วิธีฝึกการเป็นนักสร้างคอนเน็กชั่นที่ยอดเยี่ยม

 

 

คอนเน็กชั่น (Connection) ว่ากันว่าคำคำนี้สำคัญกว่าการมีทรัพย์สินเงินทองเป็นล้านๆ หรือมีความรู้ความสามารถมีใบปริญญาที่จบในระดับสูงเสียอีก คำว่าคอนเน็กชั่นนั้นมีเจตนาโดยตรงเกี่ยวกับเรื่องของ "ผลประโยชน์" ยังไงล่ะ

 

สำหรับการเป็นนักขาย คุณย่อมรู้ดีอยู่แล้วว่าคอนเน็กชั่นที่สำคัญที่สุดก็คือ "ลูกค้า" ที่คุณมีจุดประสงค์โดยตรงในการช่วยเหลือพวกเขาจากสินค้าและบริการของคุณ เพื่อแลกกับเงินที่จะกลับเข้าสู่กระเป๋าคุณในภายหลัง

 

หลายๆ คนยังคงมีความเข้าใจผิดว่าการมีคอนเน็กชั่นที่ยอดเยี่ยม โดยเฉพาะลูกค้าหรือคนรู้จักที่จะคอยช่วยเหลือคุณ ไม่ว่าจะเป็นมิตรภาพ ความเป็นพี่เป็นน้อง ธุรกิจการค้า ฯลฯ จะต้องเป็นคนที่เกิดมาแล้วมีต้นทุนทางสังคมที่ดี เช่น จบจากโรงเรียนดัง มอดัง นามสกุลดัง ร่ำรวย พ่อแม่เป็นนักธุรกิจ ฯลฯ ซึ่งที่กล่าวมานั้นมันก็คือ "ข้ออ้าง" ที่ทำให้คุณไม่ยอมลงมือทำอะไรนั่นเองครับ

 

ผมเองเป็นนักขายที่ไม่ได้มีต้นทุนทางสังคมที่ดีมาก่อน แต่เป็นเพราะการฝึกฝนตัวเองจากสถานการณ์ในชีวิตประจำวันนี่แหละครับที่ทำให้ผมสามารถสร้างคอนเน็กชั่นที่ยอดเยี่ยมจาก "ศูนย์" ขึ้นมาได้ ไม่เคยรู้จักกันมาก่อนแต่ก็กลายเป็นทั้งเพื่อนและคู่ค้าทำธุรกิจที่ดีได้ ผมจึงขอแชร์วิธีการเหล่านี้ให้ทุกคนได้ลองไปฝึกฝนกันครับ

 

นี่คือแก่นแท้ของการเป็นโคตรเซลล์และนักธุรกิจเลยก็ว่าได้

1. ฝึกทำความรู้จักกับคนที่คุณมักจะไปใช้บริการพวกเขาอยู่บ่อยๆ 

 

เป็นการฝึกแบบเบสิกที่ง่ายมาก ถ้าคุณไม่เคยรู้จักใครมาก่อนแล้วอยากฝึกสร้างคอนเน็กชั่นดู จงลองฝึกการพูดคุยกับคนที่คุณมักจะไปซื้อสินค้าหรือบริการพวกเขาอยู่บ่อยๆ ดูสิครับ เช่น ป้าขายข้าวแกงหน้าปากซอย ลุงขายหมูปิ้ง เจ๊เจ้าของร้านล้างรถ หัวหน้าช่างที่คุณเอารถไปเข้าศูนย์บ่อยๆ ฯลฯ ด้วยการทักทายง่ายๆ แล้วตามด้วยการแนะนำตัว เจอหน้ากันก็ทักทายกันบ่อยๆ หรือเวลามีความช่วยเหลือบางอย่างที่คุณสามารถลองถามพวกเขาได้ก็ควรลองให้พวกเขาแนะนำทันที พวกเขายินดีที่จะเปิดใจรับคุณเป็นคอนเน็กชั่นใหม่ๆ เช่นกัน เพราะว่าพวกเขาได้รับเงินจากการใช้บริการของคุณเรียบร้อยแล้วยังไงล่ะครับ

 

2. ใช้โซเชี่ยลมีเดียอย่างเฟซบุ้คให้คล่องแคล่ว

 

