ทำอย่างไรเมื่อคุณต้องขายลูกค้ารุ่นใหญ่ ทั้งๆ ที่อายุคุณน้อยกว่าจนไม่น่าเชื่อถือ

 

บทความนี้ตอบโจทย์นักขายรุ่นใหม่หลายๆ คนอย่างแน่นอนครับ เพราะอุปสรรคการขายที่คุณไม่สามารถ "ปีนกำแพง" ข้ามไปได้ก็คืออายุและประสบการณ์อย่างแน่นอน พูดง่ายๆ ก็คือต่อให้คุณเรียนเก่งหรือมีความรู้เข้าขั้นอัจฉริยะขนาดไหน ความแตกต่างระหว่างอายุและประสบการณ์ระหว่างคุณกับลูกค้าก็ย่อมเทียบกันไม่ได้วันยังค่ำ

 

เพราะสิ่งที่ทำให้คุณบ่งบอกว่าเป็นนักขายมือใหม่ที่ฝีมือน่าจะอ่อนหัดจนขาดความน่าเชื่อถือก็คือ "หนังหน้า" (ฮา) ของคุณที่มีความแตกต่างกับลูกค้าราวกันอากับหลาน หรือแม้กระทั่งพ่อกับลูก เลยก็ว่าได้ คงไม่แปลกที่คุณเข้าพบลูกค้าแล้วจะโดนเล่นงานกลับมาจนสุดท้ายก็ขายของไม่ได้ เผลอๆ ลูกค้าไม่ให้ความสนใจคุณเลยด้วยซ้ำไป

 

ผมเข้าใจดีกับปัญหานี้ซึ่งแก้ไขได้ยากมากๆ เพราะประสบการณ์เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือไม่สามารถสอนกันได้ภายในวันเดียว การฝึกประสบการณ์ตรงนี้จะต้องค่อยเป็นค่อยไปและฝึกฝนจากการขายของจริงอย่างต่อเนื่อง 

 

ผมจึงขอแชร์วิธีการสร้างความน่าเชื่อถือทั้งๆ ที่คุณอายุน้อยกว่าจนสามารถปิดการขายกับลูกค้ารุ่นใหญ่ได้อย่างอยู่หมัดและสามารถฝึกฝนได้ทุกวันครับ

1. แต่งตัวให้ดูดี

 

การแต่งกายคือวิธีสร้างความน่าเชื่อถือและทำให้คุณมีบุคลิกที่ภูมิฐานมากที่สุด เพียงแค่คุณมีสูทตัวเก่งทุกครั้งเวลาเข้าพบลูกค้าก็จะทำให้คุณดูดีและมีอายุเพิ่มขึ้นอย่างไม่น่าเชื่อ นักขายหน้าอ่อนๆ จะกลายเป็นคนที่ดูดีและทำให้ลูกค้าเพิ่มคะแนนความเคารพในตัวคุณได้แบบง่ายๆ ซึ่งสูทที่ว่านี้มีสำหรับผู้ชายและผู้หญิง ผู้ชายควรใส่กางเกงแสล๊ก รองเท้าหนัง เสื้อเชิตสีขาวเสมอ ส่วนผู้หญิงให้ใส่เดรสสีดำหรือสีกรมท่าพร้อมกับสูททับอีกชั้นก็จะทำให้กลายเป็นนักขายแบบมืออาชีพได้แบบง่ายๆ เลย

 

2. ทรงผมต้องได้

 

สำหรับผู้ชายผมจะขอเน้นเรื่องทรงผมเป็นพิเศษนะครับ เรื่องนี้เป็นวิธี "โกงอายุ" ที่ง่ายที่สุดด้วยการตัดทรงผมแนววินเทจที่ต้องใช้เจลหรือพอเมด (Pomade) ในการเซ็ตผมแบบเปียกๆ ปาดๆ ใครนึกไม่ออกก็ขอให้ดูทรงผมพิธีกรชายเช่นน้าเน๊ก หรือคุณพีช พชร ทายาทเซ็นทรัลในปัจจุบันดูก็ได้ครับ ทรงนี้ให้ตัดที่ร้านตัดผมชายที่ตัดโดยผู้ชายด้วยกันเท่านั้น เช่น ร้านเนเวอร์ เซย์ คัท หรือร้านบาร์เบอร์ฟอร์ด เป็นต้น ห้ามตัดร้านที่ผู้หญิงตัดเด็ดขาด ส่วนผู้หญิงก็ทำทรงผมได้หลากหลายแนว ซึ่งคุณควรไปปรึกษาผู้เชี่ยวชาญทรงผมผู้หญิงดูเองนะครับ

