วิธีแก้ปัญหาเวลาดีลของคุณไม่ตรงตามความคาดหวังของลูกค้าหลังปิดการขาย

 

ผมเชื่อว่าคุณคงเคยเจอเหตุการณ์ไม่คาดฝัน หลังจากเสร็จสิ้นการซื้อขายกับลูกค้าเรียบร้อยแล้ว สาเหตุมักเกิดจากการดีลกันตั้งแต่ก่อนขายที่ทุกอย่างก็นำเสนอได้อย่างราบรื่นดี ลูกค้ามีความต้องการ ไปจนถึงการเปิดใบเสนอราคาและมีการเจรจาต่อรองจนได้ลายเซ็นจากลูกค้าเรียบร้อยแล้ว ตัวคุณนั่งรอรับตังได้เลย 

 

แต่ขึ้นชื่อว่าการขายและโลกของธุรกิจคงไม่มีอะไร "สวยงาม" ขนาดนั้น ในเมื่อสินค้าราคาแพงหลายๆ อย่างรอบตัวคุณก็มักจะมี "ปัญหาหลังการขาย" จนเป็นเรื่องดราม่าอยู่เป็นประจำ เช่น ซื้อรถเบนซ์มาแล้วก็พัง ซื้อแอร์มาติดก็ไม่เย็น ซื้อไอโฟนมาหน้าจอก็เจ๊ง เป็นต้น หมายความว่าสินค้าแบรนด์ระดับโลกก็มีข้อผิดพลาดเกิดขึ้นได้ทั้งนั้น

 

ปัญหาโดยรวมที่มาจากหลังการขายมักมีตัวอย่างเช่น

- สินค้าชำรุด

- งานบริการไม่ตรงตามความต้องการ

- **ความเข้าใจผิดเรื่องสโคปงาน**

 

ซึ่งปัญหาที่ผมคิดว่า "แก้ยากที่สุด" ก็คือความเข้าใจผิดเรื่องสโคปงานที่ไม่ตรงตามความต้องการ หรือฝั่งลูกค้าเองอยากเปลี่ยนแปลงข้อเสนอทั้งๆ ที่เซ็นสั่งซื้อคุณไปแล้ว หรือแม้แต่ฝั่งคุณเองที่จริงๆ แล้วปรากฎว่าไม่สามารถส่งมอบหรือทำงานตามที่ตกลงกันในสัญญาได้ เรื่องนี้แก้ยากที่สุดเพราะจะมีฝั่งใดฝั่งหนึ่ง "เสียผลประโยชน์" แน่นอน

 

เช่น ลูกค้าตกลงสั่งซื้อเครื่องจักรกับคุณตามสเปคที่ระบุไว้แล้ว คุณได้รับใบสั่งซื้อพร้อมลายเซ็นกำกับและได้ทำการสั่งซื้อเครื่องจักรมาจากเมืองนอกเรียบร้อยแล้ว คุณยังไม่ได้เงินจากลูกค้าจึงทำให้คุณมี "ความเสี่ยง" เกิดขึ้น และปรากฎว่าลูกค้าขอเปลี่ยนสเปคเครื่องจักรที่สูงขึ้น แพงขึ้น ทำให้คุณ "กลืนไม่เข้า คายไม่ออก" ว่าจะทำอย่างไรดี

 

นี่คือตัวอย่างสำคัญที่ชีวิตการขายของคุณจะต้องเจอเรื่องพวกนี้ไม่วันใดก็วันหนึ่ง ไม่ว่าข้อเสนอจะรัดกุมมากแค่ไหน แต่ความผิดพลาดหรือความต้องการส่วนตัวของลูกค้าเองอาจทำให้เกิดความลำบากใจทั้งสองฝ่าย นี่คือวิธีแก้ปัญหาชีวิตอันน่าอึดอัดใจจากผมครับ

1. ตรวจเช็ครายละเอียดเกี่ยวกับการซื้อขายที่มี "ลายลักษณ์อักษร" ให้ละเอียด

 

