คัมภีร์หาลีดลูกค้าใหม่แบบเข้าใจง่าย (ฉบับปรับปรุงใหม่)

 

บทความนี้จะรวบรวมวิธีการหาลีดลูกค้าใหม่เพื่อให้เหล่านักขายขั้นเทพได้หยิบจับเอาไปใช้เป็นเครื่องมือในการไล่ล่าหายอดขายให้ล้นมือกันนะครับ โดยจะรวบรวมให้ครอบคลุมธุรกิจแบบ B2B และ B2C กันอย่างจุดใจกันเลย

1. สมุดหน้าเหลือง (Yellow Pages)

 

เชื่อหรือไม่ว่าสมุดหน้าเหลืองนั้นซึ่งเลิกผลิตไปจนคุณจำไม่ได้แล้วว่าเล่มล่าสุดคือเมื่อไหร่ แต่สมุดหน้าเหลืองนั้นยังมีอยู่ในรูปแบบเว็บไซต์ (www.yellowpages.co.th) ซึ่งคุณสามารถหาข้อมูลในนั้นได้ฟรีเลย ซึ่งความเจ๋งก็คือมันเป็นแหล่งของการหาลีดที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย และมีการจัดรูปแบบแคตาล็อกที่คุณสามารถใช้คำค้นตามประเภทหมวดหมู่ของธุรกิจเลย เช่น ต้องการทราบรายชื่อโรงแรมพร้อมเบอร์โทร คุณก็ป้อนแค่คำว่า "โรงแรม" แล้วระบบภายในเว็บไซต์จะทำการจัดหมวดหมู่เพิ่มเติม เช่น โรงแรมในกรุงเทพ ภาคเหนือ ภาคใต้ ฯลฯ ซึ่งทำให้คุณง่ายต่อการหาเบอร์โทรติดต่อลูกค้าตรงเพียงแค่ปลายนิ้ว

 

2. เว็บไซท์กรุงเทพธุรกิจ (www.bangkokbiznews.com)

 

เป็นเว็บไซต์ก้นหีบที่เหมาะสำหรับคนที่ต้องหาข้อมูลลูกค้าที่อยู่ฝ่ายการตลาดหรือฝ่าย PR (ประชาสัมพันธ์) วิธีการก็คือให้ค้นหาหมวด PR ซึ่งจะเป็นแหล่งรวบรวมข่าวประชาสัมพันธ์ของบริษัทต่างๆ จงมองหาบริษัทที่คุณสนใจและเข้าไปคลิกอ่านข่าว คุณจะพบว่าชื่อของคนลงข่าวพร้อมเบอร์โทรจะเป็นบุคคลตำแหน่ง PR ระดับสูงสุด ทำให้คุณสามารถโทรติดต่อพวกเขาหรือทำนัดไปที่ฝ่ายประชาสัมพันธ์และการตลาดได้ เพราะสองหน่วยงานนี้ทำงานร่วมกันอยู่แล้ว

 

3. ลิ้งก์อิน (www.linkedin.com)

 

ลิ้งก์อินคือเครือข่ายสังคมออนไลน์สำหรับคนทำงานที่ใหญ่และดีที่สุดในโลก ผมมักจะพูดถึงมันบ่อยครั้งเพราะมันใช้งานง่ายเหมือนเล่นเฟซบุ้ค คุณสามารถป้อนคำค้นตามตำแหน่งที่ต้องการทราบว่าบริษัทที่คุณสนใจในตำแหน่งนั้นๆ ชื่ออะไรบ้าง หรือค้นหาตามชื่อบริษัทที่จะมองเห็นคนสมัครลิ้งก์อิน ข้อดีอีกอย่างนึงก็คือคุณสามารถเพิ่มพวกเขาเป็นเพื่อนได้ ซึ่งบางคนมีเบอร์มือถือหรืออีเมล์ส่วนตัวด้วย หรือใช้วิธีการส่งข้อความติดต่อคล้ายกับการแชตบนเฟซบุ้ค ทำให้คุณสามารถติดต่อและทำนัดในขั้นตอนถัดไปได้ หรือรู้ชื่อและตำแหน่งก็จะทำให้ง่ายต่อการโทรเข้าบริษัทลูกค้าโดยตรงกว่าการไม่รู้จักใครเลยอีกด้วย

 

