วิธีการสร้างความน่าเชื่อถือในขณะที่นำเสนอต่อหน้าลูกค้า

 

ความน่าเชื่อถือ (Trustful) คือหนึ่งในคุณสมบัติที่สำคัญที่สุดของนักธุรกิจเลยก็ว่าได้ คำคำนี้ยิ่งใหญ่ถึงขั้นทำให้ลูกค้าซื้อเพราะตัวคุณมากกว่าประโยชน์ของสินค้าเลยด้วยซ้ำไป อารมณ์เดียวกับคุณประกันชีวิตจากเพื่อนที่คุณไว้วางใจโดยที่คุณไม่ได้หาคู่เทียบใดๆ เรียกได้ว่าฟังแล้วน่าสนใจก็ซื้อ ประมาณนั้นเลยล่ะครับ

 

การนำเสนอต่อหน้าลูกค้าโดยเฉพาะการนำเสนอในครั้งแรกจึงถึงว่าเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุดสำหรับการเปิดเกมการขาย ถ้าคุณสร้างความน่าเชื่อถือต่อหน้าลูกค้าได้ รับรองว่าโอกาสปิดการขายนั้นจะสูงขึ้นอย่างมากเลยล่ะครับ บทความนี้ผมขอข้ามเรื่องเสื้อผ้าหน้าผมและการแต่งกายเพื่อบุคลิกที่ดีกันนะครับ เพราะว่ามันเป็นจิตสำนึกที่คุณต้องมีอยู่แล้ว

1. ใช้วิธี "โซเชี่ยล พรูฟ" (Social Proof) 

 

โซเชี่ยล พรูฟ แปลตรงๆ ก็คือการที่สังคมได้พิสูจน์คุณแล้วว่าคุณเจ๋งจริง ภาษาชาวบ้านก็ประมาณว่า "ของจริงไม่ต้องพูดเยอะ" ซึ่งคุณงามความดีของสิ่งที่คุณนำเสนอจะน่าเชื่อถือแบบสุดๆ ถ้ามันถูกพิสูจน์โดยลูกค้าก่อนหน้านี้มาแล้ว พูดง่ายๆ คือคุณต้องเล่าเรื่องจริงเกี่ยวกับความสำเร็จที่ผ่านมา ซึ่งจะดีมากถ้าเป็นลูกค้าที่ใกล้เคียงหรือเป็นคู่แข่งโดยตรงของลูกค้าเลยยิ่งดี เรื่องราวเหล่านี้จะสร้างความน่าเชื่อถือได้เป็นอย่างมาก

 

2. นำเสนอข้อมูลเชิงตัวเลข

 

เพราะตัวเลขไม่เคยโกหกใคร โดยเฉพาะตัวเลขที่เกี่ยวกับผลลัพธ์เชิงบวกจากสินค้าและบริการของคุณ เช่น สามารถเพิ่มผลกำไรจากกรณีศึกษาหรืองานวิจัยได้เป็นหน่วยเปอร์เซ็น (%) หรือสามารถช่วยลดต้นทุนค่าใช้จ่ายเป็นเงินกี่บาทภายใต้เงื่อนไขที่กำหนดไว้ เป็นต้น ข้อมูลตัวเลขคือสิ่งที่คุณยืนยันกับลูกค้าว่าสามารถทำได้และไม่มีผิดเพี้ยน สามารถวัดผลได้เชิงปริมาณและคุณภาพ ซึ่งข้อมูลตัวเลขนี่แหละที่ทำให้การนำเสนอของคุณน่าเชื่อถือ

 

3. แสดง "ภาษากาย" ที่บ่งบอกถึงความมั่นใจและน่าไว้วางใจ

 