ลายลักษณ์อักษรทั้งหมดไม่ได้มีแค่ใบสั่งซื้ออย่างเดียวเท่านั้น แต่รวมถึง "หลักฐาน" การติดต่อซื้อขายตั้งแต่เริ่มต้น โดยเฉพาะเนื้อหาสำคัญใน "อีเมลล์" ทั้งหมด หรือแม้แต่การสนทนาทางไลน์ก็สามารถเอามาใช้เป็นหลักฐานยืนยันและอ้างอิงได้ทั้งนั้น ข้อมูลสำคัญเรื่องข้อตกลงในการซื้อขายเป็นสิ่งที่คุณไม่ควรประมาทตั้งแต่แรกของการขาย และจำเป็นต้องระบุรายละเอียดหรือสรุปสิ่งที่คุยกันทั้งหมดลงในอีเมลล์หรือข้อความอยู่เสมอ เรื่องนี้จะช่วยให้คุณสามารถ "ผ่อนหนักให้เป็นเบา" ใบการหาข้อมูลปกป้องตัวเองเพื่อป้องการการเสียผลประโยชน์เมื่อเกิดข้อผิดพลาด ในหลายๆ กรณีสามารถเคลียร์ความขัดแย้งระหว่างคุณกับลูกค้าได้ถ้าคุณมีข้อมูลที่ลูกค้าตกลงเอาไว้อยู่ในมือ

 

2. ยืนอยู่ข้างลูกค้าเสมอ

 

จงจำไว้ว่าความผิดพลาดที่เกิดจากความเข้าใจผิด โดยเฉพาะสิ่งที่มาจากฝั่งลูกค้า จงอย่า "ถีบ" พวกเขาให้ยืนอยู่ฝ่ายตรงข้าม โดยเฉพาะคำพูดที่ยึดมั่นถือมั่นในความถูกต้องของคุณมากเกินไป ตัวอย่างเช่น ลูกค้าเข้าใจผิดเรื่องจำนวนสินค้าที่สั่งซื้อว่าราคาสูงไป แต่กลายเป็นฝั่งลูกค้าเองที่ยืนยันการสั่งซื้อตามใบเสนอราคาที่ส่ง คุณจึงพูดว่า

 

"เป็นเพราะลูกค้าเข้าใจผิดเองและผมขอยืนยันว่าผมไม่ผิด ดังนั้นจึงขอยึดตามใบสั่งซื้อครับ" -- อย่างนี้ถือว่าเป็นการสื่อสารที่ถีบลูกค้าให้อยู่ฝั่งตรงข้าม

 

คุณจึงสื่อสารใหม่ด้วยความหมายที่เหมือนกันแต่ยืนอยู่ฝั่งลูกค้า ดังนี้

 

"เรื่องนี้เป็นเพราะฝั่งผมอาจจะไม่ได้คอยย้ำให้ลูกค้าเข้าใจข้อเสนอล่าสุดเรื่องของจำนวนสินค้า ผมผิดเองที่ทำให้ลูกค้าอาจจะเข้าใจผิดจนทำให้ลูกค้าเกิดข้อโต้แย้งได้ ดังนั้นผมจึงขอเคลียร์เรื่องข้อเสนอล่าสุดตามที่ระบุไว้ในรายการอีกครั้งนะครับ" -- นี่คือการสื่อสารที่ไม่ได้ทำให้คุณอยู่ตรงข้ามกับลูกค้า แต่เป็นการเข้าใจลูกค้าพร้อมกับขอโทษไปในตัวแบบหล่อๆ ทำให้ลูกค้าเห็นใจและยินดีที่จะรับฟังคุณอีกครั้ง

 

3. จงยืดเยื้อข้อสรุปของความขัดแย้งเมื่อคุณคุยกับลูกค้าระดับผู้จัดการหรือผู้ปฎิบัติงาน

 

หลายๆ ครั้งที่ลูกค้าที่มีตำแหน่งระดับไม่ใช่ผู้มีอำนาจตัดสินใจ เช่น ผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ ผู้จัดการฝ่ายการตลาด ผู้จัดการฝ่ายไอที ฯลฯ อาจจะเป็นผู้รับผิดชอบโครงการตามการตัดสินใจของผู้มีอำนาจตัดสินใจ เมื่อมีปัญหาเกิดขึ้นซึ่งบางครั้งมาจากความผิดพลาดของผู้จัดการโครงการระดับนี้ พวกเขาจะคอยไล่บี้คุณให้ปรับข้อเสนอตามความต้องการ เหตุผลที่แท้จริงก็คือพวกเขาอาจจะกลัวที่จะต้องไปบอกเจ้านายว่าข้อเสนอจะต้องมีสิ่งที่เปลี่ยนแปลง ทำให้พวกเขาอ้างว่า "นายสั่งมา" หรือ "งานหน้าจะไม่ซื้อคุณแล้ว" อะไรทำนองนี้ อาจเป็นเพราะพวกเขาอยู่ในสถานะ "หนูติดจั่นอยู่" คุณจึงต้องคุยกับพวกเขาดีๆ และยืดเยื้อไปเรื่อยๆ ด้วยการ "ขอเวลา" ออกไป พวกเขาอาจจะดีลกับเจ้านายให้เมื่อเวลาบีบคั้น คุณจึงแทบไม่เสียผลประโยชน์ใดๆ เลยสำหรับเรื่องนี้ครับ

