in

เคล็ดลับการปิดการขายขายของออนไลน์

นี่คือบทความที่เหมาะมากสำหรับพ่อค้าแม่ค้าออนไลน์ทุกท่านนะครับ การขายออนไลน์จัดว่าอยู่ในประเภทธุรกิจแบบ B2C นั่นก็คือคุณต้องใช้การตลาดในการล่อลูกค้าเป็นปลาให้คุณจับเป็นหลัก ส่วนการขายก็คือเครื่องมือในการจับปลาให้อยู่หมัดนั่นเองครับ ก็ต้องขอบอกว่า B2C สำหรับผมนั้นมันหมูมากเลยทีเดียว

มาดูกันว่าเทคนิคและเคล็ดลับจากเซลล์ร้อยล้านจะช่วยเหลือคุณได้อย่างไรบ้างกันเลยครับ
1. ตอบลูกค้าให้ไวที่สุด

สปีดคือทุกสิ่งของการขายออนไลน์ เวลาลูกค้าทักมาแล้วว่าสนใจ จงรีบตอบพวกเขาด้วยความเร็วและถูกต้องให้เร็วที่สุด อย่าช้าเกินกว่า 30 วินาที เพราะเป็นไปได้ว่าลูกค้าอาจจะเริ่มหมดความสนใจและไปที่อื่นต่อ ดังนั้นความเร็วคือคำตอบของการปิดการขายให้ไวที่สุดด้วยครับ

2. ให้ข้อมูลที่ถูกต้องแบบไม่กั๊ก

เวลาลูกค้าสอบถามอะไรก็จงให้ข้อมูลที่ถูกต้องและละเอียดรอบของ บวกกับความเร็ว สองสิ่งนี้โดยเฉพาะการใช้ความเร็วอาจทำให้คุณพลาดได้ ดังนั้นคุณจะต้องตอบให้ไวและละเอียด ที่สำคัญคืออย่าเสียดายและหวงเวลาลูกค้าถามข้อมูลสำคัญ เช่น ราคา คุณสมบัติ ประโยชน์ ฯลฯ จงให้ข้อมูลแบบไม่กั๊ก อะไรทำได้ก็บอกได้ ทำไม่ได้ก็บอกไม่ได้ ใช้ความจริงใจดีกว่าครับ

3. เป็นฝ่ายถามลูกค้าด้วย

อย่ามัวแต่เป็นคนตอบลูกค้าอย่างเดียว จงถามลูกค้ากลับเพื่อเช็คว่าลูกค้าเข้ามาเพื่อเช็คราคาคุณอย่างเดียวหรือไม่ จงถามคำถามดีๆ ที่นำไปสู่การปิดการขาย เช่น ต้องการจำนวนเท่าไหร่ ต้องการใช้สินค้าเมื่อไหร่ ชอบสีอะไร ฯลฯ คำถามพวกนี้จะทำให้ลูกค้าคายข้อมูลที่พวกเขาซ่อนอยู่มากขึ้นจนนำไปสู่การปิดการขายได้

4. เรื่องสำคัญให้ขอเบอร์โทรหรือไลน์

ถ้าลูกค้ายังคงสอบถามและดูสนใจ แต่อาจจะตอบคุณช้า จงขอเบอร์หรือไลน์เพื่อโทรไปคุยแบบไม่ลังเล การคุยกันผ่านโทรศัพท์จะช่วยขยับความไว้วางใจและความสัมพันธ์อีกทั้งยังทำให้สปีดในการโต้ตอบนั้นเร็วขึ้น

5. ปิดการขายด้วยการพูดถึงเรื่องการชำระเงินไปเลย

จังหวะเข้าได้เข้าเข็มก็คือตอนลูกค้าถามราคา ถามจำนวน คุณสมบัติ ฯลฯ จังหวะนี้คือการปิดการขายด้วยการพูดถึงวิธีการชำระเงินได้เลย ถ้าลูกค้าขอต่อรองก็จงดูผลประโยชน์ว่าเป็นอย่างไร จากนั้นก็ทำส่วนลดเพื่อปิดการขายในขั้นตอนสุดท้ายด้วยการส่งวิธีการชำระเงินได้เลยครับ

ทำไมคุณถึงควรเล่น LinkedIn ให้คล่องเพื่อหาลูกค้าใหม่

ทำไมคุณถึงควรเล่น LinkedIn ให้คล่องเพื่อหาลูกค้าใหม่

จะรู้ได้อย่างไรว่าลูกค้าคนนี้มีอำนาจตัดสินใจ

จะรู้ได้อย่างไรว่าลูกค้าคนนี้มีอำนาจตัดสินใจ