วล่ะครับ ผมขอเขียนวิธีการง่ายๆ ดังนี้

 

- ในเฟสบุ้คกับลิงก์อิน ใช้ฟังก์ชั่น 'Message' เพื่อทักลูกค้าสำหรับการเริ่มเปิดการขาย

- สคริปในการทักทาย ควรให้ความสำคัญกับการแนะนำตัวคุณเป็นสำคัญ พร้อมกับบอกประโยชน์ที่เขาจะได้ เช่น

 

A: สวัสดีครับคุณตัน พอดีว่าผมเป็นเพื่อนกับคุณตันในเฟสบุ้คมานาน ต้องขอขอบคุณที่รับผมเป็นเพื่อนนะครับ

A: ผมชื่อแพน เป็นที่ปรึกษาการขายของบริษัท ABC ซึ่งผมเชี่ยวชาญเรื่องการเป็นที่ปรึกษาการติดตั้งจอ LED ขนาดใหญ่เพื่อการโฆษณาและสร้างยอดขายให้กับธุรกิจของลูกค้าที่มีสถานที่ซึ่งเหมาะกับการโฆษณาครับ (แนะนำตัวเองให้ดูน่าเชื่อถือ พร้อมกับบอกสิ่งที่ตัวเองทำ)

 

- รอการตอบกลับ และจำไว้ว่าจุดประสงค์ของการใช้การส่งข้อความ (Messaging) ไม่ใช่การขายผ่าน Social Media แต่เป็นการทำนัดเพื่อให้คุณได้เข้าไปเจอหน้าลูกค้าสำหรับการขายต่อไปจะเหมาะสมกว่า
 

B: สวัสดีครับคุณแพน

A: คุณตันครับ ผมมีความยินดีที่จะบอกว่าธุรกิจของผมสามารถช่วยสร้างรายได้กับธุรกิจของคุณตันจากงานโฆษณาผ่านจอ LED ซึ่งจะสร้างความน่าสนใจได้มากขึ้น ส่งผลให้ยอดขายเพิ่มขึ้น (บอกถึงประโยชน์ที่ลูกค้าได้รับ) ผมมีผลงานความสำเร็จกับลูกค้าที่ผ่านมา เช่น กลุ่มโออิชิ ห้างเซ็นทรัล ซึ่งทุกเจ้ามีลูกค้าและได้เงินจากงานโฆษณาเพิ่มขึ้น (โม้เรื่อง Success Story ที่ผ่านมาเพื่อสร้างความน่าเชื่อถือ)

B: ครับ.. (ถ้าลูกค้าตอบกลับมา แสดงว่าติดเบ็ดแล้ว ให้ใช้หมัดฮุคด้วยการทำนัดทันที)

A: คุณตันครับ พอดีว่าวันพฤหัสหน้า ผมผ่านไปแถมออฟฟิศคุณตันพอดี ผมขอทำนัดเวลาบ่ายสอง (ทำนัดไปเลย) เพื่อเข้าไปแชร์ประโยชน์ทางธุรกิจให้กับคุณตันได้มั้ยครับ ใช้เวลาไม่นาน (ย้ำว่าใช้เวลาไม่นาน) 

B: เดี๋ยวขอดูก่อนนะครับว่าติดอะไรรึปล่าว (ลูกค้าเริ่มลังเล)

A: ถ้างั้นขออีเมลล์ไว้เพื่อทำนัดก่อนได้มั้ยครับ เผื่อคุณตันเลื่อน ผมจะได้เลื่อนตารางนัดให้ทันที (ขอเมลล์เพื่อเอาโซ่ล่ามคอลูกค้า ทำให้คุณไม่มีทางพลาดนัด)

B: ได้ครับ เมลล์ผม xxx@gmail.com ส่งข้อมูลมาแล้วกันครับ

A: ขอบคุณครับ เดี๋ยวส่งให้ทันทีพร้อมตารางนัดนะครับ (ส่งพร้อมตาราง เพราะถ้าเลื่อน คุณจะได้เลื่อนนัดตาม)

 

จากสคริปเบื้องต้น คุณสามารถใช้ส่งข้อความหาลูกค้าได้ทั้ง Facebook และ Linkedin โดยผมขอเน้นจุดประสงค์ในการขายผ่านโซเชี่ยลมีเดียเอาไว้ก็เพื่อทำนัดเท่านั้นนะครับ ถ้าได้นัดแล้ว ได้เรื่องแน่นอน

 

4. ใช้โซเชี่ยลมีเดียเพื่อทำการตลาดตัวเอง

 

คุณสามารถได้รับความนิยมจากเพื่อนฝูง ลูกค้า เจ้านาย เพื่อนร่วมงานของคุณด้วยการใช้โซเชี่ยลมีเดียแบบง่ายๆ เพราะนี่คือพื้นที่ที่คุณจะแชร์เรื่องราวดีๆ เรื่องที่คุณประสบความสำเร็จได้ทุกวัน ซึ่งแน่นอนว่าเรื่องดีๆ ของคุณก็มักจะมีคนเข้ามากดไลค์เยอะๆ อยู่แล้ว

 