 

3. พูดน้อยๆ เข้าไว้

 

การพูดน้อยไม่ได้หมายความว่าคุณจะเป็นคนที่พูดไม่เก่ง แต่การพูดน้อยคือการปกปิดจุดอ่อนเรื่องคำพูดที่อาจเป็นดาบสองคมกลับมาทิ่มแทงคุณในกรณีที่คุณพูดอะไรไปแล้วแสดงให้เห็นถึงความอ่อนหัดจนลูกค้ารู้สึกได้ว่าคุณเป็นนักขายกระจอกๆ จงฟังให้มากกว่าพูดและพยายามพูดแต่เรื่องเนื้อๆ เท่านั้น การนำเสนอควรมีความกระชับและตัดเรื่องที่ไม่จำเป็นออกไปเพื่อป้องกันข้อผิดพลาด การคิดก่อนพูดจะทำให้คุณดูมีความน่าเชื่อถือมากกว่านักขายรุ่นใหญ่บางคนที่เก่งแต่ปล่อยมุกตลกหรือพูดอะไรซี้ซั้วจนขาดความน่าเชื่อถือ ซึ่งประเภทนี้มีเยอะเสียด้วยในนักขายสมัยก่อน

 

4. เอาเจ้านายเข้าไปด้วย

 

การพาเจ้านายเข้าไปด้วยจะช่วยให้คุณมีความอุ่นใจและไม่ได้ทำให้ลูกค้ารู้สึกว่าคุณเป็นแค่ลูกกระจ๊อกแต่อย่างใด เพียงแต่จงพยายามฟังสิ่งที่เจ้านายกับลูกค้าคุยกันและจดบันทึกลงในสมุดเพื่อให้ลูกค้าเห็นว่าคุณมีความใส่ใจ คุณสามารถหาจังหวะเสริมสิ่งที่เจ้านายกับลูกค้ากำลังพูดอยู่ได้ เช่น รายละเอียดด้านสินค้าและบริการบางอย่าง กรณีศึกษาที่น่าสนใจ ข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับประโยชน์ที่ลูกค้าจะได้รับ เป็นต้น หรือถ้าคิดอะไรไม่ออกก็ควรเป็นผู้สรุปสิ่งที่ลูกค้าต้องการหรือประเด็นที่ได้จากการประชุมครั้งนี้ในตอนจบ แค่นี้ก็ทำให้ลูกค้าดูว่าคุณเป็นมือโปรแล้วล่ะครับ

 

5. ส่งอีเมล์ให้ไวและมีความเป็นมืออาชีพ

 

อีเมล์คือ "สำนวน" ของนักขายแต่ละคนที่บ่งบอกถึงขั้นว่าใครมีพื้นฐานด้านการศึกษาและสื่อสาร ไปจนถึงการเลี้ยงดูเลยก็ว่าได้ เนื่องจากอีเมล์ก็เปรียบเสมือนจดหมายที่วิชาภาษาไทยมักจะสอนพื้นฐานชั้นสูงสำหรับการเขียนจดหมายอย่างเป็นทางการ โรงเรียนชั้นนำจึงมักจะสอนวิชานี้อยู่แล้ว ทำให้การเขียนอีเมล์มีรูปแบบการเขียนที่เป็นมาตรฐานสากล คุณจำเป็นต้องใช้ภาษาอังกฤษในการเขียนอีเมล์แบบมืออาชีพ ที่สำคัญคือจงเขียนตั้งแต่การแนะนำตัวเพื่อทำนัดหลังจากโทรหาลูกค้าใหม่ หรือเขียนสรุปงานทันทีหลังจากเข้าประชุมกับลูกค้าให้ไวที่สุดและละเอียดถูกต้องที่สุด เพียงเท่านี้ก็กลายเป็นมือโปรที่เหนือกว่านักขายหมาล่าเนื้ออายุมากเกือบทั้งวงการแล้วล่ะครับ