4. ถามเพื่อให้ลูกค้าบอกต่อ

 

เป็นวิธีที่ยอดเยี่ยมมากๆ ในการหาลีดที่น่าเชื่อถือแบบง่ายๆ แถมยังมีภาษีที่ดีในการติดต่อเข้าไปขายอีกด้วย วิธีการก็คือให้โทรหรือเจอหน้าแล้วถามลูกค้าปัจจุบันเกรดเอของคุณว่าพอจะมีใครที่พวกเขารู้จักและแนะนำให้คุณเข้าไปขายต่อได้บ้างไหม รับรองว่าลูกค้าจะให้ทั้งเบอร์และชื่อติดต่อ เผลอๆ ยกหูโทรให้คุณเลยด้วยซ้ำ วิธีนี้เป็นบทพิสูจน์ว่าคุณเป็นนักขายที่น่าเชื่อถือทั้งก่อนขายและหลังขายหรือไม่ เพราะถ้าคุณเป็นมืออาชีพจริง รับรองว่าพวกเขาแนะนำบอกต่อให้คุณแบบไม่ต้องเสียตังซักบาทเลยล่ะครับ

 

5. ลูกค้าเก่าที่ไม่ได้ติดต่อกันนานแล้ว

 

ถ้าองค์กรของคุณมีรายงานการขาย (Sales Report) ที่ดี มีรายชื่อลูกค้าทั้งเก่าและใหม่รวมถึงรายชื่อผู้ติดต่อในนั้น สิ่งนี้จะทำให้คุณง่ายขึ้นโดยเฉพาะการลองโทรติดต่อกลับเข้าไปขายลูกค้าเก่าที่ไม่ซื้อขายกันนานแล้ว ไม่ว่าจะชอบหรือไม่ชอบขี้หน้าบริษัทคุณมาก่อนก็ตาม วิธีง่ายๆ คือสคริปต์ที่บอกพวกเขาว่าองค์กรของคุณมีเคสที่น่าสนใจหรือได้รับการปรับปรุงใหม่ มีลูกค้าที่น่าเชื่อถือหลายรายอยู่ในมือ เพียงเท่านี้ก็จะทำให้การนัดเข้าไปขายใหม่ง่ายขึ้น

 

6. SEM (Search Engine Marketing)

 

เป็นวิธีการใช้กูเกิ้ลในการทำให้เว็บไซต์ธุรกิจของคุณขึ้นหน้าแรกด้วยการจ่ายเงินให้กูเกิ้ลเป็นค่าโฆษณา ซึ่งกุญแจสำคัญของการทำให้ลูกค้าใหม่ที่มีความสนใจสืบค้นเว็บไซต์และเจอคุณก่อนก็คือ "คีย์เวิร์ด" เช่น คุณทำธุรกิจติดตั้งแอร์สำนักงาน คุณจึงใส่คำค้นและซื้อคำค้นเป็นคลิกครั้งละ xxx บาท ด้วยคำว่ารับติดตั้งแอร์ เป็นต้น ซึ่ง SEM มีค่าใช้จ่ายเป็นคลิกละ xx บาท ทำให้คุณต้องเติมเงินเข้าไปจนมีคนคลิกแล้วเงินหมด ระบบก็จะจบการทำ SEM สิ่งที่คุณต้องมีคือเว็บไซต์ธุรกิจที่ทำให้คนคลิกและเกิดความสนใจ วิธีนี้เป็นวิธีการหาลีดแบบออนไลน์ที่แพร่หลายมากที่สุดอีกวิธีหนึ่งเลยก็ว่าได้

 

7. เว็ปไซต์ธุรกิจคุณ

 

ยุคนี้ถ้าเว็บไซต์ไหนไม่สวยและไม่น่าเชื่อถือ โอกาสที่ลูกค้าจะวิ่งเข้ามาติดต่อนั้นแทบไม่มี คุณจึงต้องหมั่นตรวจสอบเว็บไซต์ว่ามีความน่าสนใจ มีระบบติดต่ออัตโนมัติ ไลน์หรือมีเบอร์โทรที่โทรแล้วมีคนพร้อมรับสายทันที เว็บไซต์ที่ดีและมีระบบกรอกรายละเอียดความสนใจเพื่อให้ทีมขายของคุณติดต่อกลับจะช่วยให้คุณมีลูกค้าอยู่ในมือเพิ่มขึ้นแบบง่ายๆ เลยล่ะครับ