คุณอยากจะเป็นนักขายที่มีความเป็นมืออาชีพสูง แล้วอยากให้ทั้งโลกรู้ คุณก็แค่โพสเรื่องราวความสำเร็จลงบนเฟสบุ้คของคุณซะ พร้อมกับเขียนบรรยายเรื่องราวความสำเร็จให้ดูเป็นมืออาชีพ เพียงเท่านี้ คุณก็จะได้รับเสียงแซ่ซ้องพร้อมกับภาพลักษณ์ที่ดีในสายตาคนที่เป็นเพื่อนคุณแล้วล่ะครับ 

 

แต่แนะนำว่าอย่าอวดความสำเร็จจนเกินพอดี หรืออวดรวยจนเกินงาม เช่น บ้าน รถคันใหม่ รายได้ หน้าที่การงาน ฯลฯ เพราะอาจจะสร้างผลลัพธ์เชิงลบที่โดนคนหมั่นใส้จนเริ่ม Unfollow และทำให้คุณโดนหมั่นใส้ไปซะอีก เผลอๆ โดนเกลียดขี้หน้ากันไปเลย 

 

5. ใช้ฟังก์ชั่นการค้นหาผู้มุ่งหวังให้คล่องแคล่ว

 

สำหรับ Facebook มีความง่ายคือคุณสามารถเอาชื่อจริง นามสกุลจริงของลูกค้าไปค้นหาในนั้นได้เลย ถ้าเจอประวัติแล้วก็แอดพวกเขาได้ทันที ซึ่งถ้าพวกเขาไม่รับแอดก็ไม่มีอะไรเสียหาย เสียแค่เวลาเท่านั้น

 

สำหรับ Linkedin ยิ่งง่ายเข้าไปใหญ่ เพราะคุณสามารถค้นหาจากบริษัทที่คุณต้องการเข้าไปขายได้ด้วย มีตัวกรองเยอะแยะมากมายที่ทำให้คุณมองเห็นผู้มุ่งหวังระดับ C-Level หรือ CEO ได้ง่ายๆ เลยล่ะครับ

 

6. ใช้เฟสบุ้คสำหรับการสอดส่องไลฟ์สไตล์ของลูกค้า

 

นี่คือวิธีการค้นหาความลับหรือเรื่องส่วนตัวของลูกค้าง่ายๆ ด้วยการไป 'เผือก' ชีวิตของลูกค้า (ฮา) แต่ส่วนนี้ผมไม่ได้ล้อเล่นนะครับ เพราะคุณสามารถมองเห็นไลฟ์สไตล์ของพวกเขาว่าชอบอะไร กินอะไร เที่ยวที่ไหน ขับรถยี่ห้ออะไร เล่นกีฬาหรือมีกิจกรรมเสริมอะไร หรือแม้แต่ความในใจที่ลูกค้าคิด ทำให้คุณอ่านลูกค้าออกว่าพวกเขาเป็นคนอย่างไร

 

ในทางจิตวิทยา ถือว่าคุณชนะลูกค้าไปแล้ว เพราะคุณรู้ความคิดของพวกเขา คุณสามารถเอาข้อมูลพวกนี้ไปใช้ในการ 'Break the ice' หรือละลายพฤติกรรม จากการพูดคุยเรื่องที่คุณรู้และตรงกับสิ่งที่ลูกค้าโพส เพียงแต่ให้ระวังเรื่องความเหมาะสมและถูกกาละเทศะ เรื่องที่สามารถพูดคุยกับลูกค้าง่ายๆ ควรเป็นเรื่องพื้นๆ เช่น รถ นาฬิกา ท่องเที่ยว ฯลฯ แต่เรื่องบางเรื่องก็ไม่เหมาะสมนัก เช่น การเมือง (กรณีที่คนละสี) รสนิยมทางเพศ ปัญหาชีวิต เป็นต้น

โซเชี่ยลมีเดียในยุคนี้ คือสุดยอดเครื่องมือในการค้นหาและอ่านใจลูกค้าอย่างไร้ขีดจำกัด เพราะลูกค้าคุณไม่ค่อยเปิดเผยข้อมูลในชีวิตจริง แต่เปิดเผยทุกสิ่งบนโลกออนไลน์ นี่แหละครับความสุดยอดของมันที่ทำเงินให้กับคุณได้

Share on Facebook
Share on Twitter
Share on Linkedin
Please reload

Follow on Facebook

latest Post

Please reload

Popular Post

Please reload

Sale_Online Course April-01.jpg

Pornpat Wattananiyomkajohn (Pan)

นักธุรกิจและผู้บริหารระดับสูง Gen-Y ของบริษัทสตาร์ทอัพข้ามชาติมูลค่ามากกว่า 5,000 ล้านบาท ผู้คลั่งไคล้และมีแพชชั่นเกี่ยวกับการขายแบบองค์กร (B2B) เป็นเจ้าของเพจ "กูนี่แหละเซลล์ร้อยล้าน" ที่มีผู้ติดตามบนเฟซบุ้คมากกว่า 56,000 คน และได้รับเชิญให้เป็นที่ปรึกษากับวิทยากรด้านการขายแบบองค์กรให้กับบริษัทระดับประเทศมากกว่า 100 บริษัท

  • Facebook Social Icon
  • LinkedIn ไอคอนสังคม

CONTACT US

  • Facebook Social Icon

FACEBOOK

LINE

  • LinkedIn Social Icon

LINKEDIN

©Copyright reserved 2017 - Silverlake consulting co., ltd