เป็นวิธีที่โคตรง่ายแถมยังประหยัดเวลาอย่างมาก ถ้าคุณอยากรู้จักใคร ไม่ว่าจะเป็นสาวสวย ลูกค้า ผู้บริหารที่มีชื่อเสียง เซเลปในวงการต่างๆ ฯลฯ จงลองเอาชื่อพวกเขาไปค้นหาบนเฟซบุ้ค แล้วแอดเป็นเพื่อนกับพวกเขาทันที แต่มีข้อแม้ว่าโปรไฟล์ของคุณต้องน่าเชื่อถือเพียงพอ ไม่ลงรูปที่ไม่น่าเชื่อถือหรือโพสต์แต่อะไรไม่รู้ที่ไร้สาระ หยาบคาย ปัญญาอ่อน เมื่อพวกเขารับแอดคุณแล้ว คุณสามารถเริ่มการทำความรู้จักแบบง่ายๆ แล้วสร้างตัวตนด้วยการไปคอมเม้นพวกเขาในทางที่ดี เช่น พวกเขาโพสต์อะไรมาที่เป็นเรื่องดีๆ คุณก็เริ่มไปคอมเม้นหรือกดไลค์เขาบ่อยๆ เขาก็จะเริ่มจำคุณได้ ถ้ามีเรื่องดีๆ อย่างผลประโยชน์ คุณก็สามารถทัก inbox พวกเขาโดยตรงได้เลย พวกเขามีแนวโน้มว่าจะตอบคุณมากขึ้น กลายเป็นได้คอนเน็กชั่นทั้งๆ ที่ไม่รู้จักกันมาก่อนนั่นเอง

 

3. หาคอนเน็กชั่นเชิงธุรกิจหรือหาลูกค้าด้วย Linkedin.com

 

ลิ้งก์อิน เป็นเครื่องมือที่ผมพูดถึงบ่อยมาก จึงขอพูดสั้นๆ ว่ามันเอาไว้ใช้หาชื่อและตำแหน่งของคนที่น่าจะเป็นลูกค้าคุณได้ในองค์กรต่างๆ เพียงแค่ป้อนคำค้นเข้าไป จงแอดเป็นเพื่อนกับบุคคลกลุ่มนี้ให้มากที่สุด เพราะบางคนจะมีเบอร์โทรศัพท์มือถือส่วนตัว ทำให้คุณโทรทำนัดพวกเขาโดยตรงได้ทันที หรือถ้าไม่มีเบอร์ คุณก็ยังสามารถส่งข้อความเพื่อเปิดการขายแบบเฟซบุ้คได้ ถ้าได้รับการตอบกลับมาก็หมายความว่าคุณได้คอนเน็กชั่นที่เข้าไปขายของได้ยังไงล่ะครับ ที่สำคัญคือจะรู้โปรไฟล์การทำงานของพวกเขา หรือแม้แต่สถาบันที่จบมาได้อีกด้วย 

 

4. เข้าร่วมสมาคมหรือคลับที่คุณมีความสนใจเป็นพิเศษ

 

ยุคนี้เป็นยุคเฟื่องฟูของการหาคนที่ชอบอะไรเหมือนๆ กับคุณได้ง่ายมาก เพราะโลกนี้มีโซเชี่ยลมีเดียนั่นเอง ตัวอย่างที่ผมทำบ่อยก็คือการเข้าร่วมคลับรถเบนซ์ ซึ่งผมสามารถเข้าไปพูดคุยหรือตั้งกระทู้ถามสิ่งที่เกี่ยวกับรถได้ และผมรู้ดีว่าคนขับรถเบนซ์ส่วนใหญ่มักจะเป็นนักธุรกิจหรือเป็นบุคคลที่ร่ำรวย ทำให้เวลาเข้าร่วมกิจกรรมออกทริป ขับรถไปเป็นหมู่คณะ ผมจึงได้เพื่อนและได้คนที่สามารถทำธุรกิจร่วมกันได้ ซึ่งจากตัวอย่างนี้ทำให้คุณสามารถประยุกต์กับกิจรรมที่เข้ากับไลฟ์สไตล์คุณ ไม่จำเป็นว่าต้องเป็นรถอย่างเดียว เช่น วิ่งมาราธอน เลี้ยงสัตว์ ปั่นจักรยาน ออกกำลังกาย มอเตอร์ไซค์ ถ่ายภาพ ฯลฯ ซึ่งคุณจะได้คอนเน็กชั่นดีๆ ที่พร้อมเปิดใจให้คุณได้แน่นอน

 