 

8. เฟซบุ้ค

 

เฟซบุ้คก็เป็นอีกแหล่งข้อมูลที่สามารถหาลีดได้ ซึ่งวิธีก็มีตั้งแต่การทำโฆษณาบนเฟซบุ้ค เช่น ยิงแอดโฆษณา สร้างเพจ เป็นต้น หรือการหาตามความสนใจของเครือข่ายสังคมออนไลน์ เช่น กลุ่มปิด เพจที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจของคุณ เป็นต้น หรือแม้แต่การไปเป็นเพื่อนกับคนที่คุณพอรู้จักว่าเขาทำอะไรด้วยการขอเป็นเพื่อน จากนั้นก็เริ่มกดไลค์และส่งข้อความส่วนตัวเพื่อทักและขอโอกาสในการเปิดการขายได้เลย

 

9. นักขายของบริษัทคู่แข่ง

 

เป็นวิธีตัดกำลังคู่แข่งแล้วเพิ่มโอกาสในการขายโดยตรง การทาบทามนักขายของอีกบริษัทนึงที่เก่งพอตัวโดยการ์เปย์ค่าเหนื่อยให้สูงกว่า อาจทำให้คุณได้คนที่มาพร้อมกับข้อมูลลูกค้าของบริษัทคู่แข่ง ที่สำคัญคือสามารถสั่งการให้นักขายเหล่านี้กลับเข้าไปขายในบริษัทที่คู่แข่งคุณยึดครองอยู่ อย่างน้อยคุณก็มีโอกาสแย่งตลาดจากคู่แข่งได้ไม่มากก็น้อย แถมยังไม่ต้องเสียเวลาสร้างความสัมพันธ์ตั้งแต่แรกเพราะนักขายคู่แข่งย่อมมาพร้อมกับเรื่องนี้อยู่แล้ว

 

10. ออกงานแฟร์หรืองานสัมมนา

 

งานนิทรรศกาล งานแฟร์ (Exhibition) ที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจของคุณจะเป็นแหล่งข้อมูลให้คุณได้เจอลูกค้ามุ่งหวังทั้งๆ ที่ไม่รู้จักกันมาก่อนได้เลย ถือว่าเป็นวิธีทางการตลาดที่นิยมอย่างแพร่หลายในธุรกิจแบบ B2B คุณต้องลงทุนเรื่องการออกบูทและแสดงโชว์ หรือว่าคุณเองเป็นผู้จัดเลยก็ได้ด้วยการจองโรงแรมดีๆ พร้อมกับกำหนดหัวข้อสัมมนาที่เป็นประโยชน์และน่าสนใจ จากนั้นก็ประกาศผ่านทางเว็ปไซต์และโฆษณาบนเครือข่ายสังคมออนไลน์ หรือให้นักขายของคุณเป็นผู้เชิญก็ได้ เพียงเท่านี้ลีดก็จะว่ายเข้ามาหาคุณเองแล้วล่ะครับ

นี่คือวิธีการหาลีดแบบเร่งรัดจากผมครับ

Share on Facebook
Share on Twitter
Share on Linkedin
Please reload

Follow on Facebook

latest Post

Please reload

Popular Post

Please reload

Sales Director 21st banner.jpg

Pornpat Wattananiyomkajohn (Pan)

นักธุรกิจและผู้บริหารระดับสูง Gen-Y ของบริษัทสตาร์ทอัพข้ามชาติมูลค่ามากกว่า 5,000 ล้านบาท ผู้คลั่งไคล้และมีแพชชั่นเกี่ยวกับการขายแบบองค์กร (B2B) เป็นเจ้าของเพจ "กูนี่แหละเซลล์ร้อยล้าน" ที่มีผู้ติดตามบนเฟซบุ้คมากกว่า 56,000 คน และได้รับเชิญให้เป็นที่ปรึกษากับวิทยากรด้านการขายแบบองค์กรให้กับบริษัทระดับประเทศมากกว่า 100 บริษัท

  • Facebook Social Icon
  • LinkedIn ไอคอนสังคม

CONTACT US

  • Facebook Social Icon

FACEBOOK

LINE

  • LinkedIn Social Icon

LINKEDIN

©Copyright reserved 2017 - Silverlake consulting co., ltd