 

4. จงเคลียร์กับผู้มีอำนาจตัดสินใจต่อหน้า

 

วิธีนี้เป็นวิธีที่ดีที่สุดเพื่อหาทางออกสำหรับทั้งสองฝ่าย ซึ่งจะใช้ได้ผลมากๆ เมื่อคุณยืดเยื้อการเจรจากับผู้จัดการโครงการออกไปในระยะเวลาหนึ่ง เมื่อระยะเวลาในการติดตั้งหรือส่งมอบหรือเริ่มงานใกล้เข้ามาแล้วยังไม่มีความคืบหน้าใดๆ จงยกหูโทรหาผู้มีอำนาจตัดสินใจ เช่น ผู้บริหาร เจ้าของบริษัท (ถ้าเป็นไปได้) เพื่อเข้าไปเคลียร์เรื่องนี้แบบต่อหน้า การเจอหน้าคุยจะช่วย "ผ่อนหนักให้เป็นเบา" และเผลอๆ พวกเขาอาจจะยอมรับข้อเสนอล่าสุดหรือยึดตามสิ่งที่ตกลงกันในตอนแรกได้ ต่อให้คุณต้องเสียผลประโยชน์จริงๆ ก็เป็นไปได้ว่าสามารถหาทางออกได้อย่างลงตัวทั้งสองฝ่ายแบบวินวินครับ

 

5. หาข้อเสนอพิเศษๆ ในการขายครั้งถัดไปเพื่อชดเชยความรู้สึก

 

เป็นไปได้ว่าต่อให้ลูกค้าอาจจะยอมคุณจริงแต่ยังไงพวกเขาก็เสียความรู้สึกไปแล้ว คุณจึงเสียดายที่จะขายกับพวกเขาได้ครั้งเดียว ทั้งๆ ที่คุณมั่นใจว่าสินค้าและบริการของคุณอยู่ในระดับมาตรฐาน จงยื่นข้อเสนอที่สามารถสัญญาได้เช่น ยินดีที่จะให้ราคาหรือข้อเสนอพิเศษในการซื้อขายโครงการถัดไป หรือจะหาอะไรมาชดเชยความรู้สึกพวกเขาตามความเหมาะสม เป็นต้น ถ้ายังไงพวกเขาก็เสียความรู้สึก จงยื่นข้อเสนอไปเลยว่าคุณยินดีเสนองานในครั้งถัดไปในฐานะแค่ "คู่เทียบ" ที่ไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆ เพื่อให้พวกเขาทำงานได้ง่ายขึ้น รับรองว่ายังไงคุณก็ยังอยู่ในสายตาของลูกค้าและแสดงให้เห็นถึงความจริงใจในการขายครับ

นี่คือวิธีการแก้ไขข้อขัดแย้งในการขายแต่ละดีลที่ยุ่งยากนะครับ

                                                                                                                                                                 

 

 

Share on Facebook
Share on Twitter
Share on Linkedin
Please reload

Follow on Facebook

latest Post

Please reload

Popular Post

Please reload

Sales Director 22nd banner.jpg

Pornpat Wattananiyomkajohn (Pan)

นักธุรกิจและผู้บริหารระดับสูง Gen-Y ของบริษัทสตาร์ทอัพข้ามชาติมูลค่ามากกว่า 5,000 ล้านบาท ผู้คลั่งไคล้และมีแพชชั่นเกี่ยวกับการขายแบบองค์กร (B2B) เป็นเจ้าของเพจ "กูนี่แหละเซลล์ร้อยล้าน" ที่มีผู้ติดตามบนเฟซบุ้คมากกว่า 56,000 คน และได้รับเชิญให้เป็นที่ปรึกษากับวิทยากรด้านการขายแบบองค์กรให้กับบริษัทระดับประเทศมากกว่า 100 บริษัท

  • Facebook Social Icon
  • LinkedIn ไอคอนสังคม

CONTACT US

  • Facebook Social Icon

FACEBOOK

LINE

  • LinkedIn Social Icon

LINKEDIN

©Copyright reserved 2017 - Silverlake consulting co., ltd