5. เข้าร่วมสัมมนาเชิงธุรกิจหรือสิ่งที่คุณสนใจ

 

สัมมนาแบบสาธารณะทั้งเสียเงินและไม่เสียเงิน ย่อมหมายถึงการเข้าร่วมกิจกรรมที่คุณมีความสนใจและต้องการความรู้เพิ่ม คุณจะได้เจอคนที่มีความสนใจคล้ายกับคุณแน่นอน เช่น สัมมนาหุ้น สัมมนาการขาย การตลาดออนไลน์ การพัฒนาตัวเอง ฯลฯ ซึ่งหลายๆ สัมมนาจะเป็นกลุ่มปิด มีจำนวนคนที่ไม่มากจนเกินไป ทำให้คุณสามารถทำความรู้จักกับคนแปลกหน้าที่มีความชอบคล้ายกับคุณได้โดยง่าย มิตรภาพที่ดีที่เกิดจากสัมมนาทีเน้นการแสวงหาความรู้ จะทำให้คุณได้เจอคนเจ๋งๆ มากมายและสามารถไปเป็นเพื่อนกับพวกเขาได้เลยครับ

 

6. สมัครเรียนปริญญาโทหรือหลักสูตรเชิงธุรกิจ

 

เป็นเบสิกง่ายๆ อีกเช่นกันที่จะทำให้คุณได้เพื่อนใหม่ เผลอๆ ได้แฟนใหม่อีกด้วย (ฮา) การเข้าเรียนหลักสูตรปริญญาโทนั้น นอกจากจะทำให้คุณได้ดีกรีมาประดับในชีวิตของคุณอีกใบ คุณยังมีโอกาสได้เจอวิทยากรชั้นเลิศที่เป็นนักธุรกิจที่ประสบความสำเร็จมาเป็นอาจารย์สอนคุณ เพื่อนร่วมชั้นเรียนที่คุณต้องเห็นหน้าไปตลอดหลักสูตรการศึกษา ส่วนใหญ่นักศึกษาจากสถาบันที่มีชื่อเสียงมักจะช่วยกันคิดค้นไอเดียใหม่ๆ ในการประกอบธุรกิจร่วมกัน นี่คือคอนเน็กชั่นที่สำคัญมาก หรือแม้แต่วงการสำหรับเด็กรุ่นใหม่เช่น ธุรกิจสตาร์ทอัพ ก็ถือว่าเป็นสิ่งที่น่าสนใจที่จะรู้จักบุคคลใหม่ๆ ที่มีเป้าหมายร่วมกันได้ง่ายที่สุด 

เห็นด้วยมั้ยครับว่าทุกข้อที่กล่าวมานั้นเป็นสิ่งที่คุณแทบไม่ต้องมีต้นทุนทางสังคมใดๆ เลย ขอเพียงแค่คุณมีจิตวิญญานของความเป็นเซลล์ วางตัวดี รู้จักกาละเทศะ มีบุคลิกภาพที่ดี และลงมือทำกิจกรรมต่างๆ เพิ่มขึ้น เพียงเท่านี้คุณก็จะได้รู้จักบุคคลในสังคมใหม่ๆ ที่ทำให้ตัวคุณก้าวสู่การประสบความสำเร็จมากขึ้นครับ 

Share on Facebook
Share on Twitter
Share on Linkedin
Please reload

Follow on Facebook

latest Post

Please reload

Popular Post

Please reload

Sales Mastery - 31st Line banner.jpg

Pornpat Wattananiyomkajohn (Pan)

นักธุรกิจและผู้บริหารระดับสูง Gen-Y ของบริษัทสตาร์ทอัพข้ามชาติมูลค่ามากกว่า 5,000 ล้านบาท ผู้คลั่งไคล้และมีแพชชั่นเกี่ยวกับการขายแบบองค์กร (B2B) เป็นเจ้าของเพจ "กูนี่แหละเซลล์ร้อยล้าน" ที่มีผู้ติดตามบนเฟซบุ้คมากกว่า 56,000 คน และได้รับเชิญให้เป็นที่ปรึกษากับวิทยากรด้านการขายแบบองค์กรให้กับบริษัทระดับประเทศมากกว่า 100 บริษัท

  • Facebook Social Icon
  • LinkedIn ไอคอนสังคม

CONTACT US

  • Facebook Social Icon

FACEBOOK

LINE

  • LinkedIn Social Icon

LINKEDIN

©Copyright reserved 2017 - Silverlake consulting co., ltd