 

6. ทำงานให้ไวและมีความละเอียดรอบคอบ

 

งานกับลูกค้าคืองานตั้งแต่ก่อนและหลังการขาย งานก่อนขายคืองานประสานงานไล่ตั้งแต่การส่งไฟล์ข้อมูลต่างๆ การติดตามงาน การส่งใบเสนอราคา เป็นต้น สิ่งเหล่านี้จะต้องทำให้ไวที่สุดแต่ต้องรอบคอบด้วย เช่น คุณส่งอีเมล์หลังจากเข้าพบลูกค้าภายใน 1 วัน หรือส่งใบเสนอราคาที่มีรายละเอียดถูกต้องภายใน 24 ชั่วโมง เป็นต้น เพียงเท่านี้ก็กลายเป็นนักขายที่มีความน่าเชื่อถือจนลูกค้าอยากทำงานด้วย เพราะนักขายอายุมากส่วนใหญ่ยังคงทำงานช้าและไม่ได้เรื่องอยู่เลยครับ 

 

7. ออกตลาดในการเจอกับลูกค้าระดับสูงให้มากที่สุด

 

ประสบการณ์ที่ดีที่สุดคือการออกไปรบในสนามธุรกิจจริง จงโทรทำนัดกับลูกค้าตัวใหญ่ๆ ไปเลย ยิ่งตำแหน่งใหญ่ก็ยิ่งดี ไม่ต้องกลัวว่าตำแหน่งของคุณมันกิ๊กก๊อก เพราะการโทรศัพท์นั้น ลูกค้าไม่เห็นหน้าคุณ ดังนั้นคุณจะเป็นใครก็ได้หลังโทรศัพท์ ส่วนการเจอลูกค้าของจริงจะยิ่งทำให้คุณมีประสบการณ์ที่เรียนรู้จนเพิ่มความน่าเชื่อถือในตัวคุณได้เรื่อยๆ เหมือนการเก็บเลเวลในเกม RPG ยิ่งคุณปิดการขายกับพวกเขาได้ก็ยิ่งเพิ่มค่าประสบการณ์ (EXP) ที่ถึงแม้ว่าคุณจะพลาดดีลสำคัญก็ตาม ผมเชื่อว่าบทเรียนที่มาจากความล้มเหลวย่อมมีค่ากว่าการปิดการขายได้เสียอีก

นี่คือคำแนะนำสำหรับนักขายมือใหม่ที่ต้องการความน่าเชื่อถือจากลูกค้ารุ่นใหญ่ของผมครับ

Share on Facebook
Share on Twitter
Share on Linkedin
Please reload

Follow on Facebook

latest Post

Please reload

Popular Post

Please reload

Sales Director 22nd banner.jpg

Pornpat Wattananiyomkajohn (Pan)

นักธุรกิจและผู้บริหารระดับสูง Gen-Y ของบริษัทสตาร์ทอัพข้ามชาติมูลค่ามากกว่า 5,000 ล้านบาท ผู้คลั่งไคล้และมีแพชชั่นเกี่ยวกับการขายแบบองค์กร (B2B) เป็นเจ้าของเพจ "กูนี่แหละเซลล์ร้อยล้าน" ที่มีผู้ติดตามบนเฟซบุ้คมากกว่า 56,000 คน และได้รับเชิญให้เป็นที่ปรึกษากับวิทยากรด้านการขายแบบองค์กรให้กับบริษัทระดับประเทศมากกว่า 100 บริษัท

  • Facebook Social Icon
  • LinkedIn ไอคอนสังคม

CONTACT US

  • Facebook Social Icon

FACEBOOK

LINE

  • LinkedIn Social Icon

LINKEDIN

©Copyright reserved 2017 - Silverlake consulting co., ltd