in

คู่มือการเป็น Sales Engineer แบบมืออาชีพ

วิศวกรขาย (Sales Engineer) คืออาชีพคู่บุญของวงการวิศวกรเลยก็ว่าได้ เพราะประเทศนี้ถูกขับเคลื่อนโดยธุรกิจอุตสาหกรรม เคมีคอล ก่อสร้าง คอมพิวเตอร์ไอที เครื่องจักรกล ฯลฯ ซึ่งถือว่าเป็นศาสตร์แห่งแขนงวิศวกรรม (Engineering) ที่สร้างงานระดับสูงและเม็ดเงินมหาศาลให้กับประเทศชาติ

ผมเองก็จบทางด้านวิทยาการคอมพิวเตอร์ ซึ่งสามารถ “แย่งงาน” (ฮา) เหล่าวิศวกรคอมพิวเตอร์ ซึ่งเนื้องานคงหนีไม่พ้นโปรแกรมเมอร์ นักวางระบบไอที นักเครือข่ายไอที เป็นต้น ซึ่งก็หมายความว่าใครที่เลือกทางเดินในสายงานฝ่ายขาย โดยเฉพาะอาชีพ Sales Engineer ก็ถือว่า “แน่พอตัว” ที่ทำงานรวมร่างระหว่างนักขายกับวิศวกร

คุณอาจมีความประหม่าเมื่อรับรู้ว่าตนเอง “ไม่มีประสบการณ์ด้านการขาย” มาก่อน แถมยังไม่เข้าใจธุรกิจเพราะไม่ได้เรียนจากมหาวิทยาลัยเมื่อเทียบกับเด็กจบด้านบริหารธุรกิจหรือเศรษฐศาสตร์ แต่ในเมื่อมีตำแหน่ง Sales Engineer เกิดขึ้นมา แสดงว่าสินค้าหรือบริการที่คุณขายจะต้องใช้ความรู้ความเชี่ยวชาญด้านวิศวกรรมระดับสูงแน่

ผมจึงขอบอกข่าวดีตรงนี้เลยครับว่าอย่าประหม่าหรือกลัวเกินไปกับอาชีพนี้ งานด้าน Sales Engineer ถือว่าเป็นหนึ่งในงานที่สร้างรายได้สูงสุดเมื่อเทียบกับคนรุ่นเดียวกันที่ไม่ได้ทำงานขาย ที่สำคัญคือคุณมีความสำคัญและมีส่วนช่วยให้บริษัทเติบโตได้อย่างมหาศาล มาดูคู่มือดีๆ ของการเป็นวิศวกรขายแบบมืออาชีพกันเลยครับ

1. จงฝึกทักษะนิ่ม (Soft Skills) อยู่เสมอ

เป็นทักษะสำคัญที่ทำให้คุณประสบความสำเร็จในการเป็นนักขาย ทักษะนิ่มคือทักษะในการสื่อสาร คุณจะต้องฝึกฝนเรื่องนี้เป็นพิเศษเพราะศาสตร์แห่งวิศวกรรมมักจะสอนคุณให้คิดในเชิงตรรกศาสตร์ (Logical Thinking) ทำให้คุณขาดเรื่องการคิดด้วยการใช้อารมณ์ (Emotional) และยึดตัวเองเป็นศูนย์กลาง จึงเรียกได้ว่าคุณแทบไม่มีพื้นฐานเรื่องทักษะในการสื่อสารกับคนอื่นเลยด้วยซ้ำไป คุณจึงต้องฝึกฝนโดยการใช้คำพูดที่ดี มีความเห็นอกเห็นใจผู้อื่นโดยเฉพาะเรื่องความรู้สึกของลูกค้าและทีมงาน ซึ่งคุณสามารถฝึกฝนได้ทุกวันและวัดผลการทำงานของตัวเองอยู่เสมอ