ภาษากาย (Non-Verbal Language) ในสถาบันศศินทร์ที่ผมเรียนมาบ่งบอกว่าจะสร้างความน่าเชื่อถือให้กับคำพูดของคุณได้มากกว่า 92% (ที่มา: ตำราของอาจารย์ชาวอังกฤษ) ซึ่งภาษากายที่น่าเชื่อถือจะต้องใช้ตอนที่คุณกำลังพูดอยู่ด้วยการพูดและสบตากับลูกค้าอยู่เสมอ ในใจต้องคิดอยู่ตลอดเวลาว่าคุณต้องการเข้ามาเป็นผู้ช่วยเหลือของลูกค้าด้วยความจริงใจ เพราะสายตาจะโกหกไม่ได้ถ้าใจอย่างไร สายตาก็จะเป็นแบบนั้น ลูกค้าจะรู้สึกได้ทันที แต่การสบตาจะต้องทำเป็นระยะๆ เพราะการสบตาไม่ใช่การจ้องตา ลูกค้าอาจจะรู้สึกอึดอัด เคล็ดลับก็คือผมขอแนะนำให้คุณสบตาลูกค้าประมาณ 7 วินาที จากนั้นให้หันไปสบตาจุดอื่นบ้าง เช่น ลูกค้ารายอื่น และกลับมาสบตาใหม่

 

4. ถามคำถามปลายเปิดเพื่อให้ลูกค้าแสดงความคิดเห็น

 

การถามคำถามคือศาสตร์ที่ทำให้ผู้ถูกถามได้แสดงความคิดเห็นหรือเป็นผู้พูดออกมา การวัดผลว่าลูกค้าเชื่อใจคุณมากเท่าไหร่ก็คือยิ่งลูกค้าตอบคำถามและเป็นฝ่ายพูดมากกว่าคุณนั่นเอง พวกเขาย่อมอยากพูดกับคนที่พวกเขาเปิดใจและไว้วางใจ อารมณ์เดียวกับคุณเริ่มทำความรู้จักกับคนใหม่ๆ และคุณเริ่มวางใจจนอยากแชร์เรื่องราวของตัวเองให้พวกเขาฟังมากขึ้นนั่นแหละครับ

 

วิธีการถามคำถามจึงสำคัญด้วยการถามคำถามปลายเปิดเกี่ยวกับความรู้สึก ไม่ควรถามคำถามที่ลูกค้าจะตอบได้เพียงแค่คำว่าใช่หรือไม่ เช่น ลูกค้ามีความสนใจสินค้าใช่หรือไม่ครับ อย่างนี้ไม่เหมาะ คำถามที่ดีควรจะทำให้ลูกค้าได้คิดและพูดมากขึ้น เช่น "ลูกค้าช่วยบอกความรู้สึกหลังจากได้ฟังการนำเสนอเกี่ยวกับสินค้านิดนึงครับว่าอะไรคือสิ่งที่ลูกค้าเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วย" รับรองว่าลูกค้าตอบได้เยอะแน่นอนครับ

นี่คือวิธีการสร้างความน่าเชื่อถือในขณะที่นำเสนอต่อหน้าลูกค้าจากผมครับ

Share on Facebook
Share on Twitter
Share on Linkedin
Please reload

Follow on Facebook

latest Post

Please reload

Popular Post

Please reload

Sales Director 21st banner.jpg

Pornpat Wattananiyomkajohn (Pan)

นักธุรกิจและผู้บริหารระดับสูง Gen-Y ของบริษัทสตาร์ทอัพข้ามชาติมูลค่ามากกว่า 5,000 ล้านบาท ผู้คลั่งไคล้และมีแพชชั่นเกี่ยวกับการขายแบบองค์กร (B2B) เป็นเจ้าของเพจ "กูนี่แหละเซลล์ร้อยล้าน" ที่มีผู้ติดตามบนเฟซบุ้คมากกว่า 56,000 คน และได้รับเชิญให้เป็นที่ปรึกษากับวิทยากรด้านการขายแบบองค์กรให้กับบริษัทระดับประเทศมากกว่า 100 บริษัท

  • Facebook Social Icon
  • LinkedIn ไอคอนสังคม

CONTACT US

  • Facebook Social Icon

FACEBOOK

LINE

  • LinkedIn Social Icon

LINKEDIN

©Copyright reserved 2017 - Silverlake consulting co., ltd