2. จงรู้จักฝึกฝนการทำงานร่วมกับผู้อื่น

เพราะการเป็นวิศวกรที่เก่งกาจตอนสมัยเรียนอาจทำให้คุณ “สำคัญตัวเอง” มากเกินไป จนเกิดอีโก้และความเชื่อมั่นเกี่ยวกับตัวเองเกินผิดปกติ ความรู้สึกแบบนี้อาจทำให้คุณมองคนรอบข้างโดยเฉพาะทีมงานแผนกอื่นๆ ว่าไม่เก่งเท่าคุณ เรื่องนี้อาจส่งผลให้เกิดปัญหาเรื่องการทำงานในอนาคต คุณจึงต้องฝึกฝนเรื่องการเห็นอกเห็นใจผู้อื่น เอาใจเขามาใส่ใจเรา เรียนรู้อยู่เสมอว่าการทำงานจะต้องทำเป็นทีม เพื่อให้งานของคุณสามารถทำได้อย่างราบรื่น

3. ใช้จุดเด่นเรื่องทักษะในการแก้ปัญหาให้เป็นประโยชน์

คุณสามารถแก้สมการยากๆ เช่น แคลคูลัส ในสมัยเรียนได้ ซึ่งมันเป็นวิชาที่เข้าถึงและเข้าใจได้ยากมากๆ คุณจึงต้องรู้จักการใช้ความสามารถเรื่องการแก้ปัญหายากๆ ไปใช้กับการทำงานด้านการขายจริง โดยเฉพาะปัญหาระหว่างลูกค้ากับทีมงาน จงมีความใจเย็นและแก้ไขปัญหาด้วยความเป็นเหตุเป็นผล ข้อดีเหล่านี้จะทำให้คุณทำงานด้านการขายได้ง่ายขึ้น และรู้ซึ้งถึงคำว่าไม่มีปัญหาใดในโลกที่แก้ไม่ได้เป็นอันขาดครับ

4. จงรู้จักแปลงภาษาด้านวิศวกรรมให้เป็นภาษาคน

คำศัพท์ด้านวิศวกรรมเกี่ยวกับสินค้าและบริการมักเป็นอะไรที่เข้าใจยากเสมอ ทำให้เวลานำเสนอผู้บริหารระดับ C-Level มักจะไม่ “ถูกจริต” กับลูกค้าระดับนี้ จงรู้ไว้เสมอว่านักธุรกิจชั้นนำมักจะไม่ค่อยสนใจคำศัพท์อะไรที่มันยากและดูฉลาดจากคนที่มาจากผู้เชี่ยวชาญด้านวิศวกรรม จงนำเสนอในแง่มุมเกี่ยวกับธุรกิจเป็นหลักและใช้คำพูดที่ง่ายต่อการทำให้ลูกค้าเข้าใจเรื่องประโยชน์ที่พวกเขาจะได้รับ

5. จงเก็บเกี่ยวประสบการณ์ด้านการขายให้มากที่สุด

เนื่องจากคุณไม่รู้อะไรเลยและอาจจะเป็นวิศวกรขายใหม่ การเรียนรู้ประสบการณ์ด้านการขายของจริงจากนักขายมือทองหรือนักขายขั้นเทพจะเป็นสิ่งที่คุณได้ประโยชน์สูงสุด จากนั้นก็นำไปใช้จริงกับสถานการณ์ที่ขายกับลูกค้าต่อหน้า วัดผลการกระทำของตัวเองทุกขั้นตอน คุณควรมีพี่เลี้ยงหรือโค้ชด้านการขายในองค์กรที่ถ่ายทอดได้ดีและมีฝีมือ โดยเฉพาะถ้าใครมีหัวหน้างานที่เป็นวิศวกรฝ่ายขายขั้นเทพ จงดูดความรู้และเข้าใกล้พวกเขาเพื่อเรียนรู้ประสบการณ์ด้านการขายตรงนี้ให้มากที่สุดนะครับ

นี่คือคู่มือการเป็นวิศวกรฝ่ายขายขั้นเทพจากผมครับ

สิ่งที่ควรระวัง สำหรับการใช้ไลน์ (Line) ในการทำงาน

จงถามตัวเองก่อนลาออกจากงาน